Logo
Bright from Within
Vipassana, Ecology & Inner Wisdom
พุทธศาสนสุภาษิต พระไตรปิฎก (SQLite Powered)

พุทธศาสนสุภาษิตสอนใจ

คลังพุทธพจน์ภาษาบาลีพร้อมคำแปล ถอดรหัสธรรมะสู่การเจริญสติ วิปัสสนากรรมฐาน และการดำเนินชีวิตอย่างสันโดษและผาสุก

ทั้งหมด 445 สันตุฏฐิวรรค (หมวดความสันโดษ & วิเวก) 17 สัทธาวรรค (หมวดศรัทธา & ความเชื่อมั่น) 10 จิตตวรรค (หมวดจิต & ความคิด) 8 ธัมมวรรค (หมวดธรรมะ & ความจริง) 5 ปัญญาวรรค (หมวดปัญญา) 5 ลาภวรรค (หมวดลาภ & การได้มา) 5 สีลวรรค (หมวดศีล) 5 ทานวรรค (หมวดทาน) 8 อัตตวรรค (หมวดตน) 13 กัมมวรรค (หมวดกรรม) 148 ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) 48 วายามวรรค (หมวดความเพียร) 5 อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท) 30 โกธวรรค (หมวดความโกรธ) 66 เสวนาวรรค (หมวดการคบหา) 33 มิตตวรรค (หมวดมิตร) 5 วาจาวรรค (หมวดวาจา) 5 ปุญญวรรค (หมวดบุญ) 5 ปาปวรรค (หมวดบาป) 5 สุขวรรค (หมวดความสุข) 5 ทุกขวรรค (หมวดทุกข์) 9 ปกิณณกวรรค (หมวดเบ็ดเตล็ด) 5
แสดง 16 จากทั้งหมด 445 บท
กดไอคอนลำโพงเพื่อฟังเสียงอ่าน
กัมมวรรค (หมวดกรรม) (นัย- องฺ.สตฺตก. 23/100)

โกธํ ปญฺญาย อุจฺฉินฺเท

Roman: Kodhṃ pañañāy ucachinade
“พึงตัดความโกรธด้วยปัญญา”
EN: “Reflecting upon Kodhṃ pañañāy ucachinade: "พึงตัดความโกรธด้วยปัญญา"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “โกธํ ปญฺญาย อุจฺฉินฺเท” (แปลความว่า: พึงตัดความโกรธด้วยปัญญา) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((นัย- องฺ.สตฺตก. 23/100)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) (ขุ.ชา.ทุก. 27/69)

มา โกธสฺส วสํ คมิ

Roman: Mā kodhasas vasṃ gami
“อย่าลุอำนาจความโกรธ”
EN: “Reflecting upon Mā kodhasas vasṃ gami: "อย่าลุอำนาจความโกรธ"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “มา โกธสฺส วสํ คมิ” (แปลความว่า: อย่าลุอำนาจความโกรธ) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ชา.ทุก. 27/69)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

กัมมวรรค (หมวดกรรม) (สํ.ส. 15/32, องฺ.ฉกฺก. 22/460)

สงฺกปฺปราโค ปุริสสฺส กาโม

Roman: Saṅakapaparāgo purisasas kāmo
“ความกำหนัดเพราะดำริ เป็นกามของคน”
EN: “Reflecting upon Saṅakapaparāgo purisasas kāmo: "ความกำหนัดเพราะดำริ เป็นกามของคน"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “สงฺกปฺปราโค ปุริสสฺส กาโม” (แปลความว่า: ความกำหนัดเพราะดำริ เป็นกามของคน) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((สํ.ส. 15/32, องฺ.ฉกฺก. 22/460)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

อัตตวรรค (หมวดตน) (สํ.ส. 15/31)

น สนฺติ กามา มนุเชสุ นิจฺจา

Roman: N sanati kāmā manujesu nicacā
“กามทั้งหลายที่เที่ยง ไม่มีในมนุษย์”
EN: “Reflecting upon N sanati kāmā manujesu nicacā: "กามทั้งหลายที่เที่ยง ไม่มีในมนุษย์"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “น สนฺติ กามา มนุเชสุ นิจฺจา” (แปลความว่า: กามทั้งหลายที่เที่ยง ไม่มีในมนุษย์) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((สํ.ส. 15/31)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

เสวนาวรรค (หมวดการคบหา) (ม.ม. 13/412, ขุ.เถร. 26/377)

กาเมหิ โลกมฺหิ น อตฺถิ ติตฺติ

Roman: Kāmehi lokamahi n atathi titati
“ความอิ่มด้วยกามทั้งหลาย ไม่มีในโลก”
EN: “Reflecting upon Kāmehi lokamahi n atathi titati: "ความอิ่มด้วยกามทั้งหลาย ไม่มีในโลก"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “กาเมหิ โลกมฺหิ น อตฺถิ ติตฺติ” (แปลความว่า: ความอิ่มด้วยกามทั้งหลาย ไม่มีในโลก) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ม.ม. 13/412, ขุ.เถร. 26/377)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

ธัมมวรรค (หมวดธรรมะ & ความจริง) (ขุ.ธ. 25/40, ขุ.ชา.ติก. 27/102)

น กหาปณวสฺเสน ติตฺติ กาเมสุ วิชฺชติ

Roman: N kahāpaṇavasasen titati kāmesu vijajati
“ความอิ่มในกามทั้งหลาย ย่อมไม่มีเพราะฝนคือกหาปณะ”
EN: “Reflecting upon N kahāpaṇavasasen titati kāmesu vijajati: "ความอิ่มในกามทั้งหลาย ย่อมไม่มีเพราะฝนคือกหาปณะ"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “น กหาปณวสฺเสน ติตฺติ กาเมสุ วิชฺชติ” (แปลความว่า: ความอิ่มในกามทั้งหลาย ย่อมไม่มีเพราะฝนคือกหาปณะ) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/40, ขุ.ชา.ติก. 27/102)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

Advertisement / สนับสนุนโดย
กัมมวรรค (หมวดกรรม) (ขุ.ชา.เอกาทสก. 27/315)

นตฺถิ กามา ปรํ ทุกฺขํ

Roman: Natathi kāmā parṃ dukakhṃ
“ทุกข์อื่น ยิ่งกว่ากาม ย่อมไม่มี”
EN: “Reflecting upon Natathi kāmā parṃ dukakhṃ: "ทุกข์อื่น ยิ่งกว่ากาม ย่อมไม่มี"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “นตฺถิ กามา ปรํ ทุกฺขํ” (แปลความว่า: ทุกข์อื่น ยิ่งกว่ากาม ย่อมไม่มี) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ชา.เอกาทสก. 27/315)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) (ขุ.ธ. 25/48)

นตฺถิ ตณฺหาสมา นที

Roman: Natathi taṇahāsamā nadī
“แม่น้ำเสมอด้วยตัณหา ไม่มี”
EN: “Reflecting upon Natathi taṇahāsamā nadī: "แม่น้ำเสมอด้วยตัณหา ไม่มี"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “นตฺถิ ตณฺหาสมา นที” (แปลความว่า: แม่น้ำเสมอด้วยตัณหา ไม่มี) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/48)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

กัมมวรรค (หมวดกรรม) (สํ.ส. 15/61)

อิจฺฉา โลกสฺมิ ทุชฺชหา

Roman: Icachā lokasami dujajahā
“ความอยาก ละได้ยาก ในโลก”
EN: “Reflecting upon Icachā lokasami dujajahā: "ความอยาก ละได้ยาก ในโลก"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อิจฺฉา โลกสฺมิ ทุชฺชหา” (แปลความว่า: ความอยาก ละได้ยาก ในโลก) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((สํ.ส. 15/61)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

กัมมวรรค (หมวดกรรม) (ขุ.ชา.ทุก. 27/94)

อิจฺฉา หิ อนนฺตโคจรา

Roman: Icachā hi ananatagocarā
“ความอยาก มีอารมณ์หาที่สุดมิได้เลย”
EN: “Reflecting upon Icachā hi ananatagocarā: "ความอยาก มีอารมณ์หาที่สุดมิได้เลย"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อิจฺฉา หิ อนนฺตโคจรา” (แปลความว่า: ความอยาก มีอารมณ์หาที่สุดมิได้เลย) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ชา.ทุก. 27/94)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

กัมมวรรค (หมวดกรรม) (สํ.ส. 15/61)

อิจฺฉา นรํ ปริกสฺสติ

Roman: Icachā narṃ parikasasati
“ความอยาก ย่อมเสือกไส ซึ่งนรชน”
EN: “Reflecting upon Icachā narṃ parikasasati: "ความอยาก ย่อมเสือกไส ซึ่งนรชน"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อิจฺฉา นรํ ปริกสฺสติ” (แปลความว่า: ความอยาก ย่อมเสือกไส ซึ่งนรชน) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((สํ.ส. 15/61)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

กัมมวรรค (หมวดกรรม) (ขุ.ธ. 25/42, 48)

นตฺถิ ราคสโม อคฺคิ

Roman: Natathi rāgasamo agagi
“ไฟเสมอด้วยราคะ ไม่มี”
EN: “Reflecting upon Natathi rāgasamo agagi: "ไฟเสมอด้วยราคะ ไม่มี"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “นตฺถิ ราคสโม อคฺคิ” (แปลความว่า: ไฟเสมอด้วยราคะ ไม่มี) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/42, 48)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

Advertisement / สนับสนุนโดย
จิตตวรรค (หมวดจิต & ความคิด) (สํ.ส. 15/59)

โลโภ ธมฺมานํ ปริปนฺโถ

Roman: Lobho dhamamānṃ paripanatho
“ความโลภ เป็นอันตรายแห่งธรรมทั้งหลาย”
EN: “Reflecting upon Lobho dhamamānṃ paripanatho: "ความโลภ เป็นอันตรายแห่งธรรมทั้งหลาย"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “โลโภ ธมฺมานํ ปริปนฺโถ” (แปลความว่า: ความโลภ เป็นอันตรายแห่งธรรมทั้งหลาย) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((สํ.ส. 15/59)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

สัทธาวรรค (หมวดศรัทธา & ความเชื่อมั่น) (วิ.ภิ. 3/96, ขุ.ชา.เอก. 27/44)

อติโลโภ หิ ปาปโก

Roman: Atilobho hi pāpako
“ความละโมบ เป็นบาปแท้”
EN: “Reflecting upon Atilobho hi pāpako: "ความละโมบ เป็นบาปแท้"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อติโลโภ หิ ปาปโก” (แปลความว่า: ความละโมบ เป็นบาปแท้) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((วิ.ภิ. 3/96, ขุ.ชา.เอก. 27/44)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

จิตตวรรค (หมวดจิต & ความคิด) (ขุ.ธ. 25/48)

นตฺถิ โมหสมํ ชาลํ

Roman: Natathi mohasamṃ jālṃ
“ข่ายเสมอด้วยโมหะ ไม่มี”
EN: “Reflecting upon Natathi mohasamṃ jālṃ: "ข่ายเสมอด้วยโมหะ ไม่มี"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “นตฺถิ โมหสมํ ชาลํ” (แปลความว่า: ข่ายเสมอด้วยโมหะ ไม่มี) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/48)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

อัตตวรรค (หมวดตน) (ม.ม. 13/411, ขุ.เถร. 26/377)

ภิยฺโย จ กาเม อภิปตฺถยนฺติ

Roman: Bhiyayo c kāme abhipatathayanati
“ผู้บริโภคกาม ย่อมปรารถนากามยิ่งขึ้นไป”
EN: “Reflecting upon Bhiyayo c kāme abhipatathayanati: "ผู้บริโภคกาม ย่อมปรารถนากามยิ่งขึ้นไป"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “ภิยฺโย จ กาเม อภิปตฺถยนฺติ” (แปลความว่า: ผู้บริโภคกาม ย่อมปรารถนากามยิ่งขึ้นไป) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ม.ม. 13/411, ขุ.เถร. 26/377)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

หน้า 14 จาก 28 (ทั้งหมด 445 บท)
Advertisement / สนับสนุนโดย
สัมผัสความสงบภายในผ่านการเจริญสติและวิปัสสนากรรมฐาน

พุทธศาสนสุภาษิตมิใช่เพียงบทกวีทางปรัชญาโบราณ แต่คือ "แผนที่นำทางสู่การตื่นรู้" ทุกถ้อยคำสามารถนำมาเป็นอารมณ์ในการพิจารณากรรมฐาน เชื่อมโยงจิตใจที่บริสุทธิ์เข้ากับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัว

คัดลอกพุทธสุภาษิตเรียบร้อยแล้ว