Logo
Bright from Within
Vipassana, Ecology & Inner Wisdom
พุทธศาสนสุภาษิต พระไตรปิฎก (SQLite Powered)

พุทธศาสนสุภาษิตสอนใจ

คลังพุทธพจน์ภาษาบาลีพร้อมคำแปล ถอดรหัสธรรมะสู่การเจริญสติ วิปัสสนากรรมฐาน และการดำเนินชีวิตอย่างสันโดษและผาสุก

ทั้งหมด 445 สันตุฏฐิวรรค (หมวดความสันโดษ & วิเวก) 17 สัทธาวรรค (หมวดศรัทธา & ความเชื่อมั่น) 10 จิตตวรรค (หมวดจิต & ความคิด) 8 ธัมมวรรค (หมวดธรรมะ & ความจริง) 5 ปัญญาวรรค (หมวดปัญญา) 5 ลาภวรรค (หมวดลาภ & การได้มา) 5 สีลวรรค (หมวดศีล) 5 ทานวรรค (หมวดทาน) 8 อัตตวรรค (หมวดตน) 13 กัมมวรรค (หมวดกรรม) 148 ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) 48 วายามวรรค (หมวดความเพียร) 5 อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท) 30 โกธวรรค (หมวดความโกรธ) 66 เสวนาวรรค (หมวดการคบหา) 33 มิตตวรรค (หมวดมิตร) 5 วาจาวรรค (หมวดวาจา) 5 ปุญญวรรค (หมวดบุญ) 5 ปาปวรรค (หมวดบาป) 5 สุขวรรค (หมวดความสุข) 5 ทุกขวรรค (หมวดทุกข์) 9 ปกิณณกวรรค (หมวดเบ็ดเตล็ด) 5
แสดง 16 จากทั้งหมด 445 บท
กดไอคอนลำโพงเพื่อฟังเสียงอ่าน
อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท) (ขุ.ธ. 25/45, ขุ.ชา.ทุก. 27/50)

สจฺเจนาลิกวาทินํ

Roman: Sacacenālikavādinṃ
“พึงชนะคนพูดปด ด้วยคำจริง”
EN: “Reflecting upon Sacacenālikavādinṃ: "พึงชนะคนพูดปด ด้วยคำจริง"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “สจฺเจนาลิกวาทินํ” (แปลความว่า: พึงชนะคนพูดปด ด้วยคำจริง) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/45, ขุ.ชา.ทุก. 27/50)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

กัมมวรรค (หมวดกรรม) (ม.มู. 12/64)

จิตฺเต สงฺกิลิฏฺเฐ ทุคฺคติ ปาฏิกงฺขา

Roman: Citate saṅakiliṭaṭhe dugagati pāṭikaṅakhā
“เมื่อจิตเศร้าหมองแล้ว ทุคติเป็นอันต้องหวัง”
EN: “Reflecting upon Citate saṅakiliṭaṭhe dugagati pāṭikaṅakhā: "เมื่อจิตเศร้าหมองแล้ว ทุคติเป็นอันต้องหวัง"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “จิตฺเต สงฺกิลิฏฺเฐ ทุคฺคติ ปาฏิกงฺขา” (แปลความว่า: เมื่อจิตเศร้าหมองแล้ว ทุคติเป็นอันต้องหวัง) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ม.มู. 12/64)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (ม.มู. 12/64)

จิตฺเต อสงฺกิลิฏฺเฐ สุคติ ปาฏิกงฺขา

Roman: Citate asaṅakiliṭaṭhe sugati pāṭikaṅakhā
“เมื่อจิตไม่เศร้าหมองแล้ว สุคติเป็นอันหวังได้”
EN: “Reflecting upon Citate asaṅakiliṭaṭhe sugati pāṭikaṅakhā: "เมื่อจิตไม่เศร้าหมองแล้ว สุคติเป็นอันหวังได้"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “จิตฺเต อสงฺกิลิฏฺเฐ สุคติ ปาฏิกงฺขา” (แปลความว่า: เมื่อจิตไม่เศร้าหมองแล้ว สุคติเป็นอันหวังได้) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ม.มู. 12/64)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

กัมมวรรค (หมวดกรรม) (สํ.ส. 15/54)

จิตฺเตน นียตี โลโก

Roman: Citaten nīyatī loko
“โลกอันจิตย่อมนำไป”
EN: “Reflecting upon Citaten nīyatī loko: "โลกอันจิตย่อมนำไป"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “จิตฺเตน นียตี โลโก” (แปลความว่า: โลกอันจิตย่อมนำไป) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((สํ.ส. 15/54)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

อัตตวรรค (หมวดตน) (ขุ.ธ. 25/19)

จิตฺตสฺส ทมโถ สาธุ

Roman: Citatasas damatho sādhu
“การฝึกจิต เป็นความดี”
EN: “Reflecting upon Citatasas damatho sādhu: "การฝึกจิต เป็นความดี"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “จิตฺตสฺส ทมโถ สาธุ” (แปลความว่า: การฝึกจิต เป็นความดี) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/19)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

กัมมวรรค (หมวดกรรม) (ขุ.ธ. 25/19)

จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ

Roman: Citatṃ danatṃ sukhāvahṃ
“จิตที่ฝึกดีแล้ว นำสุขมาให้”
EN: “Reflecting upon Citatṃ danatṃ sukhāvahṃ: "จิตที่ฝึกดีแล้ว นำสุขมาให้"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ” (แปลความว่า: จิตที่ฝึกดีแล้ว นำสุขมาให้) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/19)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

Advertisement / สนับสนุนโดย
เสวนาวรรค (หมวดการคบหา) (ขุ.ธ. 25/19)

จิตฺตํ คุตฺตํ สุขาวหํ

Roman: Citatṃ gutatṃ sukhāvahṃ
“จิตที่คุ้มครองดีแล้ว นำสุขมาให้”
EN: “Reflecting upon Citatṃ gutatṃ sukhāvahṃ: "จิตที่คุ้มครองดีแล้ว นำสุขมาให้"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “จิตฺตํ คุตฺตํ สุขาวหํ” (แปลความว่า: จิตที่คุ้มครองดีแล้ว นำสุขมาให้) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/19)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) (ขุ.ชา.ทุก. 27/90)

วิหญฺญตี จิตฺตวสานุวตฺตี

Roman: Vihañañatī citatavasānuvatatī
“ผู้ประพฤติตามอำนาจจิต ย่อมลำบาก”
EN: “Reflecting upon Vihañañatī citatavasānuvatatī: "ผู้ประพฤติตามอำนาจจิต ย่อมลำบาก"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “วิหญฺญตี จิตฺตวสานุวตฺตี” (แปลความว่า: ผู้ประพฤติตามอำนาจจิต ย่อมลำบาก) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ชา.ทุก. 27/90)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท) (ที.มหา. 10/288)

จิตฺตํ อตฺตโน อุชุกมกํสุ

Roman: Citatṃ atatano ujukamakṃsu
“คนฉลาด ได้ทำจิตของตนให้ซื่อตรง”
EN: “Reflecting upon Citatṃ atatano ujukamakṃsu: "คนฉลาด ได้ทำจิตของตนให้ซื่อตรง"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “จิตฺตํ อตฺตโน อุชุกมกํสุ” (แปลความว่า: คนฉลาด ได้ทำจิตของตนให้ซื่อตรง) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ที.มหา. 10/288)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท) (นัย- องฺ.ทสก. 24/100)

สจิตฺตปริยายกุสลา ภเวยฺยุํ

Roman: Sacitatapariyāyakusalā bhaveyayuํ
“พึงเป็นผู้ฉลาดในกระบวนจิตของตน”
EN: “Reflecting upon Sacitatapariyāyakusalā bhaveyayuํ: "พึงเป็นผู้ฉลาดในกระบวนจิตของตน"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “สจิตฺตปริยายกุสลา ภเวยฺยุํ” (แปลความว่า: พึงเป็นผู้ฉลาดในกระบวนจิตของตน) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((นัย- องฺ.ทสก. 24/100)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท) (ขุ.ชา.เอก. 27/31)

เตลปตฺตํ ยถา ปริหเรยฺย เอวํ สจิตฺตมนุรกฺเข

Roman: Telapatatṃ yathā parihareyay evṃ sacitatamanurakakhe
“พึงรักษาจิตของตน เหมือนคนประคองบาตรเต็มด้วยน้ำมัน”
EN: “Reflecting upon Telapatatṃ yathā parihareyay evṃ sacitatamanurakakhe: "พึงรักษาจิตของตน เหมือนคนประคองบาตรเต็มด้วยน้ำมัน"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “เตลปตฺตํ ยถา ปริหเรยฺย เอวํ สจิตฺตมนุรกฺเข” (แปลความว่า: พึงรักษาจิตของตน เหมือนคนประคองบาตรเต็มด้วยน้ำมัน) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ชา.เอก. 27/31)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

กัมมวรรค (หมวดกรรม) (ขุ.ธ. 25/58)

สจิตฺตมนุรกฺขถ

Roman: Sacitatamanurakakhath
“จงตามรักษาจิตของตนไว้”
EN: “Reflecting upon Sacitatamanurakakhath: "จงตามรักษาจิตของตนไว้"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “สจิตฺตมนุรกฺขถ” (แปลความว่า: จงตามรักษาจิตของตนไว้) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/58)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

Advertisement / สนับสนุนโดย
กัมมวรรค (หมวดกรรม) (ขุ.ธ. 25/19)

จิตฺตํ รกฺเขถ เมธาวี

Roman: Citatṃ rakakheth medhāvī
“ผู้มีปัญญาพึงรักษาจิต”
EN: “Reflecting upon Citatṃ rakakheth medhāvī: "ผู้มีปัญญาพึงรักษาจิต"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “จิตฺตํ รกฺเขถ เมธาวี” (แปลความว่า: ผู้มีปัญญาพึงรักษาจิต) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/19)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (สํ.ส. 15/20)

ยโต ยโต จ ปาปกํ ตโต ตโต มโน นิวารเย

Roman: Yato yato c pāpakṃ tato tato mano nivāraye
“ก็บาปเกิดจากอารมณ์ใด ๆ พึงห้ามใจจากอารมณ์นั้น ๆ เสีย”
EN: “Reflecting upon Yato yato c pāpakṃ tato tato mano nivāraye: "ก็บาปเกิดจากอารมณ์ใด ๆ พึงห้ามใจจากอารมณ์นั้น ๆ เสีย"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “ยโต ยโต จ ปาปกํ ตโต ตโต มโน นิวารเย” (แปลความว่า: ก็บาปเกิดจากอารมณ์ใด ๆ พึงห้ามใจจากอารมณ์นั้น ๆ เสีย) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((สํ.ส. 15/20)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) (ขุ.ธ. 25/63)

สพฺพรสํ ธมฺมรโส ชินาติ

Roman: Sababarasṃ dhamamaraso jināti
“รสแห่งธรรม ชนะรสทั้งปวง”
EN: “Reflecting upon Sababarasṃ dhamamaraso jināti: "รสแห่งธรรม ชนะรสทั้งปวง"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “สพฺพรสํ ธมฺมรโส ชินาติ” (แปลความว่า: รสแห่งธรรม ชนะรสทั้งปวง) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/63)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

อัตตวรรค (หมวดตน) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

อนวฏฺฐิตจิตฺตสฺส     สทฺธมฺมํ อวิชานโตปริปฺลวปสาทสฺส      ปญฺญา น ปริปูรติ

Roman: Anavaṭaṭhitacitatasas     sadadhamamṃ avijānatoparipalavapasādasas      pañañā n paripūrati
“เมื่อมีจิตไม่มั่นคง ไม่รู้พระสัทธรรม มีความเลื่อมใสเลื่อนลอย ปัญญาย่อมไม่บริบูรณ์.”
EN: “Reflecting upon Anavaṭaṭhitacitatasas     sadadhamamṃ avijānatoparipalavapasādasas      pañañā n paripūrati: "เมื่อมีจิตไม่มั่นคง ไม่รู้พระสัทธรรม มีความเลื่อมใสเลื่อนลอย ปัญญาย่อมไม่บริบูรณ์"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อนวฏฺฐิตจิตฺตสฺส     สทฺธมฺมํ อวิชานโตปริปฺลวปสาทสฺส      ปญฺญา น ปริปูรติ” (แปลความว่า: เมื่อมีจิตไม่มั่นคง ไม่รู้พระสัทธรรม มีความเลื่อมใสเลื่อนลอย ปัญญาย่อมไม่บริบูรณ์.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

หน้า 9 จาก 28 (ทั้งหมด 445 บท)
Advertisement / สนับสนุนโดย
สัมผัสความสงบภายในผ่านการเจริญสติและวิปัสสนากรรมฐาน

พุทธศาสนสุภาษิตมิใช่เพียงบทกวีทางปรัชญาโบราณ แต่คือ "แผนที่นำทางสู่การตื่นรู้" ทุกถ้อยคำสามารถนำมาเป็นอารมณ์ในการพิจารณากรรมฐาน เชื่อมโยงจิตใจที่บริสุทธิ์เข้ากับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัว

คัดลอกพุทธสุภาษิตเรียบร้อยแล้ว