Logo
Bright from Within
Vipassana, Ecology & Inner Wisdom
พุทธศาสนสุภาษิต พระไตรปิฎก (SQLite Powered)

พุทธศาสนสุภาษิตสอนใจ

คลังพุทธพจน์ภาษาบาลีพร้อมคำแปล ถอดรหัสธรรมะสู่การเจริญสติ วิปัสสนากรรมฐาน และการดำเนินชีวิตอย่างสันโดษและผาสุก

ทั้งหมด 445 สันตุฏฐิวรรค (หมวดความสันโดษ & วิเวก) 17 สัทธาวรรค (หมวดศรัทธา & ความเชื่อมั่น) 10 จิตตวรรค (หมวดจิต & ความคิด) 8 ธัมมวรรค (หมวดธรรมะ & ความจริง) 5 ปัญญาวรรค (หมวดปัญญา) 5 ลาภวรรค (หมวดลาภ & การได้มา) 5 สีลวรรค (หมวดศีล) 5 ทานวรรค (หมวดทาน) 8 อัตตวรรค (หมวดตน) 13 กัมมวรรค (หมวดกรรม) 148 ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) 48 วายามวรรค (หมวดความเพียร) 5 อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท) 30 โกธวรรค (หมวดความโกรธ) 66 เสวนาวรรค (หมวดการคบหา) 33 มิตตวรรค (หมวดมิตร) 5 วาจาวรรค (หมวดวาจา) 5 ปุญญวรรค (หมวดบุญ) 5 ปาปวรรค (หมวดบาป) 5 สุขวรรค (หมวดความสุข) 5 ทุกขวรรค (หมวดทุกข์) 9 ปกิณณกวรรค (หมวดเบ็ดเตล็ด) 5
แสดง 16 จากทั้งหมด 445 บท
กดไอคอนลำโพงเพื่อฟังเสียงอ่าน
กัมมวรรค (หมวดกรรม) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

สตฺถุโน วจโนวาทํ     กโรติเยว ขนฺติโกปรมาย จ ปูชาย        ชินํ ปูเชติ ขนฺติโก

Roman: Satathuno vacanovādṃ     karotiyev khanatikoparamāy c pūjāy        jinṃ pūjeti khanatiko
“ผู้มีขันติ ชื่อว่าทำตามคำสอนของพระศาสดา และผู้มีขันติ ชื่อว่าบูชาพระชินเจ้า ด้วยบูชาอย่างยิ่ง.”
EN: “Reflecting upon Satathuno vacanovādṃ     karotiyev khanatikoparamāy c pūjāy        jinṃ pūjeti khanatiko: "ผู้มีขันติ ชื่อว่าทำตามคำสอนของพระศาสดา และผู้มีขันติ ชื่อว่าบูชาพระชินเจ้า ด้วยบูชาอย่างยิ่ง"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “สตฺถุโน วจโนวาทํ     กโรติเยว ขนฺติโกปรมาย จ ปูชาย        ชินํ ปูเชติ ขนฺติโก” (แปลความว่า: ผู้มีขันติ ชื่อว่าทำตามคำสอนของพระศาสดา และผู้มีขันติ ชื่อว่าบูชาพระชินเจ้า ด้วยบูชาอย่างยิ่ง.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

สีลสมาธิคุณานํ             ขนฺติ ปธานการณํสพฺเพปิ กุสลา ธมฺมา     ขนฺตฺยาเยว วฑฺฒนฺติ เต

Roman: Sīlasamādhiguṇānṃ             khanati padhānakāraṇṃsababepi kusalā dhamamā     khanatฺyāyev vaḍaḍhanati te
“ขันติ เป็นประธาน เป็นเหตุ แห่งคุณคือศีลและสมาธิ กุศลธรรมทั้งปวง ย่อมเจริญเพราะขันติเท่านั้น.”
EN: “Reflecting upon Sīlasamādhiguṇānṃ             khanati padhānakāraṇṃsababepi kusalā dhamamā     khanatฺyāyev vaḍaḍhanati te: "ขันติ เป็นประธาน เป็นเหตุ แห่งคุณคือศีลและสมาธิ กุศลธรรมทั้งปวง ย่อมเจริญเพราะขันติเท่านั้น"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “สีลสมาธิคุณานํ             ขนฺติ ปธานการณํสพฺเพปิ กุสลา ธมฺมา     ขนฺตฺยาเยว วฑฺฒนฺติ เต” (แปลความว่า: ขันติ เป็นประธาน เป็นเหตุ แห่งคุณคือศีลและสมาธิ กุศลธรรมทั้งปวง ย่อมเจริญเพราะขันติเท่านั้น.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

ขนฺติ ธีรสฺส ลงฺกาโร     ขนฺติ ตโป ตปสฺสิโนขนฺติ พลํ ว ยตีนํ           ขนฺติ หิตสุขาวหา

Roman: Khanati dhīrasas laṅakāro     khanati tapo tapasasinokhanati balṃ v yatīnṃ           khanati hitasukhāvahā
“ขันติ เป็นเครื่องประดับของนักปราชญ์ ขันติ เป็นตบะของผู้พากเพียร ขันติ เป็นกำลังของนักพรต ขันติ นำประโยชน์สุขมาให้.”
EN: “Reflecting upon Khanati dhīrasas laṅakāro     khanati tapo tapasasinokhanati balṃ v yatīnṃ           khanati hitasukhāvahā: "ขันติ เป็นเครื่องประดับของนักปราชญ์ ขันติ เป็นตบะของผู้พากเพียร ขันติ เป็นกำลังของนักพรต ขันติ นำประโยชน์สุขมาให้"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “ขนฺติ ธีรสฺส ลงฺกาโร     ขนฺติ ตโป ตปสฺสิโนขนฺติ พลํ ว ยตีนํ           ขนฺติ หิตสุขาวหา” (แปลความว่า: ขันติ เป็นเครื่องประดับของนักปราชญ์ ขันติ เป็นตบะของผู้พากเพียร ขันติ เป็นกำลังของนักพรต ขันติ นำประโยชน์สุขมาให้.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

น สุทฺธิ เสจเนน อตฺถิ     นปิ เกวลี พฺราหฺมโณน เจว ขนฺติ โสรจฺจํ        นปิ โส ปรินิพฺพุโต

Roman: N sudadhi secanen atathi     napi kevalī barāhamaṇon cev khanati soracacṃ        napi so parinibabuto
“ความบริสุทธิ์ก็ดี ผู้ที่จะประเสริฐล้วนก็ดี ขันติและโสรัจจะก็ดี จะเป็นผู้เย็นสนิทก็ดี ย่อมไม่มี เพราะการชำระล้าง (ด้วยน้ำ).”
EN: “Reflecting upon N sudadhi secanen atathi     napi kevalī barāhamaṇon cev khanati soracacṃ        napi so parinibabuto: "ความบริสุทธิ์ก็ดี ผู้ที่จะประเสริฐล้วนก็ดี ขันติและโสรัจจะก็ดี จะเป็นผู้เย็นสนิทก็ดี ย่อมไม่มี เพราะการชำระล้าง (ด้วยน้ำ)"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “น สุทฺธิ เสจเนน อตฺถิ     นปิ เกวลี พฺราหฺมโณน เจว ขนฺติ โสรจฺจํ        นปิ โส ปรินิพฺพุโต” (แปลความว่า: ความบริสุทธิ์ก็ดี ผู้ที่จะประเสริฐล้วนก็ดี ขันติและโสรัจจะก็ดี จะเป็นผู้เย็นสนิทก็ดี ย่อมไม่มี เพราะการชำระล้าง (ด้วยน้ำ).) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

กัมมวรรค (หมวดกรรม) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

น เหตมตฺถํ มหตีปิ เสนาสราชิกา ยุชฺฌมานา ลเภถยํ ขนฺติมา สปฺปุริโส ลเภถขนฺติผลสฺสูปสมนฺติ เวรา

Roman: N hetamatathṃ mahatīpi senāsarājikā yujajhamānā labhethayṃ khanatimā sapapuriso labhethakhanatiphalasasūpasamanati verā
“เสนาแม้หมู่ใหญ่ พร้อมด้วยพระราชา รบอยู่ ไม่พึงได้ประโยชน์ที่สัตบุรุษผู้มีขันติพึงได้ (เพราะว่า) เวรทั้งหลายของผู้มีขันติเป็นกำลัง ย่อมสงบระงับ.”
EN: “Reflecting upon N hetamatathṃ mahatīpi senāsarājikā yujajhamānā labhethayṃ khanatimā sapapuriso labhethakhanatiphalasasūpasamanati verā: "เสนาแม้หมู่ใหญ่ พร้อมด้วยพระราชา รบอยู่ ไม่พึงได้ประโยชน์ที่สัตบุรุษผู้มีขันติพึงได้ (เพราะว่า) เวรทั้งหลายของผู้มีขันติเป็นกำลัง ย่อมสงบระงับ"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “น เหตมตฺถํ มหตีปิ เสนาสราชิกา ยุชฺฌมานา ลเภถยํ ขนฺติมา สปฺปุริโส ลเภถขนฺติผลสฺสูปสมนฺติ เวรา” (แปลความว่า: เสนาแม้หมู่ใหญ่ พร้อมด้วยพระราชา รบอยู่ ไม่พึงได้ประโยชน์ที่สัตบุรุษผู้มีขันติพึงได้ (เพราะว่า) เวรทั้งหลายของผู้มีขันติเป็นกำลัง ย่อมสงบระงับ.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (ขุ.ชา.ฉกฺก. 27/188)

น หิ สาธุ โกโธ

Roman: N hi sādhu kodho
“ความโกรธ ไม่ดีเลย”
EN: “Reflecting upon N hi sādhu kodho: "ความโกรธ ไม่ดีเลย"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “น หิ สาธุ โกโธ” (แปลความว่า: ความโกรธ ไม่ดีเลย) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ชา.ฉกฺก. 27/188)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

Advertisement / สนับสนุนโดย
ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) (สํ.ส. 15/60)

โกโธ สตฺถมลํ โลเก

Roman: Kodho satathamalṃ loke
“ความโกรธ เป็นดังสนิมศัสตราในโลก”
EN: “Reflecting upon Kodho satathamalṃ loke: "ความโกรธ เป็นดังสนิมศัสตราในโลก"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “โกโธ สตฺถมลํ โลเก” (แปลความว่า: ความโกรธ เป็นดังสนิมศัสตราในโลก) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((สํ.ส. 15/60)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) (องฺ.สตฺตก. 23/99)

อนตฺถชนโน โกโธ

Roman: Anatathajanano kodho
“ความโกรธ ก่อความพินาศ”
EN: “Reflecting upon Anatathajanano kodho: "ความโกรธ ก่อความพินาศ"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อนตฺถชนโน โกโธ” (แปลความว่า: ความโกรธ ก่อความพินาศ) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((องฺ.สตฺตก. 23/99)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (องฺ.สตฺตก. 23/99)

โกโธ จิตฺตปฺปโกปโน

Roman: Kodho citatapapakopano
“ความโกรธ ทำให้จิตใจกำเริบ”
EN: “Reflecting upon Kodho citatapapakopano: "ความโกรธ ทำให้จิตใจกำเริบ"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “โกโธ จิตฺตปฺปโกปโน” (แปลความว่า: ความโกรธ ทำให้จิตใจกำเริบ) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((องฺ.สตฺตก. 23/99)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

กัมมวรรค (หมวดกรรม) (องฺ.สตฺตก. 23/99, ขุ.มหา. 29/18)

อนฺธตมํ ตทา โหติ ยํ โกโธ สหเต นรํ

Roman: Anadhatamṃ tadā hoti yṃ kodho sahate narṃ
“ความโกรธ ครอบงำนรชนเมื่อใด ความมืดมน ย่อมมีเมื่อนั้น”
EN: “Reflecting upon Anadhatamṃ tadā hoti yṃ kodho sahate narṃ: "ความโกรธ ครอบงำนรชนเมื่อใด ความมืดมน ย่อมมีเมื่อนั้น"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อนฺธตมํ ตทา โหติ ยํ โกโธ สหเต นรํ” (แปลความว่า: ความโกรธ ครอบงำนรชนเมื่อใด ความมืดมน ย่อมมีเมื่อนั้น) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((องฺ.สตฺตก. 23/99, ขุ.มหา. 29/18)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

กัมมวรรค (หมวดกรรม) (ขุ.ชา.ทสก. 27/273)

อปฺโป หุตฺวา พหุ โหติ วฑฺฒเต โส อขนฺติโช

Roman: Apapo hutavā bahu hoti vaḍaḍhate so akhanatijo
“ความโกรธ น้อยแล้วมาก มันเกิดจากความไม่อดทน จึงทวีขึ้น”
EN: “Reflecting upon Apapo hutavā bahu hoti vaḍaḍhate so akhanatijo: "ความโกรธ น้อยแล้วมาก มันเกิดจากความไม่อดทน จึงทวีขึ้น"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อปฺโป หุตฺวา พหุ โหติ วฑฺฒเต โส อขนฺติโช” (แปลความว่า: ความโกรธ น้อยแล้วมาก มันเกิดจากความไม่อดทน จึงทวีขึ้น) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ชา.ทสก. 27/273)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (ขุ.ชา.ทสก. 27/280)

โกโธ ทุมฺเมธโคจโร

Roman: Kodho dumamedhagocaro
“ความโกรธ เป็นอารมณ์ของคนมีปัญญาทราม”
EN: “Reflecting upon Kodho dumamedhagocaro: "ความโกรธ เป็นอารมณ์ของคนมีปัญญาทราม"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “โกโธ ทุมฺเมธโคจโร” (แปลความว่า: ความโกรธ เป็นอารมณ์ของคนมีปัญญาทราม) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ชา.ทสก. 27/280)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

Advertisement / สนับสนุนโดย
โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (ขุ.ชา.ทสก. 27/273)

โทโส โกธสมุฏฺฐาโน

Roman: Doso kodhasamuṭaṭhāno
“โทสะ มีความโกรธเป็นสมุฏฐาน”
EN: “Reflecting upon Doso kodhasamuṭaṭhāno: "โทสะ มีความโกรธเป็นสมุฏฐาน"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “โทโส โกธสมุฏฺฐาโน” (แปลความว่า: โทสะ มีความโกรธเป็นสมุฏฐาน) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ชา.ทสก. 27/273)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) (ขุ.ธ. 25/48)

นตฺถิ โทสสโม คโห

Roman: Natathi dosasamo gaho
“ผู้จับ เสมอด้วยโทสะ ไม่มีเลย”
EN: “Reflecting upon Natathi dosasamo gaho: "ผู้จับ เสมอด้วยโทสะ ไม่มีเลย"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “นตฺถิ โทสสโม คโห” (แปลความว่า: ผู้จับ เสมอด้วยโทสะ ไม่มีเลย) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/48)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (ขุ.ธ. 25/42)

นตฺถิ โทสสโม กลิ

Roman: Natathi dosasamo kali
“ความผิด เสมอด้วยโทสะ ไม่มี”
EN: “Reflecting upon Natathi dosasamo kali: "ความผิด เสมอด้วยโทสะ ไม่มี"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “นตฺถิ โทสสโม กลิ” (แปลความว่า: ความผิด เสมอด้วยโทสะ ไม่มี) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/42)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

กัมมวรรค (หมวดกรรม) (สํ.ส. 15/57, 64)

โกธํ ฆตฺวา สุขํ เสติ

Roman: Kodhṃ ghatavā sukhṃ seti
“ฆ่าความโกรธได้ ย่อมอยู่เป็นสุข”
EN: “Reflecting upon Kodhṃ ghatavā sukhṃ seti: "ฆ่าความโกรธได้ ย่อมอยู่เป็นสุข"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “โกธํ ฆตฺวา สุขํ เสติ” (แปลความว่า: ฆ่าความโกรธได้ ย่อมอยู่เป็นสุข) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((สํ.ส. 15/57, 64)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

หน้า 12 จาก 28 (ทั้งหมด 445 บท)
Advertisement / สนับสนุนโดย
สัมผัสความสงบภายในผ่านการเจริญสติและวิปัสสนากรรมฐาน

พุทธศาสนสุภาษิตมิใช่เพียงบทกวีทางปรัชญาโบราณ แต่คือ "แผนที่นำทางสู่การตื่นรู้" ทุกถ้อยคำสามารถนำมาเป็นอารมณ์ในการพิจารณากรรมฐาน เชื่อมโยงจิตใจที่บริสุทธิ์เข้ากับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัว

คัดลอกพุทธสุภาษิตเรียบร้อยแล้ว