Logo
Bright from Within
Vipassana, Ecology & Inner Wisdom
กัมมวรรค (หมวดกรรม)

ลุทฺโธ อตฺถํ น ชานาติ     ลุทฺโธ ธมฺมํ น ปสฺสติอนฺธตมํ ตทา โหติ          ยํ โลโภ สหเต นรํ

Roman script: Ludadho atathṃ n jānāti     ludadho dhamamṃ n pasasatianadhatamṃ tadā hoti          yṃ lobho sahate narṃ
คำอ่าน: ลุทฺโธ อตฺถํ น ชานาติ     ลุทฺโธ ธมฺมํ น ปสฺสติอนฺธตมํ ตทา โหติ          ยํ โลโภ สหเต นรํ
“ผู้โลภ ย่อมไม่รู้อรรถ ผู้โลภ ย่อมไม่เห็นธรรม ความโลภ เข้าครอบงำคนใด เมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น.”
EN: “Reflecting upon Ludadho atathṃ n jānāti     ludadho dhamamṃ n pasasatianadhatamṃ tadā hoti          yṃ lobho sahate narṃ: "ผู้โลภ ย่อมไม่รู้อรรถ ผู้โลภ ย่อมไม่เห็นธรรม ความโลภ เข้าครอบงำคนใด เมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น"”
แชร์ Facebook แชร์ Line
เข้าชม 285 ครั้ง
Advertisement / สนับสนุนโดย

ที่มาในพระไตรปิฎก & พุทธประวัติ

พระไตรปิฎกอ้างอิง:
พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

ปรากฏในพระไตรปิฎก พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

จำแนกคำศัพท์ภาษาบาลีทีละคำ

คำบาลี คำอ่าน ความหมายภาษาไทย ความหมายภาษาอังกฤษ
ลุทฺโธ
Ludadho
ลุทฺโธ ผู้โลภ ย่อมไม่รู้อรรถ ผู้โลภ ย่อมไม่เห็นธรรม ความโลภ เข้าครอบงำคนใด เมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น. Reflecting upon Ludadho atathṃ n jānāti     ludadho dhamamṃ n pasasatianadhatamṃ tadā hoti          yṃ lobho sahate narṃ: "ผู้โลภ ย่อมไม่รู้อรรถ ผู้โลภ ย่อมไม่เห็นธรรม ความโลภ เข้าครอบงำคนใด เมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น"
อตฺถํ
Atathṃ
อตฺถํ ผู้โลภ ย่อมไม่รู้อรรถ ผู้โลภ ย่อมไม่เห็นธรรม ความโลภ เข้าครอบงำคนใด เมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น. Reflecting upon Ludadho atathṃ n jānāti     ludadho dhamamṃ n pasasatianadhatamṃ tadā hoti          yṃ lobho sahate narṃ: "ผู้โลภ ย่อมไม่รู้อรรถ ผู้โลภ ย่อมไม่เห็นธรรม ความโลภ เข้าครอบงำคนใด เมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น"
น
N
น ผู้โลภ ย่อมไม่รู้อรรถ ผู้โลภ ย่อมไม่เห็นธรรม ความโลภ เข้าครอบงำคนใด เมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น. Reflecting upon Ludadho atathṃ n jānāti     ludadho dhamamṃ n pasasatianadhatamṃ tadā hoti          yṃ lobho sahate narṃ: "ผู้โลภ ย่อมไม่รู้อรรถ ผู้โลภ ย่อมไม่เห็นธรรม ความโลภ เข้าครอบงำคนใด เมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น"
ชานาติ     ลุทฺโธ
Jānāti     ludadho
ชานาติ     ลุทฺโธ ผู้โลภ ย่อมไม่รู้อรรถ ผู้โลภ ย่อมไม่เห็นธรรม ความโลภ เข้าครอบงำคนใด เมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น. Reflecting upon Ludadho atathṃ n jānāti     ludadho dhamamṃ n pasasatianadhatamṃ tadā hoti          yṃ lobho sahate narṃ: "ผู้โลภ ย่อมไม่รู้อรรถ ผู้โลภ ย่อมไม่เห็นธรรม ความโลภ เข้าครอบงำคนใด เมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น"
ธมฺมํ
Dhamamṃ
ธมฺมํ ผู้โลภ ย่อมไม่รู้อรรถ ผู้โลภ ย่อมไม่เห็นธรรม ความโลภ เข้าครอบงำคนใด เมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น. Reflecting upon Ludadho atathṃ n jānāti     ludadho dhamamṃ n pasasatianadhatamṃ tadā hoti          yṃ lobho sahate narṃ: "ผู้โลภ ย่อมไม่รู้อรรถ ผู้โลภ ย่อมไม่เห็นธรรม ความโลภ เข้าครอบงำคนใด เมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น"
น
N
น ผู้โลภ ย่อมไม่รู้อรรถ ผู้โลภ ย่อมไม่เห็นธรรม ความโลภ เข้าครอบงำคนใด เมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น. Reflecting upon Ludadho atathṃ n jānāti     ludadho dhamamṃ n pasasatianadhatamṃ tadā hoti          yṃ lobho sahate narṃ: "ผู้โลภ ย่อมไม่รู้อรรถ ผู้โลภ ย่อมไม่เห็นธรรม ความโลภ เข้าครอบงำคนใด เมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น"
ปสฺสติอนฺธตมํ
Pasasatianadhatamṃ
ปสฺสติอนฺธตมํ ผู้โลภ ย่อมไม่รู้อรรถ ผู้โลภ ย่อมไม่เห็นธรรม ความโลภ เข้าครอบงำคนใด เมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น. Reflecting upon Ludadho atathṃ n jānāti     ludadho dhamamṃ n pasasatianadhatamṃ tadā hoti          yṃ lobho sahate narṃ: "ผู้โลภ ย่อมไม่รู้อรรถ ผู้โลภ ย่อมไม่เห็นธรรม ความโลภ เข้าครอบงำคนใด เมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น"
ตทา
Tadā
ตทา ผู้โลภ ย่อมไม่รู้อรรถ ผู้โลภ ย่อมไม่เห็นธรรม ความโลภ เข้าครอบงำคนใด เมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น. Reflecting upon Ludadho atathṃ n jānāti     ludadho dhamamṃ n pasasatianadhatamṃ tadā hoti          yṃ lobho sahate narṃ: "ผู้โลภ ย่อมไม่รู้อรรถ ผู้โลภ ย่อมไม่เห็นธรรม ความโลภ เข้าครอบงำคนใด เมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น"
โหติ          ยํ
Hoti          yṃ
โหติ          ยํ ผู้โลภ ย่อมไม่รู้อรรถ ผู้โลภ ย่อมไม่เห็นธรรม ความโลภ เข้าครอบงำคนใด เมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น. Reflecting upon Ludadho atathṃ n jānāti     ludadho dhamamṃ n pasasatianadhatamṃ tadā hoti          yṃ lobho sahate narṃ: "ผู้โลภ ย่อมไม่รู้อรรถ ผู้โลภ ย่อมไม่เห็นธรรม ความโลภ เข้าครอบงำคนใด เมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น"
โลโภ
Lobho
โลโภ ผู้โลภ ย่อมไม่รู้อรรถ ผู้โลภ ย่อมไม่เห็นธรรม ความโลภ เข้าครอบงำคนใด เมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น. Reflecting upon Ludadho atathṃ n jānāti     ludadho dhamamṃ n pasasatianadhatamṃ tadā hoti          yṃ lobho sahate narṃ: "ผู้โลภ ย่อมไม่รู้อรรถ ผู้โลภ ย่อมไม่เห็นธรรม ความโลภ เข้าครอบงำคนใด เมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น"
สหเต
Sahate
สหเต ผู้โลภ ย่อมไม่รู้อรรถ ผู้โลภ ย่อมไม่เห็นธรรม ความโลภ เข้าครอบงำคนใด เมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น. Reflecting upon Ludadho atathṃ n jānāti     ludadho dhamamṃ n pasasatianadhatamṃ tadā hoti          yṃ lobho sahate narṃ: "ผู้โลภ ย่อมไม่รู้อรรถ ผู้โลภ ย่อมไม่เห็นธรรม ความโลภ เข้าครอบงำคนใด เมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น"
นรํ
Narṃ
นรํ ผู้โลภ ย่อมไม่รู้อรรถ ผู้โลภ ย่อมไม่เห็นธรรม ความโลภ เข้าครอบงำคนใด เมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น. Reflecting upon Ludadho atathṃ n jānāti     ludadho dhamamṃ n pasasatianadhatamṃ tadā hoti          yṃ lobho sahate narṃ: "ผู้โลภ ย่อมไม่รู้อรรถ ผู้โลภ ย่อมไม่เห็นธรรม ความโลภ เข้าครอบงำคนใด เมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น"
Advertisement / สนับสนุนโดย

คำอธิบายและบทวิเคราะห์ธรรมะ

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “ลุทฺโธ อตฺถํ น ชานาติ     ลุทฺโธ ธมฺมํ น ปสฺสติอนฺธตมํ ตทา โหติ          ยํ โลโภ สหเต นรํ” (แปลความว่า: ผู้โลภ ย่อมไม่รู้อรรถ ผู้โลภ ย่อมไม่เห็นธรรม ความโลภ เข้าครอบงำคนใด เมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ

พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

ข้อคิดและการนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

  • �� น้อมนำข้อคิดจาก “ผู้โลภ ย่อมไม่รู้อรรถ ผู้โลภ ย่อมไม่เห็นธรรม ความโลภ เข้าครอบงำคนใด เมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น.” มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตประจำวัน
  • �� ฝึกสังเกตอารมณ์และความคิดของตนเองอย่างมีสติ เพื่อไม่ให้ตกเป็นทาสของกิเลส
  • �� พัฒนาจิตใจให้เข้มแข็ง มีความเมตตาและเกื้อกูลต่อเพื่อนมนุษย์และสิ่งแวดล้อมรอบตัว

มิติแห่งการเจริญสติ & วิปัสสนากรรมฐาน

ในเชิงวิปัสสนากรรมฐาน พุทธสุภาษิตบทนี้เป็นบาทฐานแห่งการเจริญสติปัฏฐาน เมื่อกำหนดรู้รูปนามที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริง จิตจะปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่น นำไปสู่ความสงบเย็นอันแท้จริง

Advertisement / สนับสนุนโดย
เรียนรู้ธรรมะร่วมสมัย

อ่านบทความวิชาการ การบูรณาการวิปัสสนา และการฟื้นฟูระบบนิเวศ เพื่อสร้างความตระหนักรู้สู่สังคม

เข้าสู่คลังบทความ
Advertisement / สนับสนุนโดย
คัดลอกพุทธสุภาษิตเรียบร้อยแล้ว