ปรากฏในพระไตรปิฎก พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)
| คำบาลี | คำอ่าน | ความหมายภาษาไทย | ความหมายภาษาอังกฤษ |
|---|---|---|---|
|
มูฬฺโห
Mūḷaho
|
มูฬฺโห | ผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม ความหลงครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น. | Reflecting upon Mūḷaho atathṃ n jānāti mūḷaho dhamamṃ n pasasatianadhatamṃ tadā hoti yṃ moho sahate narṃ: "ผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม ความหลงครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น" |
|
อตฺถํ
Atathṃ
|
อตฺถํ | ผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม ความหลงครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น. | Reflecting upon Mūḷaho atathṃ n jānāti mūḷaho dhamamṃ n pasasatianadhatamṃ tadā hoti yṃ moho sahate narṃ: "ผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม ความหลงครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น" |
|
น
N
|
น | ผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม ความหลงครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น. | Reflecting upon Mūḷaho atathṃ n jānāti mūḷaho dhamamṃ n pasasatianadhatamṃ tadā hoti yṃ moho sahate narṃ: "ผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม ความหลงครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น" |
|
ชานาติ มูฬฺโห
Jānāti mūḷaho
|
ชานาติ มูฬฺโห | ผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม ความหลงครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น. | Reflecting upon Mūḷaho atathṃ n jānāti mūḷaho dhamamṃ n pasasatianadhatamṃ tadā hoti yṃ moho sahate narṃ: "ผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม ความหลงครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น" |
|
ธมฺมํ
Dhamamṃ
|
ธมฺมํ | ผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม ความหลงครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น. | Reflecting upon Mūḷaho atathṃ n jānāti mūḷaho dhamamṃ n pasasatianadhatamṃ tadā hoti yṃ moho sahate narṃ: "ผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม ความหลงครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น" |
|
น
N
|
น | ผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม ความหลงครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น. | Reflecting upon Mūḷaho atathṃ n jānāti mūḷaho dhamamṃ n pasasatianadhatamṃ tadā hoti yṃ moho sahate narṃ: "ผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม ความหลงครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น" |
|
ปสฺสติอนฺธตมํ
Pasasatianadhatamṃ
|
ปสฺสติอนฺธตมํ | ผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม ความหลงครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น. | Reflecting upon Mūḷaho atathṃ n jānāti mūḷaho dhamamṃ n pasasatianadhatamṃ tadā hoti yṃ moho sahate narṃ: "ผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม ความหลงครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น" |
|
ตทา
Tadā
|
ตทา | ผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม ความหลงครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น. | Reflecting upon Mūḷaho atathṃ n jānāti mūḷaho dhamamṃ n pasasatianadhatamṃ tadā hoti yṃ moho sahate narṃ: "ผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม ความหลงครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น" |
|
โหติ ยํ
Hoti yṃ
|
โหติ ยํ | ผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม ความหลงครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น. | Reflecting upon Mūḷaho atathṃ n jānāti mūḷaho dhamamṃ n pasasatianadhatamṃ tadā hoti yṃ moho sahate narṃ: "ผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม ความหลงครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น" |
|
โมโห
Moho
|
โมโห | ผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม ความหลงครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น. | Reflecting upon Mūḷaho atathṃ n jānāti mūḷaho dhamamṃ n pasasatianadhatamṃ tadā hoti yṃ moho sahate narṃ: "ผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม ความหลงครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น" |
|
สหเต
Sahate
|
สหเต | ผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม ความหลงครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น. | Reflecting upon Mūḷaho atathṃ n jānāti mūḷaho dhamamṃ n pasasatianadhatamṃ tadā hoti yṃ moho sahate narṃ: "ผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม ความหลงครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น" |
|
นรํ
Narṃ
|
นรํ | ผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม ความหลงครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น. | Reflecting upon Mūḷaho atathṃ n jānāti mūḷaho dhamamṃ n pasasatianadhatamṃ tadā hoti yṃ moho sahate narṃ: "ผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม ความหลงครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น" |
ในเชิงวิปัสสนากรรมฐาน พุทธสุภาษิตบทนี้เป็นบาทฐานแห่งการเจริญสติปัฏฐาน เมื่อกำหนดรู้รูปนามที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริง จิตจะปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่น นำไปสู่ความสงบเย็นอันแท้จริง
อ่านบทความวิชาการ การบูรณาการวิปัสสนา และการฟื้นฟูระบบนิเวศ เพื่อสร้างความตระหนักรู้สู่สังคม
เข้าสู่คลังบทความ