ปรากฏในพระไตรปิฎก พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)
| คำบาลี | คำอ่าน | ความหมายภาษาไทย | ความหมายภาษาอังกฤษ |
|---|---|---|---|
|
ยา
Yā
|
ยา | ทุคติในโลกนี้และโลกหน้า ล้วนมีอวิชชาเป็นราก มีอิจฉาและโลภะเป็นลำต้น. | Reflecting upon Yā kācimā dugagatiyo asamึ loke paramahi caavijajāmūlakā sababā icachālobhasamusasayā: "ทุคติในโลกนี้และโลกหน้า ล้วนมีอวิชชาเป็นราก มีอิจฉาและโลภะเป็นลำต้น" |
|
กาจิมา
Kācimā
|
กาจิมา | ทุคติในโลกนี้และโลกหน้า ล้วนมีอวิชชาเป็นราก มีอิจฉาและโลภะเป็นลำต้น. | Reflecting upon Yā kācimā dugagatiyo asamึ loke paramahi caavijajāmūlakā sababā icachālobhasamusasayā: "ทุคติในโลกนี้และโลกหน้า ล้วนมีอวิชชาเป็นราก มีอิจฉาและโลภะเป็นลำต้น" |
|
ทุคฺคติโย อสฺมึ
Dugagatiyo asamึ
|
ทุคฺคติโย อสฺมึ | ทุคติในโลกนี้และโลกหน้า ล้วนมีอวิชชาเป็นราก มีอิจฉาและโลภะเป็นลำต้น. | Reflecting upon Yā kācimā dugagatiyo asamึ loke paramahi caavijajāmūlakā sababā icachālobhasamusasayā: "ทุคติในโลกนี้และโลกหน้า ล้วนมีอวิชชาเป็นราก มีอิจฉาและโลภะเป็นลำต้น" |
|
โลเก
Loke
|
โลเก | ทุคติในโลกนี้และโลกหน้า ล้วนมีอวิชชาเป็นราก มีอิจฉาและโลภะเป็นลำต้น. | Reflecting upon Yā kācimā dugagatiyo asamึ loke paramahi caavijajāmūlakā sababā icachālobhasamusasayā: "ทุคติในโลกนี้และโลกหน้า ล้วนมีอวิชชาเป็นราก มีอิจฉาและโลภะเป็นลำต้น" |
|
ปรมฺหิ
Paramahi
|
ปรมฺหิ | ทุคติในโลกนี้และโลกหน้า ล้วนมีอวิชชาเป็นราก มีอิจฉาและโลภะเป็นลำต้น. | Reflecting upon Yā kācimā dugagatiyo asamึ loke paramahi caavijajāmūlakā sababā icachālobhasamusasayā: "ทุคติในโลกนี้และโลกหน้า ล้วนมีอวิชชาเป็นราก มีอิจฉาและโลภะเป็นลำต้น" |
|
จอวิชฺชามูลกา
Caavijajāmūlakā
|
จอวิชฺชามูลกา | ทุคติในโลกนี้และโลกหน้า ล้วนมีอวิชชาเป็นราก มีอิจฉาและโลภะเป็นลำต้น. | Reflecting upon Yā kācimā dugagatiyo asamึ loke paramahi caavijajāmūlakā sababā icachālobhasamusasayā: "ทุคติในโลกนี้และโลกหน้า ล้วนมีอวิชชาเป็นราก มีอิจฉาและโลภะเป็นลำต้น" |
|
สพฺพา อิจฺฉาโลภสมุสฺสยา
Sababā icachālobhasamusasayā
|
สพฺพา อิจฺฉาโลภสมุสฺสยา | ทุคติในโลกนี้และโลกหน้า ล้วนมีอวิชชาเป็นราก มีอิจฉาและโลภะเป็นลำต้น. | Reflecting upon Yā kācimā dugagatiyo asamึ loke paramahi caavijajāmūlakā sababā icachālobhasamusasayā: "ทุคติในโลกนี้และโลกหน้า ล้วนมีอวิชชาเป็นราก มีอิจฉาและโลภะเป็นลำต้น" |
ในเชิงวิปัสสนากรรมฐาน พุทธสุภาษิตบทนี้เป็นบาทฐานแห่งการเจริญสติปัฏฐาน เมื่อกำหนดรู้รูปนามที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริง จิตจะปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่น นำไปสู่ความสงบเย็นอันแท้จริง
อ่านบทความวิชาการ การบูรณาการวิปัสสนา และการฟื้นฟูระบบนิเวศ เพื่อสร้างความตระหนักรู้สู่สังคม
เข้าสู่คลังบทความ