Logo
Bright from Within
Vipassana, Ecology & Inner Wisdom
พุทธศาสนสุภาษิต พระไตรปิฎก (SQLite Powered)

พุทธศาสนสุภาษิตสอนใจ

คลังพุทธพจน์ภาษาบาลีพร้อมคำแปล ถอดรหัสธรรมะสู่การเจริญสติ วิปัสสนากรรมฐาน และการดำเนินชีวิตอย่างสันโดษและผาสุก

ทั้งหมด 445 สันตุฏฐิวรรค (หมวดความสันโดษ & วิเวก) 17 สัทธาวรรค (หมวดศรัทธา & ความเชื่อมั่น) 10 จิตตวรรค (หมวดจิต & ความคิด) 8 ธัมมวรรค (หมวดธรรมะ & ความจริง) 5 ปัญญาวรรค (หมวดปัญญา) 5 ลาภวรรค (หมวดลาภ & การได้มา) 5 สีลวรรค (หมวดศีล) 5 ทานวรรค (หมวดทาน) 8 อัตตวรรค (หมวดตน) 13 กัมมวรรค (หมวดกรรม) 148 ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) 48 วายามวรรค (หมวดความเพียร) 5 อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท) 30 โกธวรรค (หมวดความโกรธ) 66 เสวนาวรรค (หมวดการคบหา) 33 มิตตวรรค (หมวดมิตร) 5 วาจาวรรค (หมวดวาจา) 5 ปุญญวรรค (หมวดบุญ) 5 ปาปวรรค (หมวดบาป) 5 สุขวรรค (หมวดความสุข) 5 ทุกขวรรค (หมวดทุกข์) 9 ปกิณณกวรรค (หมวดเบ็ดเตล็ด) 5
แสดง 14 จากทั้งหมด 30 บท (คัดกรองตามเงื่อนไข) ล้างตัวกรอง
กดไอคอนลำโพงเพื่อฟังเสียงอ่าน
อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

เสโล ยถา เอกฆโน     วาเตน น สมีรติเอวํ นินฺทาปสํสาสุ       น สมิญฺชนฺติ ปณฺฑิตา

Roman: Selo yathā ekaghano     vāten n samīratievṃ ninadāpasṃsāsu       n samiñajanati paṇaḍitā
“ภูเขาหินแท่งทึบ ไม่สั่นสะเทือนเพราะลม ฉันใด บัณฑิตย่อมไม่หวั่นไหว ในนินทาและสรรเสริญ ฉันนั้น.”
EN: “Reflecting upon Selo yathā ekaghano     vāten n samīratievṃ ninadāpasṃsāsu       n samiñajanati paṇaḍitā: "ภูเขาหินแท่งทึบ ไม่สั่นสะเทือนเพราะลม ฉันใด บัณฑิตย่อมไม่หวั่นไหว ในนินทาและสรรเสริญ ฉันนั้น"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “เสโล ยถา เอกฆโน     วาเตน น สมีรติเอวํ นินฺทาปสํสาสุ       น สมิญฺชนฺติ ปณฺฑิตา” (แปลความว่า: ภูเขาหินแท่งทึบ ไม่สั่นสะเทือนเพราะลม ฉันใด บัณฑิตย่อมไม่หวั่นไหว ในนินทาและสรรเสริญ ฉันนั้น.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

อนวสฺสุตจิตฺตสฺส        อนนฺวาหตเจตโสปุญฺญปาปปหีนสฺส     นตฺถิ ชาครโต ภยํ

Roman: Anavasasutacitatasas        ananavāhatacetasopuñañapāpapahīnasas     natathi jāgarato bhayṃ
“ผู้มีจิตอันไม่ชุ่มด้วยราคะ มีใจอันโทสะไม่กระทบแล้ว มีบุญและบาปอันละได้แล้ว ตื่นอยู่ ย่อมไม่มีภัย.”
EN: “Reflecting upon Anavasasutacitatasas        ananavāhatacetasopuñañapāpapahīnasas     natathi jāgarato bhayṃ: "ผู้มีจิตอันไม่ชุ่มด้วยราคะ มีใจอันโทสะไม่กระทบแล้ว มีบุญและบาปอันละได้แล้ว ตื่นอยู่ ย่อมไม่มีภัย"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อนวสฺสุตจิตฺตสฺส        อนนฺวาหตเจตโสปุญฺญปาปปหีนสฺส     นตฺถิ ชาครโต ภยํ” (แปลความว่า: ผู้มีจิตอันไม่ชุ่มด้วยราคะ มีใจอันโทสะไม่กระทบแล้ว มีบุญและบาปอันละได้แล้ว ตื่นอยู่ ย่อมไม่มีภัย.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

กุมฺภูปมํ กายมิมํ วิทิตฺวานครูปมํ จิตฺตมิทํ ถเกตฺวาโยเธถ มารํ ปญฺญาวุเธนชิตญฺจ รกฺเข อนิเวสโน สิยา

Roman: Kumabhūpamṃ kāyamimṃ viditavānagarūpamṃ citatamidṃ thaketavāyodheth mārṃ pañañāvudhenajitañac rakakhe anivesano siyā
“บุคคลรู้กายนี้ที่เปรียบด้วยหม้อ กั้นจิตที่เปรียบด้วยเมืองนี้แล้ว พึงรบมารด้วยอาวุธคือปัญญา และพึงรักษาแนวที่ชนะไว้ ไม่พึงยับยั้งอยู่.”
EN: “Reflecting upon Kumabhūpamṃ kāyamimṃ viditavānagarūpamṃ citatamidṃ thaketavāyodheth mārṃ pañañāvudhenajitañac rakakhe anivesano siyā: "บุคคลรู้กายนี้ที่เปรียบด้วยหม้อ กั้นจิตที่เปรียบด้วยเมืองนี้แล้ว พึงรบมารด้วยอาวุธคือปัญญา และพึงรักษาแนวที่ชนะไว้ ไม่พึงยับยั้งอยู่"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “กุมฺภูปมํ กายมิมํ วิทิตฺวานครูปมํ จิตฺตมิทํ ถเกตฺวาโยเธถ มารํ ปญฺญาวุเธนชิตญฺจ รกฺเข อนิเวสโน สิยา” (แปลความว่า: บุคคลรู้กายนี้ที่เปรียบด้วยหม้อ กั้นจิตที่เปรียบด้วยเมืองนี้แล้ว พึงรบมารด้วยอาวุธคือปัญญา และพึงรักษาแนวที่ชนะไว้ ไม่พึงยับยั้งอยู่.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

เยน สลฺเลน โอติณฺโณ     ทิสา สพฺพา วิธาวติตเมว สลฺลํ อพฺพุยฺห          น ธาวติ น สีทติ

Roman: Yen salalen otiṇaṇo     disā sababā vidhāvatitamev salalṃ ababuyah          n dhāvati n sīdati
“บุคคลถูกลูกศรใดแทงแล้วย่อมแล่นไปทั่วทิศ ถอนลูกศรนั้นแล้ว ย่อมไม่แล่นและไม่จม.”
EN: “Reflecting upon Yen salalen otiṇaṇo     disā sababā vidhāvatitamev salalṃ ababuyah          n dhāvati n sīdati: "บุคคลถูกลูกศรใดแทงแล้วย่อมแล่นไปทั่วทิศ ถอนลูกศรนั้นแล้ว ย่อมไม่แล่นและไม่จม"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “เยน สลฺเลน โอติณฺโณ     ทิสา สพฺพา วิธาวติตเมว สลฺลํ อพฺพุยฺห          น ธาวติ น สีทติ” (แปลความว่า: บุคคลถูกลูกศรใดแทงแล้วย่อมแล่นไปทั่วทิศ ถอนลูกศรนั้นแล้ว ย่อมไม่แล่นและไม่จม.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

โลโภ โทโส จ โมโห จ     ปุริสํ ปาปเจตสํหึสนฺติ อตฺตสมฺภูตา         ตจสารํว สมฺผลํ

Roman: Lobho doso c moho c     purisṃ pāpacetasṃhึsanati atatasamabhūtā         tacasārṃv samaphalṃ
“โลภะ โทสะ โมหะ เกิดจากตัวเอง ย่อมเบียดเบียนผู้มีใจชั่ว ดุจขุยไผ่ฆ่าต้นไผ่ฉะนั้น.”
EN: “Reflecting upon Lobho doso c moho c     purisṃ pāpacetasṃhึsanati atatasamabhūtā         tacasārṃv samaphalṃ: "โลภะ โทสะ โมหะ เกิดจากตัวเอง ย่อมเบียดเบียนผู้มีใจชั่ว ดุจขุยไผ่ฆ่าต้นไผ่ฉะนั้น"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “โลโภ โทโส จ โมโห จ     ปุริสํ ปาปเจตสํหึสนฺติ อตฺตสมฺภูตา         ตจสารํว สมฺผลํ” (แปลความว่า: โลภะ โทสะ โมหะ เกิดจากตัวเอง ย่อมเบียดเบียนผู้มีใจชั่ว ดุจขุยไผ่ฆ่าต้นไผ่ฉะนั้น.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

นิราสตฺตี อนาคเต     อตีตํ นานุโสจติวิเวกทสฺสี ผสฺเสสุ      ทิฏฺฐีสุ จ น นิยฺยติ

Roman: Nirāsatatī anāgate     atītṃ nānusocativivekadasasī phasasesu      diṭaṭhīsu c n niyayati
“ผู้ไม่คำนึงถึงสิ่งที่ยังไม่มาถึง ย่อมไม่เศร้าโศกถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว ผู้เห็นความสงัดในผัสสะทั้งหลาย ย่อมไม่ถูกชักนำไปในทิฏฐิทั้งหลาย.”
EN: “Reflecting upon Nirāsatatī anāgate     atītṃ nānusocativivekadasasī phasasesu      diṭaṭhīsu c n niyayati: "ผู้ไม่คำนึงถึงสิ่งที่ยังไม่มาถึง ย่อมไม่เศร้าโศกถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว ผู้เห็นความสงัดในผัสสะทั้งหลาย ย่อมไม่ถูกชักนำไปในทิฏฐิทั้งหลาย"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “นิราสตฺตี อนาคเต     อตีตํ นานุโสจติวิเวกทสฺสี ผสฺเสสุ      ทิฏฺฐีสุ จ น นิยฺยติ” (แปลความว่า: ผู้ไม่คำนึงถึงสิ่งที่ยังไม่มาถึง ย่อมไม่เศร้าโศกถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว ผู้เห็นความสงัดในผัสสะทั้งหลาย ย่อมไม่ถูกชักนำไปในทิฏฐิทั้งหลาย.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

Advertisement / สนับสนุนโดย
อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

อุฏฺฐาเนนปฺปมาเทน     สญฺญเมน ทเมน จทีปํ กยิราถ เมธาวี        ยํ โอโฆ นาภิกีรติ

Roman: Uṭaṭhānenapapamāden     sañañamen damen cadīpṃ kayirāth medhāvī        yṃ ogho nābhikīrati
“คนมีปัญญา พึงสร้างเกาะที่น้ำหลากมาท่วมไม่ได้ ด้วยความหมั่น ความไม่ประมาท ความสำรวม และความข่มใจ.”
EN: “Reflecting upon Uṭaṭhānenapapamāden     sañañamen damen cadīpṃ kayirāth medhāvī        yṃ ogho nābhikīrati: "คนมีปัญญา พึงสร้างเกาะที่น้ำหลากมาท่วมไม่ได้ ด้วยความหมั่น ความไม่ประมาท ความสำรวม และความข่มใจ"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อุฏฺฐาเนนปฺปมาเทน     สญฺญเมน ทเมน จทีปํ กยิราถ เมธาวี        ยํ โอโฆ นาภิกีรติ” (แปลความว่า: คนมีปัญญา พึงสร้างเกาะที่น้ำหลากมาท่วมไม่ได้ ด้วยความหมั่น ความไม่ประมาท ความสำรวม และความข่มใจ.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท) (ขุ.ธ. 25/58)

อปฺปมาทรตา โหถ

Roman: Apapamādaratā hoth
“[คำอ่าน : อับ-ปะ-มา-ทะ-ระ-ตา, โห-ถะ]”
EN: “Reflecting upon Apapamādaratā hoth: "[คำอ่าน : อับ-ปะ-มา-ทะ-ระ-ตา, โห-ถะ]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อปฺปมาทรตา โหถ” (แปลความว่า: [คำอ่าน : อับ-ปะ-มา-ทะ-ระ-ตา, โห-ถะ]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/58)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท) (ที.มหา. 10/180, สํ.ส. 15/231)

อปฺปมาเทน สมฺปาเทถ

Roman: Apapamāden samapādeth
“[คำอ่าน : อับ-ปะ-มา-เท-นะ, สัม-ปา-เท-ถะ]”
EN: “Reflecting upon Apapamāden samapādeth: "[คำอ่าน : อับ-ปะ-มา-เท-นะ, สัม-ปา-เท-ถะ]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อปฺปมาเทน สมฺปาเทถ” (แปลความว่า: [คำอ่าน : อับ-ปะ-มา-เท-นะ, สัม-ปา-เท-ถะ]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ที.มหา. 10/180, สํ.ส. 15/231)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท) (สํ.ส. 15/126, ขุ.อิติ. 25/242, องฺ.ปญฺจก. 22/53)

อปฺปมตฺโต อุโภ อตฺเถ อธิคฺคณฺหาติ ปณฺฑิโต

Roman: Apapamatato ubho atathe adhigagaṇahāti paṇaḍito
“[คำอ่าน : อับ-ปะ-มัด-โต, อุ-โพ, อัด-เถ, อะ-ทิก-คัน-หา-ติ, ปัน-ทิ-โต]”
EN: “Reflecting upon Apapamatato ubho atathe adhigagaṇahāti paṇaḍito: "[คำอ่าน : อับ-ปะ-มัด-โต, อุ-โพ, อัด-เถ, อะ-ทิก-คัน-หา-ติ, ปัน-ทิ-โต]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อปฺปมตฺโต อุโภ อตฺเถ อธิคฺคณฺหาติ ปณฺฑิโต” (แปลความว่า: [คำอ่าน : อับ-ปะ-มัด-โต, อุ-โพ, อัด-เถ, อะ-ทิก-คัน-หา-ติ, ปัน-ทิ-โต]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((สํ.ส. 15/126, ขุ.อิติ. 25/242, องฺ.ปญฺจก. 22/53)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท) (สํ.ส. 15/126, องฺ.ปญฺจก. 22/53, ขุ.ธ. 25/19, ขุ.อิติ. 25/242)

อปฺปมาทํ ปสํสนฺติ

Roman: Apapamādṃ pasṃsanati
“[คำอ่าน : อับ-ปะ-มา-ทัง, ปะ-สัง-สัน-ติ]”
EN: “Reflecting upon Apapamādṃ pasṃsanati: "[คำอ่าน : อับ-ปะ-มา-ทัง, ปะ-สัง-สัน-ติ]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อปฺปมาทํ ปสํสนฺติ” (แปลความว่า: [คำอ่าน : อับ-ปะ-มา-ทัง, ปะ-สัง-สัน-ติ]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((สํ.ส. 15/126, องฺ.ปญฺจก. 22/53, ขุ.ธ. 25/19, ขุ.อิติ. 25/242)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท) (ขุ.ธ. 25/18, ขุ.ชา.ตึส. 27/524)

อปฺปมาโท อมตํ ปทํ

Roman: Apapamādo amatṃ padṃ
“ความไม่ประมาท เป็นทางไม่ตาย”
EN: “Reflecting upon Apapamādo amatṃ padṃ: "ความไม่ประมาท เป็นทางไม่ตาย"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อปฺปมาโท อมตํ ปทํ” (แปลความว่า: ความไม่ประมาท เป็นทางไม่ตาย) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/18, ขุ.ชา.ตึส. 27/524)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

Advertisement / สนับสนุนโดย
อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

นิธีนํว ปวตฺตารํ     ยํ ปสฺเส วชฺชทสฺสินํนิคฺคยฺหวาที เมธาวี     ตาทิสํ ปณฺฑิตํ ภเชตาทิสํ ภชมานสฺส     เสยฺโย โหติ น ปาปิโย

Roman: Nidhīnṃv pavatatārṃ     yṃ pasase vajajadasasinṃnigagayahavādī medhāvī     tādisṃ paṇaḍitṃ bhajetādisṃ bhajamānasas     seyayo hoti n pāpiyo
“[คำอ่าน]”
EN: “Reflecting upon Nidhīnṃv pavatatārṃ     yṃ pasase vajajadasasinṃnigagayahavādī medhāvī     tādisṃ paṇaḍitṃ bhajetādisṃ bhajamānasas     seyayo hoti n pāpiyo: "[คำอ่าน]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “นิธีนํว ปวตฺตารํ     ยํ ปสฺเส วชฺชทสฺสินํนิคฺคยฺหวาที เมธาวี     ตาทิสํ ปณฺฑิตํ ภเชตาทิสํ ภชมานสฺส     เสยฺโย โหติ น ปาปิโย” (แปลความว่า: [คำอ่าน]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท) (สํ.ส. 15/248)

อตฺตา สุทนฺโต ปุริสสฺส โชติ

Roman: Atatā sudanato purisasas joti
“[คำอ่าน : อัด-ตา, สุ-ทัน-โต, ปุ-ริ-สัด-สะ, โช-ติ]”
EN: “Reflecting upon Atatā sudanato purisasas joti: "[คำอ่าน : อัด-ตา, สุ-ทัน-โต, ปุ-ริ-สัด-สะ, โช-ติ]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อตฺตา สุทนฺโต ปุริสสฺส โชติ” (แปลความว่า: [คำอ่าน : อัด-ตา, สุ-ทัน-โต, ปุ-ริ-สัด-สะ, โช-ติ]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((สํ.ส. 15/248)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

หน้า 2 จาก 2 (ทั้งหมด 30 บท)
Advertisement / สนับสนุนโดย
สัมผัสความสงบภายในผ่านการเจริญสติและวิปัสสนากรรมฐาน

พุทธศาสนสุภาษิตมิใช่เพียงบทกวีทางปรัชญาโบราณ แต่คือ "แผนที่นำทางสู่การตื่นรู้" ทุกถ้อยคำสามารถนำมาเป็นอารมณ์ในการพิจารณากรรมฐาน เชื่อมโยงจิตใจที่บริสุทธิ์เข้ากับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัว

คัดลอกพุทธสุภาษิตเรียบร้อยแล้ว