Logo
Bright from Within
Vipassana, Ecology & Inner Wisdom
กัมมวรรค (หมวดกรรม)

ทูรงฺคมํ เอกจรํ                  อสรีรํ คุหาสยํเย จิตฺตํ สญฺญเมสฺสนฺติ     โมกฺขนฺติ มารพนฺธนา

Roman script: Dūraṅagamṃ ekacarṃ                  asarīrṃ guhāsayṃye citatṃ sañañamesasanati     mokakhanati mārabanadhanā
คำอ่าน: ทูรงฺคมํ เอกจรํ                  อสรีรํ คุหาสยํเย จิตฺตํ สญฺญเมสฺสนฺติ     โมกฺขนฺติ มารพนฺธนา
“ผู้ใด จักสำรวมจิตที่ไปไกล เที่ยวไปดวงเดียว ไม่มีรูปร่าง มีถ้ำ (คือกาย) เป็นที่อาศัย ผู้นั้น จักพ้นจากเครื่องผูกของมารได้.”
EN: “Reflecting upon Dūraṅagamṃ ekacarṃ                  asarīrṃ guhāsayṃye citatṃ sañañamesasanati     mokakhanati mārabanadhanā: "ผู้ใด จักสำรวมจิตที่ไปไกล เที่ยวไปดวงเดียว ไม่มีรูปร่าง มีถ้ำ (คือกาย) เป็นที่อาศัย ผู้นั้น จักพ้นจากเครื่องผูกของมารได้"”
แชร์ Facebook แชร์ Line
เข้าชม 52 ครั้ง
Advertisement / สนับสนุนโดย

ที่มาในพระไตรปิฎก & พุทธประวัติ

พระไตรปิฎกอ้างอิง:
พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

ปรากฏในพระไตรปิฎก พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

จำแนกคำศัพท์ภาษาบาลีทีละคำ

คำบาลี คำอ่าน ความหมายภาษาไทย ความหมายภาษาอังกฤษ
ทูรงฺคมํ
Dūraṅagamṃ
ทูรงฺคมํ ผู้ใด จักสำรวมจิตที่ไปไกล เที่ยวไปดวงเดียว ไม่มีรูปร่าง มีถ้ำ (คือกาย) เป็นที่อาศัย ผู้นั้น จักพ้นจากเครื่องผูกของมารได้. Reflecting upon Dūraṅagamṃ ekacarṃ                  asarīrṃ guhāsayṃye citatṃ sañañamesasanati     mokakhanati mārabanadhanā: "ผู้ใด จักสำรวมจิตที่ไปไกล เที่ยวไปดวงเดียว ไม่มีรูปร่าง มีถ้ำ (คือกาย) เป็นที่อาศัย ผู้นั้น จักพ้นจากเครื่องผูกของมารได้"
เอกจรํ                  อสรีรํ
Ekacarṃ                  asarīrṃ
เอกจรํ                  อสรีรํ ผู้ใด จักสำรวมจิตที่ไปไกล เที่ยวไปดวงเดียว ไม่มีรูปร่าง มีถ้ำ (คือกาย) เป็นที่อาศัย ผู้นั้น จักพ้นจากเครื่องผูกของมารได้. Reflecting upon Dūraṅagamṃ ekacarṃ                  asarīrṃ guhāsayṃye citatṃ sañañamesasanati     mokakhanati mārabanadhanā: "ผู้ใด จักสำรวมจิตที่ไปไกล เที่ยวไปดวงเดียว ไม่มีรูปร่าง มีถ้ำ (คือกาย) เป็นที่อาศัย ผู้นั้น จักพ้นจากเครื่องผูกของมารได้"
คุหาสยํเย
Guhāsayṃye
คุหาสยํเย ผู้ใด จักสำรวมจิตที่ไปไกล เที่ยวไปดวงเดียว ไม่มีรูปร่าง มีถ้ำ (คือกาย) เป็นที่อาศัย ผู้นั้น จักพ้นจากเครื่องผูกของมารได้. Reflecting upon Dūraṅagamṃ ekacarṃ                  asarīrṃ guhāsayṃye citatṃ sañañamesasanati     mokakhanati mārabanadhanā: "ผู้ใด จักสำรวมจิตที่ไปไกล เที่ยวไปดวงเดียว ไม่มีรูปร่าง มีถ้ำ (คือกาย) เป็นที่อาศัย ผู้นั้น จักพ้นจากเครื่องผูกของมารได้"
จิตฺตํ
Citatṃ
จิตฺตํ ผู้ใด จักสำรวมจิตที่ไปไกล เที่ยวไปดวงเดียว ไม่มีรูปร่าง มีถ้ำ (คือกาย) เป็นที่อาศัย ผู้นั้น จักพ้นจากเครื่องผูกของมารได้. Reflecting upon Dūraṅagamṃ ekacarṃ                  asarīrṃ guhāsayṃye citatṃ sañañamesasanati     mokakhanati mārabanadhanā: "ผู้ใด จักสำรวมจิตที่ไปไกล เที่ยวไปดวงเดียว ไม่มีรูปร่าง มีถ้ำ (คือกาย) เป็นที่อาศัย ผู้นั้น จักพ้นจากเครื่องผูกของมารได้"
สญฺญเมสฺสนฺติ     โมกฺขนฺติ
Sañañamesasanati     mokakhanati
สญฺญเมสฺสนฺติ     โมกฺขนฺติ ผู้ใด จักสำรวมจิตที่ไปไกล เที่ยวไปดวงเดียว ไม่มีรูปร่าง มีถ้ำ (คือกาย) เป็นที่อาศัย ผู้นั้น จักพ้นจากเครื่องผูกของมารได้. Reflecting upon Dūraṅagamṃ ekacarṃ                  asarīrṃ guhāsayṃye citatṃ sañañamesasanati     mokakhanati mārabanadhanā: "ผู้ใด จักสำรวมจิตที่ไปไกล เที่ยวไปดวงเดียว ไม่มีรูปร่าง มีถ้ำ (คือกาย) เป็นที่อาศัย ผู้นั้น จักพ้นจากเครื่องผูกของมารได้"
มารพนฺธนา
Mārabanadhanā
มารพนฺธนา ผู้ใด จักสำรวมจิตที่ไปไกล เที่ยวไปดวงเดียว ไม่มีรูปร่าง มีถ้ำ (คือกาย) เป็นที่อาศัย ผู้นั้น จักพ้นจากเครื่องผูกของมารได้. Reflecting upon Dūraṅagamṃ ekacarṃ                  asarīrṃ guhāsayṃye citatṃ sañañamesasanati     mokakhanati mārabanadhanā: "ผู้ใด จักสำรวมจิตที่ไปไกล เที่ยวไปดวงเดียว ไม่มีรูปร่าง มีถ้ำ (คือกาย) เป็นที่อาศัย ผู้นั้น จักพ้นจากเครื่องผูกของมารได้"
Advertisement / สนับสนุนโดย

คำอธิบายและบทวิเคราะห์ธรรมะ

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “ทูรงฺคมํ เอกจรํ                  อสรีรํ คุหาสยํเย จิตฺตํ สญฺญเมสฺสนฺติ     โมกฺขนฺติ มารพนฺธนา” (แปลความว่า: ผู้ใด จักสำรวมจิตที่ไปไกล เที่ยวไปดวงเดียว ไม่มีรูปร่าง มีถ้ำ (คือกาย) เป็นที่อาศัย ผู้นั้น จักพ้นจากเครื่องผูกของมารได้.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ

พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

ข้อคิดและการนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

  • �� น้อมนำข้อคิดจาก “ผู้ใด จักสำรวมจิตที่ไปไกล เที่ยวไปดวงเดียว ไม่มีรูปร่าง มีถ้ำ (คือกาย) เป็นที่อาศัย ผู้นั้น จักพ้นจากเครื่องผูกของมารได้.” มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตประจำวัน
  • �� ฝึกสังเกตอารมณ์และความคิดของตนเองอย่างมีสติ เพื่อไม่ให้ตกเป็นทาสของกิเลส
  • �� พัฒนาจิตใจให้เข้มแข็ง มีความเมตตาและเกื้อกูลต่อเพื่อนมนุษย์และสิ่งแวดล้อมรอบตัว

มิติแห่งการเจริญสติ & วิปัสสนากรรมฐาน

ในเชิงวิปัสสนากรรมฐาน พุทธสุภาษิตบทนี้เป็นบาทฐานแห่งการเจริญสติปัฏฐาน เมื่อกำหนดรู้รูปนามที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริง จิตจะปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่น นำไปสู่ความสงบเย็นอันแท้จริง

Advertisement / สนับสนุนโดย
เรียนรู้ธรรมะร่วมสมัย

อ่านบทความวิชาการ การบูรณาการวิปัสสนา และการฟื้นฟูระบบนิเวศ เพื่อสร้างความตระหนักรู้สู่สังคม

เข้าสู่คลังบทความ
Advertisement / สนับสนุนโดย
คัดลอกพุทธสุภาษิตเรียบร้อยแล้ว