Logo
Bright from Within
Vipassana, Ecology & Inner Wisdom
พุทธศาสนสุภาษิต พระไตรปิฎก (SQLite Powered)

พุทธศาสนสุภาษิตสอนใจ

คลังพุทธพจน์ภาษาบาลีพร้อมคำแปล ถอดรหัสธรรมะสู่การเจริญสติ วิปัสสนากรรมฐาน และการดำเนินชีวิตอย่างสันโดษและผาสุก

ทั้งหมด 445 สันตุฏฐิวรรค (หมวดความสันโดษ & วิเวก) 17 สัทธาวรรค (หมวดศรัทธา & ความเชื่อมั่น) 10 จิตตวรรค (หมวดจิต & ความคิด) 8 ธัมมวรรค (หมวดธรรมะ & ความจริง) 5 ปัญญาวรรค (หมวดปัญญา) 5 ลาภวรรค (หมวดลาภ & การได้มา) 5 สีลวรรค (หมวดศีล) 5 ทานวรรค (หมวดทาน) 8 อัตตวรรค (หมวดตน) 13 กัมมวรรค (หมวดกรรม) 148 ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) 48 วายามวรรค (หมวดความเพียร) 5 อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท) 30 โกธวรรค (หมวดความโกรธ) 66 เสวนาวรรค (หมวดการคบหา) 33 มิตตวรรค (หมวดมิตร) 5 วาจาวรรค (หมวดวาจา) 5 ปุญญวรรค (หมวดบุญ) 5 ปาปวรรค (หมวดบาป) 5 สุขวรรค (หมวดความสุข) 5 ทุกขวรรค (หมวดทุกข์) 9 ปกิณณกวรรค (หมวดเบ็ดเตล็ด) 5
แสดง 16 จากทั้งหมด 445 บท
กดไอคอนลำโพงเพื่อฟังเสียงอ่าน
กัมมวรรค (หมวดกรรม) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

เอวํวิหารี สโต อปฺปมตฺโตภิกฺขุ จรํ หิตฺวา มมายิตานิชาติชรํ โสกปริเทวญฺจอิเธว วิทฺวา ปชเหยฺย ทุกฺขํ

Roman: Evṃvihārī sato apapamatatobhikakhu carṃ hitavā mamāyitānijātijarṃ sokaparidevañacaidhev vidavā pajaheyay dukakhṃ
“ภิกษุผู้มีธรรมเป็นเครื่องอยู่อย่างนี้ มีสติ ไม่ประมาท ละความถือมั่นว่าของเราได้แล้วเที่ยวไป เป็นผู้รู้ พึงละชาติ ชรา โสกะ ปริเทวะ และทุกข์ ในโลกนี้ได้.”
EN: “Reflecting upon Evṃvihārī sato apapamatatobhikakhu carṃ hitavā mamāyitānijātijarṃ sokaparidevañacaidhev vidavā pajaheyay dukakhṃ: "ภิกษุผู้มีธรรมเป็นเครื่องอยู่อย่างนี้ มีสติ ไม่ประมาท ละความถือมั่นว่าของเราได้แล้วเที่ยวไป เป็นผู้รู้ พึงละชาติ ชรา โสกะ ปริเทวะ และทุกข์ ในโลกนี้ได้"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “เอวํวิหารี สโต อปฺปมตฺโตภิกฺขุ จรํ หิตฺวา มมายิตานิชาติชรํ โสกปริเทวญฺจอิเธว วิทฺวา ปชเหยฺย ทุกฺขํ” (แปลความว่า: ภิกษุผู้มีธรรมเป็นเครื่องอยู่อย่างนี้ มีสติ ไม่ประมาท ละความถือมั่นว่าของเราได้แล้วเที่ยวไป เป็นผู้รู้ พึงละชาติ ชรา โสกะ ปริเทวะ และทุกข์ ในโลกนี้ได้.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

อปฺปมาทรโต ภิกฺขุ     ปมาเท ภยทสฺสิ วาอภพฺโพ ปริหานาย     นิพฺพานสฺเสว สนฺติเก

Roman: Apapamādarato bhikakhu     pamāde bhayadasasi vāabhababo parihānāy     nibabānasasev sanatike
“ภิกษุยินดีในความไม่ประมาท หรือเห็นภัยในความประมาท เป็นผู้ไม่ควรเพื่อจะเสื่อม (ชื่อว่า) อยู่ใกล้พระนิพพานทีเดียว.”
EN: “Reflecting upon Apapamādarato bhikakhu     pamāde bhayadasasi vāabhababo parihānāy     nibabānasasev sanatike: "ภิกษุยินดีในความไม่ประมาท หรือเห็นภัยในความประมาท เป็นผู้ไม่ควรเพื่อจะเสื่อม (ชื่อว่า) อยู่ใกล้พระนิพพานทีเดียว"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อปฺปมาทรโต ภิกฺขุ     ปมาเท ภยทสฺสิ วาอภพฺโพ ปริหานาย     นิพฺพานสฺเสว สนฺติเก” (แปลความว่า: ภิกษุยินดีในความไม่ประมาท หรือเห็นภัยในความประมาท เป็นผู้ไม่ควรเพื่อจะเสื่อม (ชื่อว่า) อยู่ใกล้พระนิพพานทีเดียว.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

สันตุฏฐิวรรค (หมวดความสันโดษ & วิเวก) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

อปฺปมาทรโต ภิกฺขุ     ปมาเท ภยทสฺสิ วาสญฺโญชนํ อณุํ ถูลํ     ฑหํ อคฺคีว คจฺฉติ

Roman: Apapamādarato bhikakhu     pamāde bhayadasasi vāsañañojanṃ aṇuํ thūlṃ     ḍahṃ agagīv gacachati
“ภิกษุยินดีในความไม่ประมาท หรือเห็นภัยในความประมาท ย่อมเผาสังโยชน์น้อยใหญ่ไป เหมือนไฟไหม้เชื้อน้อยใหญ่ไปฉะนั้น.”
EN: “Reflecting upon Apapamādarato bhikakhu     pamāde bhayadasasi vāsañañojanṃ aṇuํ thūlṃ     ḍahṃ agagīv gacachati: "ภิกษุยินดีในความไม่ประมาท หรือเห็นภัยในความประมาท ย่อมเผาสังโยชน์น้อยใหญ่ไป เหมือนไฟไหม้เชื้อน้อยใหญ่ไปฉะนั้น"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อปฺปมาทรโต ภิกฺขุ     ปมาเท ภยทสฺสิ วาสญฺโญชนํ อณุํ ถูลํ     ฑหํ อคฺคีว คจฺฉติ” (แปลความว่า: ภิกษุยินดีในความไม่ประมาท หรือเห็นภัยในความประมาท ย่อมเผาสังโยชน์น้อยใหญ่ไป เหมือนไฟไหม้เชื้อน้อยใหญ่ไปฉะนั้น.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

กัมมวรรค (หมวดกรรม) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

อปฺปมาทรตา โหถ        สจิตฺตมนุรกฺขถทุคฺคา อุทฺธรถตฺตานํ     ปงฺเก สนฺโนว กุญฺชโร

Roman: Apapamādaratā hoth        sacitatamanurakakhathadugagā udadharathatatānṃ     paṅake sananov kuñajaro
“ท่านทั้งหลาย จงยินดีในความไม่ประมาท คอยรักษาจิตของตน จงถอนตนขึ้นจากหล่ม เหมือนช้างที่ตกหล่มถอนตนขึ้นฉะนั้น.”
EN: “Reflecting upon Apapamādaratā hoth        sacitatamanurakakhathadugagā udadharathatatānṃ     paṅake sananov kuñajaro: "ท่านทั้งหลาย จงยินดีในความไม่ประมาท คอยรักษาจิตของตน จงถอนตนขึ้นจากหล่ม เหมือนช้างที่ตกหล่มถอนตนขึ้นฉะนั้น"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อปฺปมาทรตา โหถ        สจิตฺตมนุรกฺขถทุคฺคา อุทฺธรถตฺตานํ     ปงฺเก สนฺโนว กุญฺชโร” (แปลความว่า: ท่านทั้งหลาย จงยินดีในความไม่ประมาท คอยรักษาจิตของตน จงถอนตนขึ้นจากหล่ม เหมือนช้างที่ตกหล่มถอนตนขึ้นฉะนั้น.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

กัมมวรรค (หมวดกรรม) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

อปฺปมตฺตา สตีมนฺโต     สุสีลา โหถ ภิกฺขโวสุสมาหิตสงฺกปฺปา     สจิตฺตมนุรกฺขถ

Roman: Apapamatatā satīmanato     susīlā hoth bhikakhavosusamāhitasaṅakapapā     sacitatamanurakakhath
“[คำอ่าน]”
EN: “Reflecting upon Apapamatatā satīmanato     susīlā hoth bhikakhavosusamāhitasaṅakapapā     sacitatamanurakakhath: "[คำอ่าน]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อปฺปมตฺตา สตีมนฺโต     สุสีลา โหถ ภิกฺขโวสุสมาหิตสงฺกปฺปา     สจิตฺตมนุรกฺขถ” (แปลความว่า: [คำอ่าน]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

มา ปมาทมนุยุญฺเชถ     มา กามรติสนฺถวํอปฺปมตฺโต หิ ฌายนฺโต     ปปฺโปติ ปรมํ สุขํ

Roman: Mā pamādamanuyuñajeth     mā kāmaratisanathavṃapapamatato hi jhāyanato     papapoti paramṃ sukhṃ
“[คำอ่าน]”
EN: “Reflecting upon Mā pamādamanuyuñajeth     mā kāmaratisanathavṃapapamatato hi jhāyanato     papapoti paramṃ sukhṃ: "[คำอ่าน]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “มา ปมาทมนุยุญฺเชถ     มา กามรติสนฺถวํอปฺปมตฺโต หิ ฌายนฺโต     ปปฺโปติ ปรมํ สุขํ” (แปลความว่า: [คำอ่าน]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

Advertisement / สนับสนุนโดย
กัมมวรรค (หมวดกรรม) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

อุฏฺฐานวโต สตีมโต     สุจิกมฺมสฺส นิสมฺมการิโนสญฺญตสฺส จ ธมฺมชีวิโน     อปฺปมตฺตสฺส ยโสภิวฑฺฒติ

Roman: Uṭaṭhānavato satīmato     sucikamamasas nisamamakārinosañañatasas c dhamamajīvino     apapamatatasas yasobhivaḍaḍhati
“[คำอ่าน]”
EN: “Reflecting upon Uṭaṭhānavato satīmato     sucikamamasas nisamamakārinosañañatasas c dhamamajīvino     apapamatatasas yasobhivaḍaḍhati: "[คำอ่าน]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อุฏฺฐานวโต สตีมโต     สุจิกมฺมสฺส นิสมฺมการิโนสญฺญตสฺส จ ธมฺมชีวิโน     อปฺปมตฺตสฺส ยโสภิวฑฺฒติ” (แปลความว่า: [คำอ่าน]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

กัมมวรรค (หมวดกรรม) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

อปฺปมตฺโต ปมตฺเตสุ     สุตฺเตสุ พหุชาคโรอพลสฺสํว สีฆสฺโส     หิตฺวา ยาติ สุเมธโส

Roman: Apapamatato pamatatesu     sutatesu bahujāgaroabalasasṃv sīghasaso     hitavā yāti sumedhaso
“[คำอ่าน]”
EN: “Reflecting upon Apapamatato pamatatesu     sutatesu bahujāgaroabalasasṃv sīghasaso     hitavā yāti sumedhaso: "[คำอ่าน]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อปฺปมตฺโต ปมตฺเตสุ     สุตฺเตสุ พหุชาคโรอพลสฺสํว สีฆสฺโส     หิตฺวา ยาติ สุเมธโส” (แปลความว่า: [คำอ่าน]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท) (ขุ.ธ. 25/58)

อปฺปมาทรตา โหถ

Roman: Apapamādaratā hoth
“[คำอ่าน : อับ-ปะ-มา-ทะ-ระ-ตา, โห-ถะ]”
EN: “Reflecting upon Apapamādaratā hoth: "[คำอ่าน : อับ-ปะ-มา-ทะ-ระ-ตา, โห-ถะ]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อปฺปมาทรตา โหถ” (แปลความว่า: [คำอ่าน : อับ-ปะ-มา-ทะ-ระ-ตา, โห-ถะ]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/58)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท) (ที.มหา. 10/180, สํ.ส. 15/231)

อปฺปมาเทน สมฺปาเทถ

Roman: Apapamāden samapādeth
“[คำอ่าน : อับ-ปะ-มา-เท-นะ, สัม-ปา-เท-ถะ]”
EN: “Reflecting upon Apapamāden samapādeth: "[คำอ่าน : อับ-ปะ-มา-เท-นะ, สัม-ปา-เท-ถะ]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อปฺปมาเทน สมฺปาเทถ” (แปลความว่า: [คำอ่าน : อับ-ปะ-มา-เท-นะ, สัม-ปา-เท-ถะ]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ที.มหา. 10/180, สํ.ส. 15/231)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท) (สํ.ส. 15/126, ขุ.อิติ. 25/242, องฺ.ปญฺจก. 22/53)

อปฺปมตฺโต อุโภ อตฺเถ อธิคฺคณฺหาติ ปณฺฑิโต

Roman: Apapamatato ubho atathe adhigagaṇahāti paṇaḍito
“[คำอ่าน : อับ-ปะ-มัด-โต, อุ-โพ, อัด-เถ, อะ-ทิก-คัน-หา-ติ, ปัน-ทิ-โต]”
EN: “Reflecting upon Apapamatato ubho atathe adhigagaṇahāti paṇaḍito: "[คำอ่าน : อับ-ปะ-มัด-โต, อุ-โพ, อัด-เถ, อะ-ทิก-คัน-หา-ติ, ปัน-ทิ-โต]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อปฺปมตฺโต อุโภ อตฺเถ อธิคฺคณฺหาติ ปณฺฑิโต” (แปลความว่า: [คำอ่าน : อับ-ปะ-มัด-โต, อุ-โพ, อัด-เถ, อะ-ทิก-คัน-หา-ติ, ปัน-ทิ-โต]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((สํ.ส. 15/126, ขุ.อิติ. 25/242, องฺ.ปญฺจก. 22/53)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (ม.ม. 13/488, สํ.ส. 15/36, ข.ธ. 25/18, ขุ.เถร. 26/390)

อปฺปมตฺโต หิ ฌายนฺโต ปปฺโปติ วิปุลํ สุขํ

Roman: Apapamatato hi jhāyanato papapoti vipulṃ sukhṃ
“[คำอ่าน : อับ-ปะ-มัด-โต, หิ, ชา-ยัน-โต, ปับ-โป-ติ, วิ-ปุ-ลัง, สุ-ขัง]”
EN: “Reflecting upon Apapamatato hi jhāyanato papapoti vipulṃ sukhṃ: "[คำอ่าน : อับ-ปะ-มัด-โต, หิ, ชา-ยัน-โต, ปับ-โป-ติ, วิ-ปุ-ลัง, สุ-ขัง]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อปฺปมตฺโต หิ ฌายนฺโต ปปฺโปติ วิปุลํ สุขํ” (แปลความว่า: [คำอ่าน : อับ-ปะ-มัด-โต, หิ, ชา-ยัน-โต, ปับ-โป-ติ, วิ-ปุ-ลัง, สุ-ขัง]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ม.ม. 13/488, สํ.ส. 15/36, ข.ธ. 25/18, ขุ.เถร. 26/390)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

Advertisement / สนับสนุนโดย
กัมมวรรค (หมวดกรรม) (ขุ.ธ. 25/18, ขุ.ชา.ตึส. 27/524)

อปฺปมตฺตา น มียนฺติ

Roman: Apapamatatā n mīyanati
“[คำอ่าน : อับ-ปะ-มัด-ตา, นะ, มี-ยัน-ติ]”
EN: “Reflecting upon Apapamatatā n mīyanati: "[คำอ่าน : อับ-ปะ-มัด-ตา, นะ, มี-ยัน-ติ]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อปฺปมตฺตา น มียนฺติ” (แปลความว่า: [คำอ่าน : อับ-ปะ-มัด-ตา, นะ, มี-ยัน-ติ]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/18, ขุ.ชา.ตึส. 27/524)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (ขุ.ธ. 25/18)

อปฺปมาเท ปโมทนฺติ

Roman: Apapamāde pamodanati
“[คำอ่าน : อับ-ปะ-มา-เท, ปะ-โม-ทัน-ติ]”
EN: “Reflecting upon Apapamāde pamodanati: "[คำอ่าน : อับ-ปะ-มา-เท, ปะ-โม-ทัน-ติ]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อปฺปมาเท ปโมทนฺติ” (แปลความว่า: [คำอ่าน : อับ-ปะ-มา-เท, ปะ-โม-ทัน-ติ]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/18)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท) (สํ.ส. 15/126, องฺ.ปญฺจก. 22/53, ขุ.ธ. 25/19, ขุ.อิติ. 25/242)

อปฺปมาทํ ปสํสนฺติ

Roman: Apapamādṃ pasṃsanati
“[คำอ่าน : อับ-ปะ-มา-ทัง, ปะ-สัง-สัน-ติ]”
EN: “Reflecting upon Apapamādṃ pasṃsanati: "[คำอ่าน : อับ-ปะ-มา-ทัง, ปะ-สัง-สัน-ติ]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อปฺปมาทํ ปสํสนฺติ” (แปลความว่า: [คำอ่าน : อับ-ปะ-มา-ทัง, ปะ-สัง-สัน-ติ]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((สํ.ส. 15/126, องฺ.ปญฺจก. 22/53, ขุ.ธ. 25/19, ขุ.อิติ. 25/242)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

กัมมวรรค (หมวดกรรม) (ม.ม. 13/488, สํ.ส. 15/36, ขุ.ธ. 25/18, ขุ.เถร. 26/390)

อปฺปมาทญฺจ เมธาวี ธนํ เสฏฺฐํว รกฺขติ

Roman: Apapamādañac medhāvī dhanṃ seṭaṭhṃv rakakhati
“[คำอ่าน : อับ-ปะ-มา-ทัน-จะ, เม-ทา-วี, ทะ-นัง, เสด-ถัง-วะ, รัก-ขะ-ติ]”
EN: “Reflecting upon Apapamādañac medhāvī dhanṃ seṭaṭhṃv rakakhati: "[คำอ่าน : อับ-ปะ-มา-ทัน-จะ, เม-ทา-วี, ทะ-นัง, เสด-ถัง-วะ, รัก-ขะ-ติ]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อปฺปมาทญฺจ เมธาวี ธนํ เสฏฺฐํว รกฺขติ” (แปลความว่า: [คำอ่าน : อับ-ปะ-มา-ทัน-จะ, เม-ทา-วี, ทะ-นัง, เสด-ถัง-วะ, รัก-ขะ-ติ]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ม.ม. 13/488, สํ.ส. 15/36, ขุ.ธ. 25/18, ขุ.เถร. 26/390)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

หน้า 20 จาก 28 (ทั้งหมด 445 บท)
Advertisement / สนับสนุนโดย
สัมผัสความสงบภายในผ่านการเจริญสติและวิปัสสนากรรมฐาน

พุทธศาสนสุภาษิตมิใช่เพียงบทกวีทางปรัชญาโบราณ แต่คือ "แผนที่นำทางสู่การตื่นรู้" ทุกถ้อยคำสามารถนำมาเป็นอารมณ์ในการพิจารณากรรมฐาน เชื่อมโยงจิตใจที่บริสุทธิ์เข้ากับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัว

คัดลอกพุทธสุภาษิตเรียบร้อยแล้ว