Logo
Bright from Within
Vipassana, Ecology & Inner Wisdom
พุทธศาสนสุภาษิต พระไตรปิฎก (SQLite Powered)

พุทธศาสนสุภาษิตสอนใจ

คลังพุทธพจน์ภาษาบาลีพร้อมคำแปล ถอดรหัสธรรมะสู่การเจริญสติ วิปัสสนากรรมฐาน และการดำเนินชีวิตอย่างสันโดษและผาสุก

ทั้งหมด 445 สันตุฏฐิวรรค (หมวดความสันโดษ & วิเวก) 17 สัทธาวรรค (หมวดศรัทธา & ความเชื่อมั่น) 10 จิตตวรรค (หมวดจิต & ความคิด) 8 ธัมมวรรค (หมวดธรรมะ & ความจริง) 5 ปัญญาวรรค (หมวดปัญญา) 5 ลาภวรรค (หมวดลาภ & การได้มา) 5 สีลวรรค (หมวดศีล) 5 ทานวรรค (หมวดทาน) 8 อัตตวรรค (หมวดตน) 13 กัมมวรรค (หมวดกรรม) 148 ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) 48 วายามวรรค (หมวดความเพียร) 5 อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท) 30 โกธวรรค (หมวดความโกรธ) 66 เสวนาวรรค (หมวดการคบหา) 33 มิตตวรรค (หมวดมิตร) 5 วาจาวรรค (หมวดวาจา) 5 ปุญญวรรค (หมวดบุญ) 5 ปาปวรรค (หมวดบาป) 5 สุขวรรค (หมวดความสุข) 5 ทุกขวรรค (หมวดทุกข์) 9 ปกิณณกวรรค (หมวดเบ็ดเตล็ด) 5
แสดง 16 จากทั้งหมด 445 บท
กดไอคอนลำโพงเพื่อฟังเสียงอ่าน
เสวนาวรรค (หมวดการคบหา) (ขุ.ธ. 25/59)

สุขา สทฺธา ปติฏฺฐิตา

Roman: Sukhā saddhā patiṭṭhitā
“ศรัทธาตั้งมั่นแล้วนำสุขมาให้”
EN: “Reflecting upon Sukhā saddhā patiṭṭhitā: "ศรัทธาตั้งมั่นแล้วนำสุขมาให้"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “สุขา สทฺธา ปติฏฺฐิตา” (แปลความว่า: ศรัทธาตั้งมั่นแล้วนำสุขมาให้) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/59)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

กัมมวรรค (หมวดกรรม) (สํ.ส. 15/50)

สทฺธา สาธุ ปติฏฺฐิตา

Roman: Saddhā sādhu patiṭṭhitā
“ศรัทธาตั้งมั่นแล้ว ยังประโยชน์ให้สำเร็จ”
EN: “Reflecting upon Saddhā sādhu patiṭṭhitā: "ศรัทธาตั้งมั่นแล้ว ยังประโยชน์ให้สำเร็จ"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “สทฺธา สาธุ ปติฏฺฐิตา” (แปลความว่า: ศรัทธาตั้งมั่นแล้ว ยังประโยชน์ให้สำเร็จ) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((สํ.ส. 15/50)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (สํ.ส. 15/61)

สทฺธา พนฺธติ ปาเถยฺยํ

Roman: Saddhā bandhati pātheyyaṃ
“ศรัทธารวบรวมไว้ซึ่งเสบียง (คือกุศล)”
EN: “Reflecting upon Saddhā bandhati pātheyyaṃ: "ศรัทธารวบรวมไว้ซึ่งเสบียง (คือกุศล)"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “สทฺธา พนฺธติ ปาเถยฺยํ” (แปลความว่า: ศรัทธารวบรวมไว้ซึ่งเสบียง (คือกุศล)) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((สํ.ส. 15/61)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

สันตุฏฐิวรรค (หมวดความสันโดษ & วิเวก) (ขุ.ธ. 25/42)

สนฺตุฏฺฐี ปรมํ ธนํ

Roman: Santuṭṭhī paramaṃ dhanaṃ
“ความสันโดษเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง”
EN: “Reflecting upon Santuṭṭhī paramaṃ dhanaṃ: "ความสันโดษเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “สนฺตุฏฺฐี ปรมํ ธนํ” (แปลความว่า: ความสันโดษเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/42)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

สันตุฏฐิวรรค (หมวดความสันโดษ & วิเวก) (ขุ.ธ. 25/59)

ตุฏฺฐี สุขา ยา อิตรีตเรน

Roman: Tuṭṭhī sukhā yā itarītarena
“ความสันโดษด้วยปัจจัยตามมีตามได้ นำสุขมาให้”
EN: “Reflecting upon Tuṭṭhī sukhā yā itarītarena: "ความสันโดษด้วยปัจจัยตามมีตามได้ นำสุขมาให้"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “ตุฏฺฐี สุขา ยา อิตรีตเรน” (แปลความว่า: ความสันโดษด้วยปัจจัยตามมีตามได้ นำสุขมาให้) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/59)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

สันตุฏฐิวรรค (หมวดความสันโดษ & วิเวก) (วิ.มหา. 4/6, ขุ.อุ. 25/86)

สุโข วิเวโก ตุฏฺฐสฺส สุตธมฺมสฺส ปสฺสโต

Roman: Sukho viveko tuṭṭhassa sutadhammassa passato
“ความสงัดของผู้สันโดษ มีธรรมปรากฏเห็นอยู่ นำสุขมาให้”
EN: “Reflecting upon Sukho viveko tuṭṭhassa sutadhammassa passato: "ความสงัดของผู้สันโดษ มีธรรมปรากฏเห็นอยู่ นำสุขมาให้"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “สุโข วิเวโก ตุฏฺฐสฺส สุตธมฺมสฺส ปสฺสโต” (แปลความว่า: ความสงัดของผู้สันโดษ มีธรรมปรากฏเห็นอยู่ นำสุขมาให้) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((วิ.มหา. 4/6, ขุ.อุ. 25/86)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

Advertisement / สนับสนุนโดย
สันตุฏฐิวรรค (หมวดความสันโดษ & วิเวก) (วิ.ภิ. 3/96, ขุ.ชา.เอก. 27/44)

ยํ ลทฺธํ เตน ตุฏฺฐพฺพํ

Roman: Yaṃ laddhaṃ tena tuṭṭhabbaṃ
“ได้สิ่งใด พึงพอใจด้วยสิ่งนั้น”
EN: “Reflecting upon Yaṃ laddhaṃ tena tuṭṭhabbaṃ: "ได้สิ่งใด พึงพอใจด้วยสิ่งนั้น"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “ยํ ลทฺธํ เตน ตุฏฺฐพฺพํ” (แปลความว่า: ได้สิ่งใด พึงพอใจด้วยสิ่งนั้น) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((วิ.ภิ. 3/96, ขุ.ชา.เอก. 27/44)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

สันตุฏฐิวรรค (หมวดความสันโดษ & วิเวก) (ขุ.ธ. 25/65)

สลาภํ นาติมญฺเญยฺย

Roman: Salābhaṃ nātimaññeyya
“ไม่ควรดูหมิ่นลาภของตน”
EN: “Reflecting upon Salābhaṃ nātimaññeyya: "ไม่ควรดูหมิ่นลาภของตน"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “สลาภํ นาติมญฺเญยฺย” (แปลความว่า: ไม่ควรดูหมิ่นลาภของตน) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/65)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

เสวนาวรรค (หมวดการคบหา) (ขุ.ชา.ฉกฺก. 27/202)

ธมฺโม รหโท อกทฺทโม

Roman: Dhammo rahado akaddamo
“[คำอ่าน : ทำ-โม, ระ-หะ-โท, อะ-กัด-ทะ-โม]”
EN: “Reflecting upon Dhammo rahado akaddamo: "[คำอ่าน : ทำ-โม, ระ-หะ-โท, อะ-กัด-ทะ-โม]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “ธมฺโม รหโท อกทฺทโม” (แปลความว่า: [คำอ่าน : ทำ-โม, ระ-หะ-โท, อะ-กัด-ทะ-โม]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ชา.ฉกฺก. 27/202)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) (ขุ.ธ. 25/15)

มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา

Roman: Manopubbaṅgamā dhammā
“[คำอ่าน : มะ-โน-ปุบ-พัง-คะ-มา, ทำ-มา]”
EN: “Reflecting upon Manopubbaṅgamā dhammā: "[คำอ่าน : มะ-โน-ปุบ-พัง-คะ-มา, ทำ-มา]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา” (แปลความว่า: [คำอ่าน : มะ-โน-ปุบ-พัง-คะ-มา, ทำ-มา]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/15)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท) (สํ.นิ. 16/26, องฺ.จตุกฺก. 21/66, ขุ.ชา.อสีติ. 28/152)

ธมฺโม หิ อิสินํ ธโช

Roman: Dhamamo hi isinṃ dhajo
“[คำอ่าน : ทำ-โม, หิ, อิ-สิ-นัง, ทะ-โช]”
EN: “Reflecting upon Dhamamo hi isinṃ dhajo: "[คำอ่าน : ทำ-โม, หิ, อิ-สิ-นัง, ทะ-โช]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “ธมฺโม หิ อิสินํ ธโช” (แปลความว่า: [คำอ่าน : ทำ-โม, หิ, อิ-สิ-นัง, ทะ-โช]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((สํ.นิ. 16/26, องฺ.จตุกฺก. 21/66, ขุ.ชา.อสีติ. 28/152)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

กัมมวรรค (หมวดกรรม) (สํ.ส. 15/26, ขุ.ชา.ทุก. 27/63, ขุ.ชา.ทสก. 27/294)

สตํ ธมฺโม ทุรนฺวโย

Roman: Satṃ dhamamo duranavayo
“[คำอ่าน : สะ-ตัง, ทำ-โม, ทุ-รัน-วะ-โย]”
EN: “Reflecting upon Satṃ dhamamo duranavayo: "[คำอ่าน : สะ-ตัง, ทำ-โม, ทุ-รัน-วะ-โย]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “สตํ ธมฺโม ทุรนฺวโย” (แปลความว่า: [คำอ่าน : สะ-ตัง, ทำ-โม, ทุ-รัน-วะ-โย]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((สํ.ส. 15/26, ขุ.ชา.ทุก. 27/63, ขุ.ชา.ทสก. 27/294)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

Advertisement / สนับสนุนโดย
โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (สํ.ส. 15/102, ขุ.ธ. 25/35, ขุ.ชา.อสีติ. 28/136)

สตญฺจ ธมฺโม น ชรํ อุเปติ

Roman: Satañac dhamamo n jarṃ upeti
“[คำอ่าน : สะ-ตัน-จะ, ทำ-โม, นะ, ชะ-รัง, อุ-เป-ติ]”
EN: “Reflecting upon Satañac dhamamo n jarṃ upeti: "[คำอ่าน : สะ-ตัน-จะ, ทำ-โม, นะ, ชะ-รัง, อุ-เป-ติ]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “สตญฺจ ธมฺโม น ชรํ อุเปติ” (แปลความว่า: [คำอ่าน : สะ-ตัน-จะ, ทำ-โม, นะ, ชะ-รัง, อุ-เป-ติ]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((สํ.ส. 15/102, ขุ.ธ. 25/35, ขุ.ชา.อสีติ. 28/136)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

อัตตวรรค (หมวดตน) (ที.มหา. 10/279)

สทฺธมฺโม สพฺภิ รกฺขิโต

Roman: Sadadhamamo sababhi rakakhito
“[คำอ่าน : สัด-ทำ-โม, สับ-พิ, รัก-ขิ-โต]”
EN: “Reflecting upon Sadadhamamo sababhi rakakhito: "[คำอ่าน : สัด-ทำ-โม, สับ-พิ, รัก-ขิ-โต]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “สทฺธมฺโม สพฺภิ รกฺขิโต” (แปลความว่า: [คำอ่าน : สัด-ทำ-โม, สับ-พิ, รัก-ขิ-โต]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ที.มหา. 10/279)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

กัมมวรรค (หมวดกรรม) (สํ.ส. 15/58, ขุ.สุ. 25/360, ขุ.ชา.ทสก. 27/290, ขุ.เถร. 26/314)

ธมฺโม สุจิณฺโณ สุขมาวหาติ

Roman: Dhamamo suciṇaṇo sukhamāvahāti
“[คำอ่าน : ทำ-โม, สุ-จิน-โน, สุ-ขะ-มา-วะ-หา-ติ]”
EN: “Reflecting upon Dhamamo suciṇaṇo sukhamāvahāti: "[คำอ่าน : ทำ-โม, สุ-จิน-โน, สุ-ขะ-มา-วะ-หา-ติ]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “ธมฺโม สุจิณฺโณ สุขมาวหาติ” (แปลความว่า: [คำอ่าน : ทำ-โม, สุ-จิน-โน, สุ-ขะ-มา-วะ-หา-ติ]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((สํ.ส. 15/58, ขุ.สุ. 25/360, ขุ.ชา.ทสก. 27/290, ขุ.เถร. 26/314)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

เสวนาวรรค (หมวดการคบหา) (องฺ.อฏฺฐก. 23/249)

สพฺเพสํ สหิโต โหติ สทฺธมฺเม สุปติฏฺฐิโต

Roman: Sababesṃ sahito hoti sadadhamame supatiṭaṭhito
“[คำอ่าน : สับ-เพ-สัง, สะ-หิ-โต, โห-ติ, สัด-ทำ-เม, สุ-ปะ-ติด-ถิ-โต]”
EN: “Reflecting upon Sababesṃ sahito hoti sadadhamame supatiṭaṭhito: "[คำอ่าน : สับ-เพ-สัง, สะ-หิ-โต, โห-ติ, สัด-ทำ-เม, สุ-ปะ-ติด-ถิ-โต]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “สพฺเพสํ สหิโต โหติ สทฺธมฺเม สุปติฏฺฐิโต” (แปลความว่า: [คำอ่าน : สับ-เพ-สัง, สะ-หิ-โต, โห-ติ, สัด-ทำ-เม, สุ-ปะ-ติด-ถิ-โต]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((องฺ.อฏฺฐก. 23/249)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

หน้า 2 จาก 28 (ทั้งหมด 445 บท)
Advertisement / สนับสนุนโดย
สัมผัสความสงบภายในผ่านการเจริญสติและวิปัสสนากรรมฐาน

พุทธศาสนสุภาษิตมิใช่เพียงบทกวีทางปรัชญาโบราณ แต่คือ "แผนที่นำทางสู่การตื่นรู้" ทุกถ้อยคำสามารถนำมาเป็นอารมณ์ในการพิจารณากรรมฐาน เชื่อมโยงจิตใจที่บริสุทธิ์เข้ากับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัว

คัดลอกพุทธสุภาษิตเรียบร้อยแล้ว