Logo
Bright from Within
Vipassana, Ecology & Inner Wisdom
พุทธศาสนสุภาษิต พระไตรปิฎก (SQLite Powered)

พุทธศาสนสุภาษิตสอนใจ

คลังพุทธพจน์ภาษาบาลีพร้อมคำแปล ถอดรหัสธรรมะสู่การเจริญสติ วิปัสสนากรรมฐาน และการดำเนินชีวิตอย่างสันโดษและผาสุก

ทั้งหมด 445 สันตุฏฐิวรรค (หมวดความสันโดษ & วิเวก) 17 สัทธาวรรค (หมวดศรัทธา & ความเชื่อมั่น) 10 จิตตวรรค (หมวดจิต & ความคิด) 8 ธัมมวรรค (หมวดธรรมะ & ความจริง) 5 ปัญญาวรรค (หมวดปัญญา) 5 ลาภวรรค (หมวดลาภ & การได้มา) 5 สีลวรรค (หมวดศีล) 5 ทานวรรค (หมวดทาน) 8 อัตตวรรค (หมวดตน) 13 กัมมวรรค (หมวดกรรม) 148 ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) 48 วายามวรรค (หมวดความเพียร) 5 อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท) 30 โกธวรรค (หมวดความโกรธ) 66 เสวนาวรรค (หมวดการคบหา) 33 มิตตวรรค (หมวดมิตร) 5 วาจาวรรค (หมวดวาจา) 5 ปุญญวรรค (หมวดบุญ) 5 ปาปวรรค (หมวดบาป) 5 สุขวรรค (หมวดความสุข) 5 ทุกขวรรค (หมวดทุกข์) 9 ปกิณณกวรรค (หมวดเบ็ดเตล็ด) 5
แสดง 16 จากทั้งหมด 66 บท (คัดกรองตามเงื่อนไข) ล้างตัวกรอง
กดไอคอนลำโพงเพื่อฟังเสียงอ่าน
โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (ขุ.ธ. 25/42)

นตฺถิ โทสสโม กลิ

Roman: Natathi dosasamo kali
“ความผิด เสมอด้วยโทสะ ไม่มี”
EN: “Reflecting upon Natathi dosasamo kali: "ความผิด เสมอด้วยโทสะ ไม่มี"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “นตฺถิ โทสสโม กลิ” (แปลความว่า: ความผิด เสมอด้วยโทสะ ไม่มี) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/42)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (นัย- ขุ.ชา.ทสก. 27/286)

โกธาภิภูโต กุสลํ ชหาติ

Roman: Kodhābhibhūto kusalṃ jahāti
“ผู้ถูกความโกรธครอบงำ ย่อมละกุศลเสีย”
EN: “Reflecting upon Kodhābhibhūto kusalṃ jahāti: "ผู้ถูกความโกรธครอบงำ ย่อมละกุศลเสีย"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “โกธาภิภูโต กุสลํ ชหาติ” (แปลความว่า: ผู้ถูกความโกรธครอบงำ ย่อมละกุศลเสีย) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((นัย- ขุ.ชา.ทสก. 27/286)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (องฺ.สตฺตก. 23/98)

โกธโน ทุพฺพณฺโณ โหติ

Roman: Kodhano dubabaṇaṇo hoti
“คนมักโกรธ ย่อมมีผิวพรรณเศร้าหมอง”
EN: “Reflecting upon Kodhano dubabaṇaṇo hoti: "คนมักโกรธ ย่อมมีผิวพรรณเศร้าหมอง"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “โกธโน ทุพฺพณฺโณ โหติ” (แปลความว่า: คนมักโกรธ ย่อมมีผิวพรรณเศร้าหมอง) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((องฺ.สตฺตก. 23/98)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (นัย- องฺ.สตฺตก. 23/98)

ทุกฺขํ สยติ โกธโน

Roman: Dukakhṃ sayati kodhano
“คนมักโกรธ ย่อมนอนเป็นทุกข์”
EN: “Reflecting upon Dukakhṃ sayati kodhano: "คนมักโกรธ ย่อมนอนเป็นทุกข์"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “ทุกฺขํ สยติ โกธโน” (แปลความว่า: คนมักโกรธ ย่อมนอนเป็นทุกข์) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((นัย- องฺ.สตฺตก. 23/98)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (องฺ.สตฺตก. 23/98)

โกธสมฺมทสมฺมตฺโต อายสกฺยํ นิคจฺฉติ

Roman: Kodhasamamadasamamatato āyasakayṃ nigacachati
“ผู้มึนเมาด้วยความโกรธ ย่อมถึงความไร้ยศศักดิ์”
EN: “Reflecting upon Kodhasamamadasamamatato āyasakayṃ nigacachati: "ผู้มึนเมาด้วยความโกรธ ย่อมถึงความไร้ยศศักดิ์"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “โกธสมฺมทสมฺมตฺโต อายสกฺยํ นิคจฺฉติ” (แปลความว่า: ผู้มึนเมาด้วยความโกรธ ย่อมถึงความไร้ยศศักดิ์) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((องฺ.สตฺตก. 23/98)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (องฺ.สตฺตก. 23/99)

กุทฺโธ อตฺถํ น ชานาติ

Roman: Kudadho atathṃ n jānāti
“ผู้โกรธย่อมไม่รู้อรรถ”
EN: “Reflecting upon Kudadho atathṃ n jānāti: "ผู้โกรธย่อมไม่รู้อรรถ"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “กุทฺโธ อตฺถํ น ชานาติ” (แปลความว่า: ผู้โกรธย่อมไม่รู้อรรถ) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((องฺ.สตฺตก. 23/99)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

Advertisement / สนับสนุนโดย
โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (องฺ.สตฺตก. 23/99)

กุทฺโธ ธมฺมํ น ปสฺสติ

Roman: Kudadho dhamamṃ n pasasati
“ผู้โกรธ ย่อมไม่เห็นธรรม”
EN: “Reflecting upon Kudadho dhamamṃ n pasasati: "ผู้โกรธ ย่อมไม่เห็นธรรม"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “กุทฺโธ ธมฺมํ น ปสฺสติ” (แปลความว่า: ผู้โกรธ ย่อมไม่เห็นธรรม) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((องฺ.สตฺตก. 23/99)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (องฺ.สตฺตก. 23/99)

ยํ กุทฺโธ อุปโรเธติ สุกรํ วิย ทุกฺกรํ

Roman: Yṃ kudadho uparodheti sukarṃ viy dukakarṃ
“ผู้โกรธจะผลาญสิ่งใด สิ่งนั้นถึงทำยากก็เหมือนทำง่าย”
EN: “Reflecting upon Yṃ kudadho uparodheti sukarṃ viy dukakarṃ: "ผู้โกรธจะผลาญสิ่งใด สิ่งนั้นถึงทำยากก็เหมือนทำง่าย"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “ยํ กุทฺโธ อุปโรเธติ สุกรํ วิย ทุกฺกรํ” (แปลความว่า: ผู้โกรธจะผลาญสิ่งใด สิ่งนั้นถึงทำยากก็เหมือนทำง่าย) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((องฺ.สตฺตก. 23/99)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (องฺ.สตฺตก. 23/99)

ปจฺฉา โส วิคเต โกเธ อคฺคิทฑฺโฒว ตปฺปติ

Roman: Pacachā so vigate kodhe agagidaḍaḍhov tapapati
“ภายหลัง เมื่อความโกรธหายแล้ว เขาย่อมเดือดร้อน เหมือนถูกไฟไหม้”
EN: “Reflecting upon Pacachā so vigate kodhe agagidaḍaḍhov tapapati: "ภายหลัง เมื่อความโกรธหายแล้ว เขาย่อมเดือดร้อน เหมือนถูกไฟไหม้"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “ปจฺฉา โส วิคเต โกเธ อคฺคิทฑฺโฒว ตปฺปติ” (แปลความว่า: ภายหลัง เมื่อความโกรธหายแล้ว เขาย่อมเดือดร้อน เหมือนถูกไฟไหม้) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((องฺ.สตฺตก. 23/99)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (องฺ.สตฺตก. 23/99)

หนฺติ กุทฺโธ สมาตรํ

Roman: Hanati kudadho samātarṃ
“ผู้โกรธ ย่อมฆ่ามารดาของตนเองได้”
EN: “Reflecting upon Hanati kudadho samātarṃ: "ผู้โกรธ ย่อมฆ่ามารดาของตนเองได้"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “หนฺติ กุทฺโธ สมาตรํ” (แปลความว่า: ผู้โกรธ ย่อมฆ่ามารดาของตนเองได้) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((องฺ.สตฺตก. 23/99)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) (องฺ.สตฺตก. 23/100)

โกธชาโต ปราภโว

Roman: Kodhajāto parābhavo
“ผู้เกิดความโกรธแล้วเป็นผู้ฉิบหาย”
EN: “Reflecting upon Kodhajāto parābhavo: "ผู้เกิดความโกรธแล้วเป็นผู้ฉิบหาย"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “โกธชาโต ปราภโว” (แปลความว่า: ผู้เกิดความโกรธแล้วเป็นผู้ฉิบหาย) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((องฺ.สตฺตก. 23/100)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

กามา กฏุกา อาสีวิสูปมา     เยสุ มุจฺฉิตา พาลาเต ทีฆรตฺตํ นิรเย                 สมปฺปิตา หญฺญนฺเต ทุกฺขิตา

Roman: Kāmā kaṭukā āsīvisūpamā     yesu mucachitā bālāte dīgharatatṃ niraye                 samapapitā hañañanate dukakhitā
“กามทั้งหลาย เป็นของเผ็ดร้อน เหมือนงูพิษ เป็นที่คนโง่หมกมุ่น เขาต้องแออัดทุกข์ยากอยู่ในนรกตลอดกาลนาน.”
EN: “Reflecting upon Kāmā kaṭukā āsīvisūpamā     yesu mucachitā bālāte dīgharatatṃ niraye                 samapapitā hañañanate dukakhitā: "กามทั้งหลาย เป็นของเผ็ดร้อน เหมือนงูพิษ เป็นที่คนโง่หมกมุ่น เขาต้องแออัดทุกข์ยากอยู่ในนรกตลอดกาลนาน"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “กามา กฏุกา อาสีวิสูปมา     เยสุ มุจฺฉิตา พาลาเต ทีฆรตฺตํ นิรเย                 สมปฺปิตา หญฺญนฺเต ทุกฺขิตา” (แปลความว่า: กามทั้งหลาย เป็นของเผ็ดร้อน เหมือนงูพิษ เป็นที่คนโง่หมกมุ่น เขาต้องแออัดทุกข์ยากอยู่ในนรกตลอดกาลนาน.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

Advertisement / สนับสนุนโดย
โกธวรรค (หมวดความโกรธ) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

อวิชฺชาย นิวุโต โลโก     เววิจฺฉา (ปมาทา) นปฺปกาสติชปฺปาภิเลปนํ พฺรูมิ         ทุกฺขมสฺส มหพฺภยํ

Roman: Avijajāy nivuto loko     vevicachā (pamādā) napapakāsatijapapābhilepanṃ barūmi         dukakhamasas mahababhayṃ
“โลกถูกอวิชชาปิดบังแล้ว ไม่ปรากฏเพราะความตระหนี่ (และความประมาท) เรากล่าวความอยากว่า เป็นเครื่องฉาบทาโลก ทุกข์เป็นภัยใหญ่ในโลกนั้น.”
EN: “Reflecting upon Avijajāy nivuto loko     vevicachā (pamādā) napapakāsatijapapābhilepanṃ barūmi         dukakhamasas mahababhayṃ: "โลกถูกอวิชชาปิดบังแล้ว ไม่ปรากฏเพราะความตระหนี่ (และความประมาท) เรากล่าวความอยากว่า เป็นเครื่องฉาบทาโลก ทุกข์เป็นภัยใหญ่ในโลกนั้น"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อวิชฺชาย นิวุโต โลโก     เววิจฺฉา (ปมาทา) นปฺปกาสติชปฺปาภิเลปนํ พฺรูมิ         ทุกฺขมสฺส มหพฺภยํ” (แปลความว่า: โลกถูกอวิชชาปิดบังแล้ว ไม่ปรากฏเพราะความตระหนี่ (และความประมาท) เรากล่าวความอยากว่า เป็นเครื่องฉาบทาโลก ทุกข์เป็นภัยใหญ่ในโลกนั้น.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

ตณฺหา ชเนติ ปุริสํ      จิตฺตมสฺส วิธาวติสตฺโต สํสารมาปาทิ     ทุกฺขมสฺส มหพฺภยํ

Roman: Taṇahā janeti purisṃ      citatamasas vidhāvatisatato sṃsāramāpādi     dukakhamasas mahababhayṃ
“ตัณหายังคนให้เกิด จิตของเขาย่อมวิ่งพล่าน สัตว์ยังท่องเที่ยวไป จึงมีทุกข์เป็นภัยใหญ่.”
EN: “Reflecting upon Taṇahā janeti purisṃ      citatamasas vidhāvatisatato sṃsāramāpādi     dukakhamasas mahababhayṃ: "ตัณหายังคนให้เกิด จิตของเขาย่อมวิ่งพล่าน สัตว์ยังท่องเที่ยวไป จึงมีทุกข์เป็นภัยใหญ่"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “ตณฺหา ชเนติ ปุริสํ      จิตฺตมสฺส วิธาวติสตฺโต สํสารมาปาทิ     ทุกฺขมสฺส มหพฺภยํ” (แปลความว่า: ตัณหายังคนให้เกิด จิตของเขาย่อมวิ่งพล่าน สัตว์ยังท่องเที่ยวไป จึงมีทุกข์เป็นภัยใหญ่.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

นตฺถิ อตฺตสมํ เปมํ     นตฺถิ ธญฺญสมํ ธนํนตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา     วุฏฺฐิ เว ปรมา สรา

Roman: Natathi atatasamṃ pemṃ     natathi dhañañasamṃ dhanṃnatathi pañañāsamā ābhā     vuṭaṭhi ve paramā sarā
“[คำอ่าน]”
EN: “Reflecting upon Natathi atatasamṃ pemṃ     natathi dhañañasamṃ dhanṃnatathi pañañāsamā ābhā     vuṭaṭhi ve paramā sarā: "[คำอ่าน]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “นตฺถิ อตฺตสมํ เปมํ     นตฺถิ ธญฺญสมํ ธนํนตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา     วุฏฺฐิ เว ปรมา สรา” (แปลความว่า: [คำอ่าน]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

โกธวรรค (หมวดความโกรธ) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

อปฺปมาทรโต ภิกฺขุ     ปมาเท ภยทสฺสิ วาอภพฺโพ ปริหานาย     นิพฺพานสฺเสว สนฺติเก

Roman: Apapamādarato bhikakhu     pamāde bhayadasasi vāabhababo parihānāy     nibabānasasev sanatike
“ภิกษุยินดีในความไม่ประมาท หรือเห็นภัยในความประมาท เป็นผู้ไม่ควรเพื่อจะเสื่อม (ชื่อว่า) อยู่ใกล้พระนิพพานทีเดียว.”
EN: “Reflecting upon Apapamādarato bhikakhu     pamāde bhayadasasi vāabhababo parihānāy     nibabānasasev sanatike: "ภิกษุยินดีในความไม่ประมาท หรือเห็นภัยในความประมาท เป็นผู้ไม่ควรเพื่อจะเสื่อม (ชื่อว่า) อยู่ใกล้พระนิพพานทีเดียว"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อปฺปมาทรโต ภิกฺขุ     ปมาเท ภยทสฺสิ วาอภพฺโพ ปริหานาย     นิพฺพานสฺเสว สนฺติเก” (แปลความว่า: ภิกษุยินดีในความไม่ประมาท หรือเห็นภัยในความประมาท เป็นผู้ไม่ควรเพื่อจะเสื่อม (ชื่อว่า) อยู่ใกล้พระนิพพานทีเดียว.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

หน้า 3 จาก 5 (ทั้งหมด 66 บท)
Advertisement / สนับสนุนโดย
สัมผัสความสงบภายในผ่านการเจริญสติและวิปัสสนากรรมฐาน

พุทธศาสนสุภาษิตมิใช่เพียงบทกวีทางปรัชญาโบราณ แต่คือ "แผนที่นำทางสู่การตื่นรู้" ทุกถ้อยคำสามารถนำมาเป็นอารมณ์ในการพิจารณากรรมฐาน เชื่อมโยงจิตใจที่บริสุทธิ์เข้ากับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัว

คัดลอกพุทธสุภาษิตเรียบร้อยแล้ว