Logo
Bright from Within
Vipassana, Ecology & Inner Wisdom
พุทธศาสนสุภาษิต พระไตรปิฎก (SQLite Powered)

พุทธศาสนสุภาษิตสอนใจ

คลังพุทธพจน์ภาษาบาลีพร้อมคำแปล ถอดรหัสธรรมะสู่การเจริญสติ วิปัสสนากรรมฐาน และการดำเนินชีวิตอย่างสันโดษและผาสุก

ทั้งหมด 445 สันตุฏฐิวรรค (หมวดความสันโดษ & วิเวก) 17 สัทธาวรรค (หมวดศรัทธา & ความเชื่อมั่น) 10 จิตตวรรค (หมวดจิต & ความคิด) 8 ธัมมวรรค (หมวดธรรมะ & ความจริง) 5 ปัญญาวรรค (หมวดปัญญา) 5 ลาภวรรค (หมวดลาภ & การได้มา) 5 สีลวรรค (หมวดศีล) 5 ทานวรรค (หมวดทาน) 8 อัตตวรรค (หมวดตน) 13 กัมมวรรค (หมวดกรรม) 148 ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) 48 วายามวรรค (หมวดความเพียร) 5 อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท) 30 โกธวรรค (หมวดความโกรธ) 66 เสวนาวรรค (หมวดการคบหา) 33 มิตตวรรค (หมวดมิตร) 5 วาจาวรรค (หมวดวาจา) 5 ปุญญวรรค (หมวดบุญ) 5 ปาปวรรค (หมวดบาป) 5 สุขวรรค (หมวดความสุข) 5 ทุกขวรรค (หมวดทุกข์) 9 ปกิณณกวรรค (หมวดเบ็ดเตล็ด) 5
แสดง 16 จากทั้งหมด 445 บท
กดไอคอนลำโพงเพื่อฟังเสียงอ่าน
ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) (สํ.ส. 15/57, 64)

โกธํ ฆตฺวา น โสจติ

Roman: Kodhṃ ghatavā n socati
“ฆ่าความโกรธได้ ย่อมไม่เศร้าโศก”
EN: “Reflecting upon Kodhṃ ghatavā n socati: "ฆ่าความโกรธได้ ย่อมไม่เศร้าโศก"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “โกธํ ฆตฺวา น โสจติ” (แปลความว่า: ฆ่าความโกรธได้ ย่อมไม่เศร้าโศก) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((สํ.ส. 15/57, 64)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (นัย- ขุ.ชา.ทสก. 27/286)

โกธาภิภูโต กุสลํ ชหาติ

Roman: Kodhābhibhūto kusalṃ jahāti
“ผู้ถูกความโกรธครอบงำ ย่อมละกุศลเสีย”
EN: “Reflecting upon Kodhābhibhūto kusalṃ jahāti: "ผู้ถูกความโกรธครอบงำ ย่อมละกุศลเสีย"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “โกธาภิภูโต กุสลํ ชหาติ” (แปลความว่า: ผู้ถูกความโกรธครอบงำ ย่อมละกุศลเสีย) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((นัย- ขุ.ชา.ทสก. 27/286)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (องฺ.สตฺตก. 23/98)

โกธโน ทุพฺพณฺโณ โหติ

Roman: Kodhano dubabaṇaṇo hoti
“คนมักโกรธ ย่อมมีผิวพรรณเศร้าหมอง”
EN: “Reflecting upon Kodhano dubabaṇaṇo hoti: "คนมักโกรธ ย่อมมีผิวพรรณเศร้าหมอง"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “โกธโน ทุพฺพณฺโณ โหติ” (แปลความว่า: คนมักโกรธ ย่อมมีผิวพรรณเศร้าหมอง) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((องฺ.สตฺตก. 23/98)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (นัย- องฺ.สตฺตก. 23/98)

ทุกฺขํ สยติ โกธโน

Roman: Dukakhṃ sayati kodhano
“คนมักโกรธ ย่อมนอนเป็นทุกข์”
EN: “Reflecting upon Dukakhṃ sayati kodhano: "คนมักโกรธ ย่อมนอนเป็นทุกข์"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “ทุกฺขํ สยติ โกธโน” (แปลความว่า: คนมักโกรธ ย่อมนอนเป็นทุกข์) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((นัย- องฺ.สตฺตก. 23/98)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

กัมมวรรค (หมวดกรรม) (องฺ.สตฺตก. 23/98)

อโถ อตฺถํ คเหตฺวาน อนตฺถํ ปฏิปชฺชติ

Roman: Atho atathṃ gahetavān anatathṃ paṭipajajati
“คนมักโกรธ ถือเอาประโยชน์แล้ว กลับประพฤติไม่เป็นประโยชน์”
EN: “Reflecting upon Atho atathṃ gahetavān anatathṃ paṭipajajati: "คนมักโกรธ ถือเอาประโยชน์แล้ว กลับประพฤติไม่เป็นประโยชน์"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อโถ อตฺถํ คเหตฺวาน อนตฺถํ ปฏิปชฺชติ” (แปลความว่า: คนมักโกรธ ถือเอาประโยชน์แล้ว กลับประพฤติไม่เป็นประโยชน์) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((องฺ.สตฺตก. 23/98)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

กัมมวรรค (หมวดกรรม) (องฺ.สตฺตก. 23/98)

โกธาภิภูโต ปุริโส ธนชานึ นิคจฺฉติ

Roman: Kodhābhibhūto puriso dhanajānึ nigacachati
“บุคคลผู้ถูกความโกรธครอบงำ ย่อมถึงความเสื่อมทรัพย์”
EN: “Reflecting upon Kodhābhibhūto puriso dhanajānึ nigacachati: "บุคคลผู้ถูกความโกรธครอบงำ ย่อมถึงความเสื่อมทรัพย์"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “โกธาภิภูโต ปุริโส ธนชานึ นิคจฺฉติ” (แปลความว่า: บุคคลผู้ถูกความโกรธครอบงำ ย่อมถึงความเสื่อมทรัพย์) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((องฺ.สตฺตก. 23/98)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

Advertisement / สนับสนุนโดย
โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (องฺ.สตฺตก. 23/98)

โกธสมฺมทสมฺมตฺโต อายสกฺยํ นิคจฺฉติ

Roman: Kodhasamamadasamamatato āyasakayṃ nigacachati
“ผู้มึนเมาด้วยความโกรธ ย่อมถึงความไร้ยศศักดิ์”
EN: “Reflecting upon Kodhasamamadasamamatato āyasakayṃ nigacachati: "ผู้มึนเมาด้วยความโกรธ ย่อมถึงความไร้ยศศักดิ์"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “โกธสมฺมทสมฺมตฺโต อายสกฺยํ นิคจฺฉติ” (แปลความว่า: ผู้มึนเมาด้วยความโกรธ ย่อมถึงความไร้ยศศักดิ์) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((องฺ.สตฺตก. 23/98)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

กัมมวรรค (หมวดกรรม) (องฺ.สตฺตก. 23/99)

ญาติมิตฺตา สุหชฺชา จ ปริเวชฺชนฺติ โกธนํ

Roman: ñātimitatā suhajajā c parivejajanati kodhanṃ
“ญาติมิตรและสหาย ย่อมหลีกเลี่ยงคนมักโกรธ”
EN: “Reflecting upon ñātimitatā suhajajā c parivejajanati kodhanṃ: "ญาติมิตรและสหาย ย่อมหลีกเลี่ยงคนมักโกรธ"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “ญาติมิตฺตา สุหชฺชา จ ปริเวชฺชนฺติ โกธนํ” (แปลความว่า: ญาติมิตรและสหาย ย่อมหลีกเลี่ยงคนมักโกรธ) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((องฺ.สตฺตก. 23/99)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (องฺ.สตฺตก. 23/99)

กุทฺโธ อตฺถํ น ชานาติ

Roman: Kudadho atathṃ n jānāti
“ผู้โกรธย่อมไม่รู้อรรถ”
EN: “Reflecting upon Kudadho atathṃ n jānāti: "ผู้โกรธย่อมไม่รู้อรรถ"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “กุทฺโธ อตฺถํ น ชานาติ” (แปลความว่า: ผู้โกรธย่อมไม่รู้อรรถ) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((องฺ.สตฺตก. 23/99)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (องฺ.สตฺตก. 23/99)

กุทฺโธ ธมฺมํ น ปสฺสติ

Roman: Kudadho dhamamṃ n pasasati
“ผู้โกรธ ย่อมไม่เห็นธรรม”
EN: “Reflecting upon Kudadho dhamamṃ n pasasati: "ผู้โกรธ ย่อมไม่เห็นธรรม"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “กุทฺโธ ธมฺมํ น ปสฺสติ” (แปลความว่า: ผู้โกรธ ย่อมไม่เห็นธรรม) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((องฺ.สตฺตก. 23/99)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (องฺ.สตฺตก. 23/99)

ยํ กุทฺโธ อุปโรเธติ สุกรํ วิย ทุกฺกรํ

Roman: Yṃ kudadho uparodheti sukarṃ viy dukakarṃ
“ผู้โกรธจะผลาญสิ่งใด สิ่งนั้นถึงทำยากก็เหมือนทำง่าย”
EN: “Reflecting upon Yṃ kudadho uparodheti sukarṃ viy dukakarṃ: "ผู้โกรธจะผลาญสิ่งใด สิ่งนั้นถึงทำยากก็เหมือนทำง่าย"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “ยํ กุทฺโธ อุปโรเธติ สุกรํ วิย ทุกฺกรํ” (แปลความว่า: ผู้โกรธจะผลาญสิ่งใด สิ่งนั้นถึงทำยากก็เหมือนทำง่าย) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((องฺ.สตฺตก. 23/99)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (องฺ.สตฺตก. 23/99)

ปจฺฉา โส วิคเต โกเธ อคฺคิทฑฺโฒว ตปฺปติ

Roman: Pacachā so vigate kodhe agagidaḍaḍhov tapapati
“ภายหลัง เมื่อความโกรธหายแล้ว เขาย่อมเดือดร้อน เหมือนถูกไฟไหม้”
EN: “Reflecting upon Pacachā so vigate kodhe agagidaḍaḍhov tapapati: "ภายหลัง เมื่อความโกรธหายแล้ว เขาย่อมเดือดร้อน เหมือนถูกไฟไหม้"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “ปจฺฉา โส วิคเต โกเธ อคฺคิทฑฺโฒว ตปฺปติ” (แปลความว่า: ภายหลัง เมื่อความโกรธหายแล้ว เขาย่อมเดือดร้อน เหมือนถูกไฟไหม้) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((องฺ.สตฺตก. 23/99)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

Advertisement / สนับสนุนโดย
ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) (องฺ.สตฺตก. 23/99)

โกเธน อภิภูตสฺส น ทีปํ โหติ กิญฺจนํ

Roman: Kodhen abhibhūtasas n dīpṃ hoti kiñacanṃ
“ผู้ถูกความโกรธครอบงำ ย่อมไม่มีที่พำนักสักนิดเดียว”
EN: “Reflecting upon Kodhen abhibhūtasas n dīpṃ hoti kiñacanṃ: "ผู้ถูกความโกรธครอบงำ ย่อมไม่มีที่พำนักสักนิดเดียว"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “โกเธน อภิภูตสฺส น ทีปํ โหติ กิญฺจนํ” (แปลความว่า: ผู้ถูกความโกรธครอบงำ ย่อมไม่มีที่พำนักสักนิดเดียว) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((องฺ.สตฺตก. 23/99)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (องฺ.สตฺตก. 23/99)

หนฺติ กุทฺโธ สมาตรํ

Roman: Hanati kudadho samātarṃ
“ผู้โกรธ ย่อมฆ่ามารดาของตนเองได้”
EN: “Reflecting upon Hanati kudadho samātarṃ: "ผู้โกรธ ย่อมฆ่ามารดาของตนเองได้"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “หนฺติ กุทฺโธ สมาตรํ” (แปลความว่า: ผู้โกรธ ย่อมฆ่ามารดาของตนเองได้) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((องฺ.สตฺตก. 23/99)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (องฺ.สตฺตก. 23/100)

โกธชาโต ปราภโว

Roman: Kodhajāto parābhavo
“ผู้เกิดความโกรธแล้วเป็นผู้ฉิบหาย”
EN: “Reflecting upon Kodhajāto parābhavo: "ผู้เกิดความโกรธแล้วเป็นผู้ฉิบหาย"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “โกธชาโต ปราภโว” (แปลความว่า: ผู้เกิดความโกรธแล้วเป็นผู้ฉิบหาย) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((องฺ.สตฺตก. 23/100)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) (นัย- องฺ.สตฺตก. 23/100)

โกธํ ทเมน อุจฺฉินฺเท

Roman: Kodhṃ damen ucachinade
“พึงตัดความโกรธ ด้วยความข่มใจ”
EN: “Reflecting upon Kodhṃ damen ucachinade: "พึงตัดความโกรธ ด้วยความข่มใจ"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “โกธํ ทเมน อุจฺฉินฺเท” (แปลความว่า: พึงตัดความโกรธ ด้วยความข่มใจ) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((นัย- องฺ.สตฺตก. 23/100)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

หน้า 13 จาก 28 (ทั้งหมด 445 บท)
Advertisement / สนับสนุนโดย
สัมผัสความสงบภายในผ่านการเจริญสติและวิปัสสนากรรมฐาน

พุทธศาสนสุภาษิตมิใช่เพียงบทกวีทางปรัชญาโบราณ แต่คือ "แผนที่นำทางสู่การตื่นรู้" ทุกถ้อยคำสามารถนำมาเป็นอารมณ์ในการพิจารณากรรมฐาน เชื่อมโยงจิตใจที่บริสุทธิ์เข้ากับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัว

คัดลอกพุทธสุภาษิตเรียบร้อยแล้ว