ปรากฏในพระไตรปิฎก พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)
| คำบาลี | คำอ่าน | ความหมายภาษาไทย | ความหมายภาษาอังกฤษ |
|---|---|---|---|
|
เอวมาทีนวํ
Evamādīnavṃ
|
เอวมาทีนวํ | ภิกษุรู้โทษอย่างนี้ว่า ตัณหาเป็นแดนเกิดแห่งทุกข์แล้ว พึงเป็นผู้ปราศจากตัณหา ไม่ถือมั่น มีสติอยู่ทุกอิริยาบถเถิด. | Reflecting upon Evamādīnavṃ ñatavā taṇahā dukakhasas samabhavṃvītataṇaho anādāno sato bhikakhu paribabaje: "ภิกษุรู้โทษอย่างนี้ว่า ตัณหาเป็นแดนเกิดแห่งทุกข์แล้ว พึงเป็นผู้ปราศจากตัณหา ไม่ถือมั่น มีสติอยู่ทุกอิริยาบถเถิด" |
|
ญตฺวา ตณฺหา
ñatavā taṇahā
|
ญตฺวา ตณฺหา | ภิกษุรู้โทษอย่างนี้ว่า ตัณหาเป็นแดนเกิดแห่งทุกข์แล้ว พึงเป็นผู้ปราศจากตัณหา ไม่ถือมั่น มีสติอยู่ทุกอิริยาบถเถิด. | Reflecting upon Evamādīnavṃ ñatavā taṇahā dukakhasas samabhavṃvītataṇaho anādāno sato bhikakhu paribabaje: "ภิกษุรู้โทษอย่างนี้ว่า ตัณหาเป็นแดนเกิดแห่งทุกข์แล้ว พึงเป็นผู้ปราศจากตัณหา ไม่ถือมั่น มีสติอยู่ทุกอิริยาบถเถิด" |
|
ทุกฺขสฺส
Dukakhasas
|
ทุกฺขสฺส | ภิกษุรู้โทษอย่างนี้ว่า ตัณหาเป็นแดนเกิดแห่งทุกข์แล้ว พึงเป็นผู้ปราศจากตัณหา ไม่ถือมั่น มีสติอยู่ทุกอิริยาบถเถิด. | Reflecting upon Evamādīnavṃ ñatavā taṇahā dukakhasas samabhavṃvītataṇaho anādāno sato bhikakhu paribabaje: "ภิกษุรู้โทษอย่างนี้ว่า ตัณหาเป็นแดนเกิดแห่งทุกข์แล้ว พึงเป็นผู้ปราศจากตัณหา ไม่ถือมั่น มีสติอยู่ทุกอิริยาบถเถิด" |
|
สมฺภวํวีตตณฺโห
Samabhavṃvītataṇaho
|
สมฺภวํวีตตณฺโห | ภิกษุรู้โทษอย่างนี้ว่า ตัณหาเป็นแดนเกิดแห่งทุกข์แล้ว พึงเป็นผู้ปราศจากตัณหา ไม่ถือมั่น มีสติอยู่ทุกอิริยาบถเถิด. | Reflecting upon Evamādīnavṃ ñatavā taṇahā dukakhasas samabhavṃvītataṇaho anādāno sato bhikakhu paribabaje: "ภิกษุรู้โทษอย่างนี้ว่า ตัณหาเป็นแดนเกิดแห่งทุกข์แล้ว พึงเป็นผู้ปราศจากตัณหา ไม่ถือมั่น มีสติอยู่ทุกอิริยาบถเถิด" |
|
อนาทาโน สโต
Anādāno sato
|
อนาทาโน สโต | ภิกษุรู้โทษอย่างนี้ว่า ตัณหาเป็นแดนเกิดแห่งทุกข์แล้ว พึงเป็นผู้ปราศจากตัณหา ไม่ถือมั่น มีสติอยู่ทุกอิริยาบถเถิด. | Reflecting upon Evamādīnavṃ ñatavā taṇahā dukakhasas samabhavṃvītataṇaho anādāno sato bhikakhu paribabaje: "ภิกษุรู้โทษอย่างนี้ว่า ตัณหาเป็นแดนเกิดแห่งทุกข์แล้ว พึงเป็นผู้ปราศจากตัณหา ไม่ถือมั่น มีสติอยู่ทุกอิริยาบถเถิด" |
|
ภิกฺขุ
Bhikakhu
|
ภิกฺขุ | ภิกษุรู้โทษอย่างนี้ว่า ตัณหาเป็นแดนเกิดแห่งทุกข์แล้ว พึงเป็นผู้ปราศจากตัณหา ไม่ถือมั่น มีสติอยู่ทุกอิริยาบถเถิด. | Reflecting upon Evamādīnavṃ ñatavā taṇahā dukakhasas samabhavṃvītataṇaho anādāno sato bhikakhu paribabaje: "ภิกษุรู้โทษอย่างนี้ว่า ตัณหาเป็นแดนเกิดแห่งทุกข์แล้ว พึงเป็นผู้ปราศจากตัณหา ไม่ถือมั่น มีสติอยู่ทุกอิริยาบถเถิด" |
|
ปริพฺพเช
Paribabaje
|
ปริพฺพเช | ภิกษุรู้โทษอย่างนี้ว่า ตัณหาเป็นแดนเกิดแห่งทุกข์แล้ว พึงเป็นผู้ปราศจากตัณหา ไม่ถือมั่น มีสติอยู่ทุกอิริยาบถเถิด. | Reflecting upon Evamādīnavṃ ñatavā taṇahā dukakhasas samabhavṃvītataṇaho anādāno sato bhikakhu paribabaje: "ภิกษุรู้โทษอย่างนี้ว่า ตัณหาเป็นแดนเกิดแห่งทุกข์แล้ว พึงเป็นผู้ปราศจากตัณหา ไม่ถือมั่น มีสติอยู่ทุกอิริยาบถเถิด" |
ในเชิงวิปัสสนากรรมฐาน พุทธสุภาษิตบทนี้เป็นบาทฐานแห่งการเจริญสติปัฏฐาน เมื่อกำหนดรู้รูปนามที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริง จิตจะปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่น นำไปสู่ความสงบเย็นอันแท้จริง
อ่านบทความวิชาการ การบูรณาการวิปัสสนา และการฟื้นฟูระบบนิเวศ เพื่อสร้างความตระหนักรู้สู่สังคม
เข้าสู่คลังบทความ