Logo
Bright from Within
Vipassana, Ecology & Inner Wisdom
พุทธศาสนสุภาษิต พระไตรปิฎก (SQLite Powered)

พุทธศาสนสุภาษิตสอนใจ

คลังพุทธพจน์ภาษาบาลีพร้อมคำแปล ถอดรหัสธรรมะสู่การเจริญสติ วิปัสสนากรรมฐาน และการดำเนินชีวิตอย่างสันโดษและผาสุก

ทั้งหมด 445 สันตุฏฐิวรรค (หมวดความสันโดษ & วิเวก) 17 สัทธาวรรค (หมวดศรัทธา & ความเชื่อมั่น) 10 จิตตวรรค (หมวดจิต & ความคิด) 8 ธัมมวรรค (หมวดธรรมะ & ความจริง) 5 ปัญญาวรรค (หมวดปัญญา) 5 ลาภวรรค (หมวดลาภ & การได้มา) 5 สีลวรรค (หมวดศีล) 5 ทานวรรค (หมวดทาน) 8 อัตตวรรค (หมวดตน) 13 กัมมวรรค (หมวดกรรม) 148 ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) 48 วายามวรรค (หมวดความเพียร) 5 อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท) 30 โกธวรรค (หมวดความโกรธ) 66 เสวนาวรรค (หมวดการคบหา) 33 มิตตวรรค (หมวดมิตร) 5 วาจาวรรค (หมวดวาจา) 5 ปุญญวรรค (หมวดบุญ) 5 ปาปวรรค (หมวดบาป) 5 สุขวรรค (หมวดความสุข) 5 ทุกขวรรค (หมวดทุกข์) 9 ปกิณณกวรรค (หมวดเบ็ดเตล็ด) 5
แสดง 16 จากทั้งหมด 66 บท (คัดกรองตามเงื่อนไข) ล้างตัวกรอง
กดไอคอนลำโพงเพื่อฟังเสียงอ่าน
โกธวรรค (หมวดความโกรธ) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

มา ปมาทมนุยุญฺเชถ     มา กามรติสนฺถวํอปฺปมตฺโต หิ ฌายนฺโต     ปปฺโปติ ปรมํ สุขํ

Roman: Mā pamādamanuyuñajeth     mā kāmaratisanathavṃapapamatato hi jhāyanato     papapoti paramṃ sukhṃ
“[คำอ่าน]”
EN: “Reflecting upon Mā pamādamanuyuñajeth     mā kāmaratisanathavṃapapamatato hi jhāyanato     papapoti paramṃ sukhṃ: "[คำอ่าน]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “มา ปมาทมนุยุญฺเชถ     มา กามรติสนฺถวํอปฺปมตฺโต หิ ฌายนฺโต     ปปฺโปติ ปรมํ สุขํ” (แปลความว่า: [คำอ่าน]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (ม.ม. 13/488, สํ.ส. 15/36, ข.ธ. 25/18, ขุ.เถร. 26/390)

อปฺปมตฺโต หิ ฌายนฺโต ปปฺโปติ วิปุลํ สุขํ

Roman: Apapamatato hi jhāyanato papapoti vipulṃ sukhṃ
“[คำอ่าน : อับ-ปะ-มัด-โต, หิ, ชา-ยัน-โต, ปับ-โป-ติ, วิ-ปุ-ลัง, สุ-ขัง]”
EN: “Reflecting upon Apapamatato hi jhāyanato papapoti vipulṃ sukhṃ: "[คำอ่าน : อับ-ปะ-มัด-โต, หิ, ชา-ยัน-โต, ปับ-โป-ติ, วิ-ปุ-ลัง, สุ-ขัง]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อปฺปมตฺโต หิ ฌายนฺโต ปปฺโปติ วิปุลํ สุขํ” (แปลความว่า: [คำอ่าน : อับ-ปะ-มัด-โต, หิ, ชา-ยัน-โต, ปับ-โป-ติ, วิ-ปุ-ลัง, สุ-ขัง]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ม.ม. 13/488, สํ.ส. 15/36, ข.ธ. 25/18, ขุ.เถร. 26/390)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (ขุ.ธ. 25/18)

อปฺปมาเท ปโมทนฺติ

Roman: Apapamāde pamodanati
“[คำอ่าน : อับ-ปะ-มา-เท, ปะ-โม-ทัน-ติ]”
EN: “Reflecting upon Apapamāde pamodanati: "[คำอ่าน : อับ-ปะ-มา-เท, ปะ-โม-ทัน-ติ]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อปฺปมาเท ปโมทนฺติ” (แปลความว่า: [คำอ่าน : อับ-ปะ-มา-เท, ปะ-โม-ทัน-ติ]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/18)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (ขุ.ชา.เตรส. 27/347)

อติจิรํ นิวาเสน ปิโย ภวติ อปฺปิโย

Roman: Aticirṃ nivāsen piyo bhavati apapiyo
“[คำอ่าน : อะ-ติ-จิ-รัง, นิ-วา-เส-นะ, ปิ-โย, พะ-วะ-ติ, อับ-ปิ-โย]”
EN: “Reflecting upon Aticirṃ nivāsen piyo bhavati apapiyo: "[คำอ่าน : อะ-ติ-จิ-รัง, นิ-วา-เส-นะ, ปิ-โย, พะ-วะ-ติ, อับ-ปิ-โย]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อติจิรํ นิวาเสน ปิโย ภวติ อปฺปิโย” (แปลความว่า: [คำอ่าน : อะ-ติ-จิ-รัง, นิ-วา-เส-นะ, ปิ-โย, พะ-วะ-ติ, อับ-ปิ-โย]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ชา.เตรส. 27/347)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (ขุ.ชา.เอก. 27/30)

วิสฺสาสา ภยมนฺเวติ

Roman: Visasāsā bhayamanaveti
“[คำอ่าน : วิด-สา-สา, พะ-ยะ-มัน-นะ-เว-ติ]”
EN: “Reflecting upon Visasāsā bhayamanaveti: "[คำอ่าน : วิด-สา-สา, พะ-ยะ-มัน-นะ-เว-ติ]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “วิสฺสาสา ภยมนฺเวติ” (แปลความว่า: [คำอ่าน : วิด-สา-สา, พะ-ยะ-มัน-นะ-เว-ติ]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ชา.เอก. 27/30)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (ขุ.ชา.ทสก. 27/290)

นาสฺมเส กตปาปมฺหิ

Roman: Nāsamase katapāpamahi
“[คำอ่าน : นาด-สะ-มะ-เส, กะ-ตะ-ปา-ปำ-หิ]”
EN: “Reflecting upon Nāsamase katapāpamahi: "[คำอ่าน : นาด-สะ-มะ-เส, กะ-ตะ-ปา-ปำ-หิ]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “นาสฺมเส กตปาปมฺหิ” (แปลความว่า: [คำอ่าน : นาด-สะ-มะ-เส, กะ-ตะ-ปา-ปำ-หิ]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ชา.ทสก. 27/290)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

Advertisement / สนับสนุนโดย
โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (ขุ.ชา.เอก. 27/30)

น วิสฺสเส อวิสฺสฏฺเฐ วิสฺสฏฺเฐปิ น วิสฺสเส

Roman: N visasase avisasaṭaṭhe visasaṭaṭhepi n visasase
“[คำอ่าน : นะ, วิด-สะ-เส, อะ-วิด-สัด-เถ, วิด-สัด-เถ-ปิ, นะ, วิด-สะ-เส]”
EN: “Reflecting upon N visasase avisasaṭaṭhe visasaṭaṭhepi n visasase: "[คำอ่าน : นะ, วิด-สะ-เส, อะ-วิด-สัด-เถ, วิด-สัด-เถ-ปิ, นะ, วิด-สะ-เส]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “น วิสฺสเส อวิสฺสฏฺเฐ วิสฺสฏฺเฐปิ น วิสฺสเส” (แปลความว่า: [คำอ่าน : นะ, วิด-สะ-เส, อะ-วิด-สัด-เถ, วิด-สัด-เถ-ปิ, นะ, วิด-สะ-เส]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ชา.เอก. 27/30)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (ขุ.ธ. 25/42)

พาลสงฺคตจารี หิ ทีฆมทฺธาน โสจติ

Roman: Bālasaṅagatacārī hi dīghamadadhān socati
“[คำอ่าน : พา-ละ-สัง-คะ-ตะ-จา-รี, หิ, ที-คะ-มัด-ทา-นะ, โส-จะ-ติ]”
EN: “Reflecting upon Bālasaṅagatacārī hi dīghamadadhān socati: "[คำอ่าน : พา-ละ-สัง-คะ-ตะ-จา-รี, หิ, ที-คะ-มัด-ทา-นะ, โส-จะ-ติ]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “พาลสงฺคตจารี หิ ทีฆมทฺธาน โสจติ” (แปลความว่า: [คำอ่าน : พา-ละ-สัง-คะ-ตะ-จา-รี, หิ, ที-คะ-มัด-ทา-นะ, โส-จะ-ติ]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/42)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (ขุ.ชา.ทุก. 27/55)

สุโข หเว สปฺปุริเสน สงฺคโม

Roman: Sukho have sapapurisen saṅagamo
“[คำอ่าน : สุ-โข, หะ-เว, สับ-ปุ-ริ-เส-นะ, สัง-คะ-โม]”
EN: “Reflecting upon Sukho have sapapurisen saṅagamo: "[คำอ่าน : สุ-โข, หะ-เว, สับ-ปุ-ริ-เส-นะ, สัง-คะ-โม]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “สุโข หเว สปฺปุริเสน สงฺคโม” (แปลความว่า: [คำอ่าน : สุ-โข, หะ-เว, สับ-ปุ-ริ-เส-นะ, สัง-คะ-โม]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ชา.ทุก. 27/55)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (ขุ.ชา.เอก. 27/34)

เอกตฺตํ ทฺวิรตฺตํ วา ทุกฺขํ วสติ เวริสุ

Roman: Ekatatṃ daviratatṃ vā dukakhṃ vasati verisu
“[คำอ่าน : เอ-กัด-ตัง, ทะ-วิ-รัด-ตัง, วา, ทุก-ขัง, วะ-สะ-ติ, เว-ริ-สุ]”
EN: “Reflecting upon Ekatatṃ daviratatṃ vā dukakhṃ vasati verisu: "[คำอ่าน : เอ-กัด-ตัง, ทะ-วิ-รัด-ตัง, วา, ทุก-ขัง, วะ-สะ-ติ, เว-ริ-สุ]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “เอกตฺตํ ทฺวิรตฺตํ วา ทุกฺขํ วสติ เวริสุ” (แปลความว่า: [คำอ่าน : เอ-กัด-ตัง, ทะ-วิ-รัด-ตัง, วา, ทุก-ขัง, วะ-สะ-ติ, เว-ริ-สุ]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ชา.เอก. 27/34)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (ขุ.ชา.นวก. 27/265)

มาสฺสุ พาเลน สงฺคจฺฉิ อมิตฺเตเนว สพฺพทา

Roman: Māsasu bālen saṅagacachi amitatenev sababadā
“[คำอ่าน : มาด-สุ, พา-เล-นะ, สัง-คัด-ฉิ, อะ-มิด-เต-เน-วะ, สับ-พะ-ทา]”
EN: “Reflecting upon Māsasu bālen saṅagacachi amitatenev sababadā: "[คำอ่าน : มาด-สุ, พา-เล-นะ, สัง-คัด-ฉิ, อะ-มิด-เต-เน-วะ, สับ-พะ-ทา]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “มาสฺสุ พาเลน สงฺคจฺฉิ อมิตฺเตเนว สพฺพทา” (แปลความว่า: [คำอ่าน : มาด-สุ, พา-เล-นะ, สัง-คัด-ฉิ, อะ-มิด-เต-เน-วะ, สับ-พะ-ทา]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ชา.นวก. 27/265)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

ยาทิสํ กุรุเต มิตฺตํ     ยาทิสญฺจูปเสวติโสปิ ตาทิสโก โหติ     สหวาโส หิ ตาทิโส

Roman: Yādisṃ kurute mitatṃ     yādisañacūpasevatisopi tādisako hoti     sahavāso hi tādiso
“[คำอ่าน]”
EN: “Reflecting upon Yādisṃ kurute mitatṃ     yādisañacūpasevatisopi tādisako hoti     sahavāso hi tādiso: "[คำอ่าน]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “ยาทิสํ กุรุเต มิตฺตํ     ยาทิสญฺจูปเสวติโสปิ ตาทิสโก โหติ     สหวาโส หิ ตาทิโส” (แปลความว่า: [คำอ่าน]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

Advertisement / สนับสนุนโดย
โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (ขุ.ชา.ปกิณฺณก 27/372)

อตฺตานุรกฺขี ภว มา อฑยฺหิ

Roman: Atatānurakakhī bhav mā aḍayahi
“[คำอ่าน : อัด-ตา-นุ-รัก-ขี, พะ-วะ, มา, อะ-ไท-หิ]”
EN: “Reflecting upon Atatānurakakhī bhav mā aḍayahi: "[คำอ่าน : อัด-ตา-นุ-รัก-ขี, พะ-วะ, มา, อะ-ไท-หิ]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อตฺตานุรกฺขี ภว มา อฑยฺหิ” (แปลความว่า: [คำอ่าน : อัด-ตา-นุ-รัก-ขี, พะ-วะ, มา, อะ-ไท-หิ]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ชา.ปกิณฺณก 27/372)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (ขุ.ธ. 25/66)

อตฺตนา โจทยตฺตานํ

Roman: Atatanā codayatatānṃ
“[คำอ่าน : อัด-ตะ-นา, โจ-ทะ-ยัด-ตา-นัง]”
EN: “Reflecting upon Atatanā codayatatānṃ: "[คำอ่าน : อัด-ตะ-นา, โจ-ทะ-ยัด-ตา-นัง]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อตฺตนา โจทยตฺตานํ” (แปลความว่า: [คำอ่าน : อัด-ตะ-นา, โจ-ทะ-ยัด-ตา-นัง]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/66)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (ขุ.ธ. 25/36)

อตฺตานญฺเจ ตถา กยิรา ยถญฺญมนุสาสติ

Roman: Atatānañace tathā kayirā yathañañamanusāsati
“[คำอ่าน : อัด-ตา-นัน-เจ, ตะ-ถา, กะ-ยิ-รา, ยะ-ถัน-ยะ-มะ-นุ-สา-สะ-ติ]”
EN: “Reflecting upon Atatānañace tathā kayirā yathañañamanusāsati: "[คำอ่าน : อัด-ตา-นัน-เจ, ตะ-ถา, กะ-ยิ-รา, ยะ-ถัน-ยะ-มะ-นุ-สา-สะ-ติ]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อตฺตานญฺเจ ตถา กยิรา ยถญฺญมนุสาสติ” (แปลความว่า: [คำอ่าน : อัด-ตา-นัน-เจ, ตะ-ถา, กะ-ยิ-รา, ยะ-ถัน-ยะ-มะ-นุ-สา-สะ-ติ]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/36)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (องฺ.ฉกฺก. 22/417)

โย รกฺขติ อตฺตานํ รกฺขิโต ตสฺส พาหิโร

Roman: Yo rakakhati atatānṃ rakakhito tasas bāhiro
“[คำอ่าน : โย, รัก-ขะ-ติ, อัด-ตา-นัง, รัก-ขิ-โต, ตัด-สะ, พา-หิ-โร]”
EN: “Reflecting upon Yo rakakhati atatānṃ rakakhito tasas bāhiro: "[คำอ่าน : โย, รัก-ขะ-ติ, อัด-ตา-นัง, รัก-ขิ-โต, ตัด-สะ, พา-หิ-โร]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “โย รกฺขติ อตฺตานํ รกฺขิโต ตสฺส พาหิโร” (แปลความว่า: [คำอ่าน : โย, รัก-ขะ-ติ, อัด-ตา-นัง, รัก-ขิ-โต, ตัด-สะ, พา-หิ-โร]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((องฺ.ฉกฺก. 22/417)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

หน้า 4 จาก 5 (ทั้งหมด 66 บท)
Advertisement / สนับสนุนโดย
สัมผัสความสงบภายในผ่านการเจริญสติและวิปัสสนากรรมฐาน

พุทธศาสนสุภาษิตมิใช่เพียงบทกวีทางปรัชญาโบราณ แต่คือ "แผนที่นำทางสู่การตื่นรู้" ทุกถ้อยคำสามารถนำมาเป็นอารมณ์ในการพิจารณากรรมฐาน เชื่อมโยงจิตใจที่บริสุทธิ์เข้ากับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัว

คัดลอกพุทธสุภาษิตเรียบร้อยแล้ว