ปรากฏในพระไตรปิฎก พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)
| คำบาลี | คำอ่าน | ความหมายภาษาไทย | ความหมายภาษาอังกฤษ |
|---|---|---|---|
|
ยสฺส
Yasas
|
ยสฺส | ผู้ใดไม่กังวลว่า นี้ของเรา นี้ของผู้อื่น ผู้นั้น เมื่อไม่ถือว่าเป็นของเรา จึงไม่เศร้าโศกว่า ของเราไม่มี ดังนี้. | Reflecting upon Yasas natathi idṃ meti paresṃ vāpi kiñacanṃmamatatṃ so asṃvinadṃ natathi meti n socati: "ผู้ใดไม่กังวลว่า นี้ของเรา นี้ของผู้อื่น ผู้นั้น เมื่อไม่ถือว่าเป็นของเรา จึงไม่เศร้าโศกว่า ของเราไม่มี ดังนี้" |
|
นตฺถิ
Natathi
|
นตฺถิ | ผู้ใดไม่กังวลว่า นี้ของเรา นี้ของผู้อื่น ผู้นั้น เมื่อไม่ถือว่าเป็นของเรา จึงไม่เศร้าโศกว่า ของเราไม่มี ดังนี้. | Reflecting upon Yasas natathi idṃ meti paresṃ vāpi kiñacanṃmamatatṃ so asṃvinadṃ natathi meti n socati: "ผู้ใดไม่กังวลว่า นี้ของเรา นี้ของผู้อื่น ผู้นั้น เมื่อไม่ถือว่าเป็นของเรา จึงไม่เศร้าโศกว่า ของเราไม่มี ดังนี้" |
|
อิทํ
Idṃ
|
อิทํ | ผู้ใดไม่กังวลว่า นี้ของเรา นี้ของผู้อื่น ผู้นั้น เมื่อไม่ถือว่าเป็นของเรา จึงไม่เศร้าโศกว่า ของเราไม่มี ดังนี้. | Reflecting upon Yasas natathi idṃ meti paresṃ vāpi kiñacanṃmamatatṃ so asṃvinadṃ natathi meti n socati: "ผู้ใดไม่กังวลว่า นี้ของเรา นี้ของผู้อื่น ผู้นั้น เมื่อไม่ถือว่าเป็นของเรา จึงไม่เศร้าโศกว่า ของเราไม่มี ดังนี้" |
|
เมติ ปเรสํ
Meti paresṃ
|
เมติ ปเรสํ | ผู้ใดไม่กังวลว่า นี้ของเรา นี้ของผู้อื่น ผู้นั้น เมื่อไม่ถือว่าเป็นของเรา จึงไม่เศร้าโศกว่า ของเราไม่มี ดังนี้. | Reflecting upon Yasas natathi idṃ meti paresṃ vāpi kiñacanṃmamatatṃ so asṃvinadṃ natathi meti n socati: "ผู้ใดไม่กังวลว่า นี้ของเรา นี้ของผู้อื่น ผู้นั้น เมื่อไม่ถือว่าเป็นของเรา จึงไม่เศร้าโศกว่า ของเราไม่มี ดังนี้" |
|
วาปิ
Vāpi
|
วาปิ | ผู้ใดไม่กังวลว่า นี้ของเรา นี้ของผู้อื่น ผู้นั้น เมื่อไม่ถือว่าเป็นของเรา จึงไม่เศร้าโศกว่า ของเราไม่มี ดังนี้. | Reflecting upon Yasas natathi idṃ meti paresṃ vāpi kiñacanṃmamatatṃ so asṃvinadṃ natathi meti n socati: "ผู้ใดไม่กังวลว่า นี้ของเรา นี้ของผู้อื่น ผู้นั้น เมื่อไม่ถือว่าเป็นของเรา จึงไม่เศร้าโศกว่า ของเราไม่มี ดังนี้" |
|
กิญฺจนํมมตฺตํ
Kiñacanṃmamatatṃ
|
กิญฺจนํมมตฺตํ | ผู้ใดไม่กังวลว่า นี้ของเรา นี้ของผู้อื่น ผู้นั้น เมื่อไม่ถือว่าเป็นของเรา จึงไม่เศร้าโศกว่า ของเราไม่มี ดังนี้. | Reflecting upon Yasas natathi idṃ meti paresṃ vāpi kiñacanṃmamatatṃ so asṃvinadṃ natathi meti n socati: "ผู้ใดไม่กังวลว่า นี้ของเรา นี้ของผู้อื่น ผู้นั้น เมื่อไม่ถือว่าเป็นของเรา จึงไม่เศร้าโศกว่า ของเราไม่มี ดังนี้" |
|
โส
So
|
โส | ผู้ใดไม่กังวลว่า นี้ของเรา นี้ของผู้อื่น ผู้นั้น เมื่อไม่ถือว่าเป็นของเรา จึงไม่เศร้าโศกว่า ของเราไม่มี ดังนี้. | Reflecting upon Yasas natathi idṃ meti paresṃ vāpi kiñacanṃmamatatṃ so asṃvinadṃ natathi meti n socati: "ผู้ใดไม่กังวลว่า นี้ของเรา นี้ของผู้อื่น ผู้นั้น เมื่อไม่ถือว่าเป็นของเรา จึงไม่เศร้าโศกว่า ของเราไม่มี ดังนี้" |
|
อสํวินฺทํ นตฺถิ
Asṃvinadṃ natathi
|
อสํวินฺทํ นตฺถิ | ผู้ใดไม่กังวลว่า นี้ของเรา นี้ของผู้อื่น ผู้นั้น เมื่อไม่ถือว่าเป็นของเรา จึงไม่เศร้าโศกว่า ของเราไม่มี ดังนี้. | Reflecting upon Yasas natathi idṃ meti paresṃ vāpi kiñacanṃmamatatṃ so asṃvinadṃ natathi meti n socati: "ผู้ใดไม่กังวลว่า นี้ของเรา นี้ของผู้อื่น ผู้นั้น เมื่อไม่ถือว่าเป็นของเรา จึงไม่เศร้าโศกว่า ของเราไม่มี ดังนี้" |
|
เมติ
Meti
|
เมติ | ผู้ใดไม่กังวลว่า นี้ของเรา นี้ของผู้อื่น ผู้นั้น เมื่อไม่ถือว่าเป็นของเรา จึงไม่เศร้าโศกว่า ของเราไม่มี ดังนี้. | Reflecting upon Yasas natathi idṃ meti paresṃ vāpi kiñacanṃmamatatṃ so asṃvinadṃ natathi meti n socati: "ผู้ใดไม่กังวลว่า นี้ของเรา นี้ของผู้อื่น ผู้นั้น เมื่อไม่ถือว่าเป็นของเรา จึงไม่เศร้าโศกว่า ของเราไม่มี ดังนี้" |
|
น
N
|
น | ผู้ใดไม่กังวลว่า นี้ของเรา นี้ของผู้อื่น ผู้นั้น เมื่อไม่ถือว่าเป็นของเรา จึงไม่เศร้าโศกว่า ของเราไม่มี ดังนี้. | Reflecting upon Yasas natathi idṃ meti paresṃ vāpi kiñacanṃmamatatṃ so asṃvinadṃ natathi meti n socati: "ผู้ใดไม่กังวลว่า นี้ของเรา นี้ของผู้อื่น ผู้นั้น เมื่อไม่ถือว่าเป็นของเรา จึงไม่เศร้าโศกว่า ของเราไม่มี ดังนี้" |
|
โสจติ
Socati
|
โสจติ | ผู้ใดไม่กังวลว่า นี้ของเรา นี้ของผู้อื่น ผู้นั้น เมื่อไม่ถือว่าเป็นของเรา จึงไม่เศร้าโศกว่า ของเราไม่มี ดังนี้. | Reflecting upon Yasas natathi idṃ meti paresṃ vāpi kiñacanṃmamatatṃ so asṃvinadṃ natathi meti n socati: "ผู้ใดไม่กังวลว่า นี้ของเรา นี้ของผู้อื่น ผู้นั้น เมื่อไม่ถือว่าเป็นของเรา จึงไม่เศร้าโศกว่า ของเราไม่มี ดังนี้" |
ในเชิงวิปัสสนากรรมฐาน พุทธสุภาษิตบทนี้เป็นบาทฐานแห่งการเจริญสติปัฏฐาน เมื่อกำหนดรู้รูปนามที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริง จิตจะปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่น นำไปสู่ความสงบเย็นอันแท้จริง
อ่านบทความวิชาการ การบูรณาการวิปัสสนา และการฟื้นฟูระบบนิเวศ เพื่อสร้างความตระหนักรู้สู่สังคม
เข้าสู่คลังบทความ