Logo
Bright from Within
Vipassana, Ecology & Inner Wisdom
เสวนาวรรค (หมวดการคบหา)

ตณฺหาธิปนฺนา วตฺตสีลพทฺธาลูขํ ตปํ วสฺสสตํ จรนฺตาจิตฺตญฺจ เนสํ น สมฺมา วิมุตฺตํหีนตฺตรูปา น ปารงฺคมา เต

Roman script: Taṇahādhipananā vatatasīlabadadhālūkhṃ tapṃ vasasasatṃ caranatācitatañac nesṃ n samamā vimutatṃhīnatatarūpā n pāraṅagamā te
คำอ่าน: ตณฺหาธิปนฺนา วตฺตสีลพทฺธาลูขํ ตปํ วสฺสสตํ จรนฺตาจิตฺตญฺจ เนสํ น สมฺมา วิมุตฺตํหีนตฺตรูปา น ปารงฺคมา เต
“ผู้ถูกตัณหาครอบงำ ถูกศีลพรตผูกมัด ประพฤติตบะอันเศร้าหมองตั้งร้อยปี จิตของเขาก็หลุดพ้นด้วยดีไม่ได้ เขามีตนเลว จะถึงฝั่งไม่ได้.”
EN: “Reflecting upon Taṇahādhipananā vatatasīlabadadhālūkhṃ tapṃ vasasasatṃ caranatācitatañac nesṃ n samamā vimutatṃhīnatatarūpā n pāraṅagamā te: "ผู้ถูกตัณหาครอบงำ ถูกศีลพรตผูกมัด ประพฤติตบะอันเศร้าหมองตั้งร้อยปี จิตของเขาก็หลุดพ้นด้วยดีไม่ได้ เขามีตนเลว จะถึงฝั่งไม่ได้"”
แชร์ Facebook แชร์ Line
เข้าชม 154 ครั้ง
Advertisement / สนับสนุนโดย

ที่มาในพระไตรปิฎก & พุทธประวัติ

พระไตรปิฎกอ้างอิง:
พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

ปรากฏในพระไตรปิฎก พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

จำแนกคำศัพท์ภาษาบาลีทีละคำ

คำบาลี คำอ่าน ความหมายภาษาไทย ความหมายภาษาอังกฤษ
ตณฺหาธิปนฺนา
Taṇahādhipananā
ตณฺหาธิปนฺนา ผู้ถูกตัณหาครอบงำ ถูกศีลพรตผูกมัด ประพฤติตบะอันเศร้าหมองตั้งร้อยปี จิตของเขาก็หลุดพ้นด้วยดีไม่ได้ เขามีตนเลว จะถึงฝั่งไม่ได้. Reflecting upon Taṇahādhipananā vatatasīlabadadhālūkhṃ tapṃ vasasasatṃ caranatācitatañac nesṃ n samamā vimutatṃhīnatatarūpā n pāraṅagamā te: "ผู้ถูกตัณหาครอบงำ ถูกศีลพรตผูกมัด ประพฤติตบะอันเศร้าหมองตั้งร้อยปี จิตของเขาก็หลุดพ้นด้วยดีไม่ได้ เขามีตนเลว จะถึงฝั่งไม่ได้"
วตฺตสีลพทฺธาลูขํ
Vatatasīlabadadhālūkhṃ
วตฺตสีลพทฺธาลูขํ ผู้ถูกตัณหาครอบงำ ถูกศีลพรตผูกมัด ประพฤติตบะอันเศร้าหมองตั้งร้อยปี จิตของเขาก็หลุดพ้นด้วยดีไม่ได้ เขามีตนเลว จะถึงฝั่งไม่ได้. Reflecting upon Taṇahādhipananā vatatasīlabadadhālūkhṃ tapṃ vasasasatṃ caranatācitatañac nesṃ n samamā vimutatṃhīnatatarūpā n pāraṅagamā te: "ผู้ถูกตัณหาครอบงำ ถูกศีลพรตผูกมัด ประพฤติตบะอันเศร้าหมองตั้งร้อยปี จิตของเขาก็หลุดพ้นด้วยดีไม่ได้ เขามีตนเลว จะถึงฝั่งไม่ได้"
ตปํ
Tapṃ
ตปํ ผู้ถูกตัณหาครอบงำ ถูกศีลพรตผูกมัด ประพฤติตบะอันเศร้าหมองตั้งร้อยปี จิตของเขาก็หลุดพ้นด้วยดีไม่ได้ เขามีตนเลว จะถึงฝั่งไม่ได้. Reflecting upon Taṇahādhipananā vatatasīlabadadhālūkhṃ tapṃ vasasasatṃ caranatācitatañac nesṃ n samamā vimutatṃhīnatatarūpā n pāraṅagamā te: "ผู้ถูกตัณหาครอบงำ ถูกศีลพรตผูกมัด ประพฤติตบะอันเศร้าหมองตั้งร้อยปี จิตของเขาก็หลุดพ้นด้วยดีไม่ได้ เขามีตนเลว จะถึงฝั่งไม่ได้"
วสฺสสตํ
Vasasasatṃ
วสฺสสตํ ผู้ถูกตัณหาครอบงำ ถูกศีลพรตผูกมัด ประพฤติตบะอันเศร้าหมองตั้งร้อยปี จิตของเขาก็หลุดพ้นด้วยดีไม่ได้ เขามีตนเลว จะถึงฝั่งไม่ได้. Reflecting upon Taṇahādhipananā vatatasīlabadadhālūkhṃ tapṃ vasasasatṃ caranatācitatañac nesṃ n samamā vimutatṃhīnatatarūpā n pāraṅagamā te: "ผู้ถูกตัณหาครอบงำ ถูกศีลพรตผูกมัด ประพฤติตบะอันเศร้าหมองตั้งร้อยปี จิตของเขาก็หลุดพ้นด้วยดีไม่ได้ เขามีตนเลว จะถึงฝั่งไม่ได้"
จรนฺตาจิตฺตญฺจ
Caranatācitatañac
จรนฺตาจิตฺตญฺจ ผู้ถูกตัณหาครอบงำ ถูกศีลพรตผูกมัด ประพฤติตบะอันเศร้าหมองตั้งร้อยปี จิตของเขาก็หลุดพ้นด้วยดีไม่ได้ เขามีตนเลว จะถึงฝั่งไม่ได้. Reflecting upon Taṇahādhipananā vatatasīlabadadhālūkhṃ tapṃ vasasasatṃ caranatācitatañac nesṃ n samamā vimutatṃhīnatatarūpā n pāraṅagamā te: "ผู้ถูกตัณหาครอบงำ ถูกศีลพรตผูกมัด ประพฤติตบะอันเศร้าหมองตั้งร้อยปี จิตของเขาก็หลุดพ้นด้วยดีไม่ได้ เขามีตนเลว จะถึงฝั่งไม่ได้"
เนสํ
Nesṃ
เนสํ ผู้ถูกตัณหาครอบงำ ถูกศีลพรตผูกมัด ประพฤติตบะอันเศร้าหมองตั้งร้อยปี จิตของเขาก็หลุดพ้นด้วยดีไม่ได้ เขามีตนเลว จะถึงฝั่งไม่ได้. Reflecting upon Taṇahādhipananā vatatasīlabadadhālūkhṃ tapṃ vasasasatṃ caranatācitatañac nesṃ n samamā vimutatṃhīnatatarūpā n pāraṅagamā te: "ผู้ถูกตัณหาครอบงำ ถูกศีลพรตผูกมัด ประพฤติตบะอันเศร้าหมองตั้งร้อยปี จิตของเขาก็หลุดพ้นด้วยดีไม่ได้ เขามีตนเลว จะถึงฝั่งไม่ได้"
น
N
น ผู้ถูกตัณหาครอบงำ ถูกศีลพรตผูกมัด ประพฤติตบะอันเศร้าหมองตั้งร้อยปี จิตของเขาก็หลุดพ้นด้วยดีไม่ได้ เขามีตนเลว จะถึงฝั่งไม่ได้. Reflecting upon Taṇahādhipananā vatatasīlabadadhālūkhṃ tapṃ vasasasatṃ caranatācitatañac nesṃ n samamā vimutatṃhīnatatarūpā n pāraṅagamā te: "ผู้ถูกตัณหาครอบงำ ถูกศีลพรตผูกมัด ประพฤติตบะอันเศร้าหมองตั้งร้อยปี จิตของเขาก็หลุดพ้นด้วยดีไม่ได้ เขามีตนเลว จะถึงฝั่งไม่ได้"
สมฺมา
Samamā
สมฺมา ผู้ถูกตัณหาครอบงำ ถูกศีลพรตผูกมัด ประพฤติตบะอันเศร้าหมองตั้งร้อยปี จิตของเขาก็หลุดพ้นด้วยดีไม่ได้ เขามีตนเลว จะถึงฝั่งไม่ได้. Reflecting upon Taṇahādhipananā vatatasīlabadadhālūkhṃ tapṃ vasasasatṃ caranatācitatañac nesṃ n samamā vimutatṃhīnatatarūpā n pāraṅagamā te: "ผู้ถูกตัณหาครอบงำ ถูกศีลพรตผูกมัด ประพฤติตบะอันเศร้าหมองตั้งร้อยปี จิตของเขาก็หลุดพ้นด้วยดีไม่ได้ เขามีตนเลว จะถึงฝั่งไม่ได้"
วิมุตฺตํหีนตฺตรูปา
Vimutatṃhīnatatarūpā
วิมุตฺตํหีนตฺตรูปา ผู้ถูกตัณหาครอบงำ ถูกศีลพรตผูกมัด ประพฤติตบะอันเศร้าหมองตั้งร้อยปี จิตของเขาก็หลุดพ้นด้วยดีไม่ได้ เขามีตนเลว จะถึงฝั่งไม่ได้. Reflecting upon Taṇahādhipananā vatatasīlabadadhālūkhṃ tapṃ vasasasatṃ caranatācitatañac nesṃ n samamā vimutatṃhīnatatarūpā n pāraṅagamā te: "ผู้ถูกตัณหาครอบงำ ถูกศีลพรตผูกมัด ประพฤติตบะอันเศร้าหมองตั้งร้อยปี จิตของเขาก็หลุดพ้นด้วยดีไม่ได้ เขามีตนเลว จะถึงฝั่งไม่ได้"
น
N
น ผู้ถูกตัณหาครอบงำ ถูกศีลพรตผูกมัด ประพฤติตบะอันเศร้าหมองตั้งร้อยปี จิตของเขาก็หลุดพ้นด้วยดีไม่ได้ เขามีตนเลว จะถึงฝั่งไม่ได้. Reflecting upon Taṇahādhipananā vatatasīlabadadhālūkhṃ tapṃ vasasasatṃ caranatācitatañac nesṃ n samamā vimutatṃhīnatatarūpā n pāraṅagamā te: "ผู้ถูกตัณหาครอบงำ ถูกศีลพรตผูกมัด ประพฤติตบะอันเศร้าหมองตั้งร้อยปี จิตของเขาก็หลุดพ้นด้วยดีไม่ได้ เขามีตนเลว จะถึงฝั่งไม่ได้"
ปารงฺคมา
Pāraṅagamā
ปารงฺคมา ผู้ถูกตัณหาครอบงำ ถูกศีลพรตผูกมัด ประพฤติตบะอันเศร้าหมองตั้งร้อยปี จิตของเขาก็หลุดพ้นด้วยดีไม่ได้ เขามีตนเลว จะถึงฝั่งไม่ได้. Reflecting upon Taṇahādhipananā vatatasīlabadadhālūkhṃ tapṃ vasasasatṃ caranatācitatañac nesṃ n samamā vimutatṃhīnatatarūpā n pāraṅagamā te: "ผู้ถูกตัณหาครอบงำ ถูกศีลพรตผูกมัด ประพฤติตบะอันเศร้าหมองตั้งร้อยปี จิตของเขาก็หลุดพ้นด้วยดีไม่ได้ เขามีตนเลว จะถึงฝั่งไม่ได้"
เต
Te
เต ผู้ถูกตัณหาครอบงำ ถูกศีลพรตผูกมัด ประพฤติตบะอันเศร้าหมองตั้งร้อยปี จิตของเขาก็หลุดพ้นด้วยดีไม่ได้ เขามีตนเลว จะถึงฝั่งไม่ได้. Reflecting upon Taṇahādhipananā vatatasīlabadadhālūkhṃ tapṃ vasasasatṃ caranatācitatañac nesṃ n samamā vimutatṃhīnatatarūpā n pāraṅagamā te: "ผู้ถูกตัณหาครอบงำ ถูกศีลพรตผูกมัด ประพฤติตบะอันเศร้าหมองตั้งร้อยปี จิตของเขาก็หลุดพ้นด้วยดีไม่ได้ เขามีตนเลว จะถึงฝั่งไม่ได้"
Advertisement / สนับสนุนโดย

คำอธิบายและบทวิเคราะห์ธรรมะ

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “ตณฺหาธิปนฺนา วตฺตสีลพทฺธาลูขํ ตปํ วสฺสสตํ จรนฺตาจิตฺตญฺจ เนสํ น สมฺมา วิมุตฺตํหีนตฺตรูปา น ปารงฺคมา เต” (แปลความว่า: ผู้ถูกตัณหาครอบงำ ถูกศีลพรตผูกมัด ประพฤติตบะอันเศร้าหมองตั้งร้อยปี จิตของเขาก็หลุดพ้นด้วยดีไม่ได้ เขามีตนเลว จะถึงฝั่งไม่ได้.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ

พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

ข้อคิดและการนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

  • �� น้อมนำข้อคิดจาก “ผู้ถูกตัณหาครอบงำ ถูกศีลพรตผูกมัด ประพฤติตบะอันเศร้าหมองตั้งร้อยปี จิตของเขาก็หลุดพ้นด้วยดีไม่ได้ เขามีตนเลว จะถึงฝั่งไม่ได้.” มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตประจำวัน
  • �� ฝึกสังเกตอารมณ์และความคิดของตนเองอย่างมีสติ เพื่อไม่ให้ตกเป็นทาสของกิเลส
  • �� พัฒนาจิตใจให้เข้มแข็ง มีความเมตตาและเกื้อกูลต่อเพื่อนมนุษย์และสิ่งแวดล้อมรอบตัว

มิติแห่งการเจริญสติ & วิปัสสนากรรมฐาน

ในเชิงวิปัสสนากรรมฐาน พุทธสุภาษิตบทนี้เป็นบาทฐานแห่งการเจริญสติปัฏฐาน เมื่อกำหนดรู้รูปนามที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริง จิตจะปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่น นำไปสู่ความสงบเย็นอันแท้จริง

Advertisement / สนับสนุนโดย
เรียนรู้ธรรมะร่วมสมัย

อ่านบทความวิชาการ การบูรณาการวิปัสสนา และการฟื้นฟูระบบนิเวศ เพื่อสร้างความตระหนักรู้สู่สังคม

เข้าสู่คลังบทความ
Advertisement / สนับสนุนโดย
คัดลอกพุทธสุภาษิตเรียบร้อยแล้ว