Logo
Bright from Within
Vipassana, Ecology & Inner Wisdom
กัมมวรรค (หมวดกรรม)

อปฺปมาณํ หิตํ จิตฺตํ     ปริปุณฺณํ สุภาวิตํยํ ปมาณํ กตํ กมฺมํ       น ตํ ตตฺราวสิสฺสติ

Roman script: Apapamāṇṃ hitṃ citatṃ     paripuṇaṇṃ subhāvitṃyṃ pamāṇṃ katṃ kamamṃ       n tṃ tatarāvasisasati
คำอ่าน: อปฺปมาณํ หิตํ จิตฺตํ     ปริปุณฺณํ สุภาวิตํยํ ปมาณํ กตํ กมฺมํ       น ตํ ตตฺราวสิสฺสติ
“จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น.”
EN: “Reflecting upon Apapamāṇṃ hitṃ citatṃ     paripuṇaṇṃ subhāvitṃyṃ pamāṇṃ katṃ kamamṃ       n tṃ tatarāvasisasati: "จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น"”
แชร์ Facebook แชร์ Line
เข้าชม 316 ครั้ง
Advertisement / สนับสนุนโดย

ที่มาในพระไตรปิฎก & พุทธประวัติ

พระไตรปิฎกอ้างอิง:
พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

ปรากฏในพระไตรปิฎก พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

จำแนกคำศัพท์ภาษาบาลีทีละคำ

คำบาลี คำอ่าน ความหมายภาษาไทย ความหมายภาษาอังกฤษ
อปฺปมาณํ
Apapamāṇṃ
อปฺปมาณํ จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น. Reflecting upon Apapamāṇṃ hitṃ citatṃ     paripuṇaṇṃ subhāvitṃyṃ pamāṇṃ katṃ kamamṃ       n tṃ tatarāvasisasati: "จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น"
หิตํ
Hitṃ
หิตํ จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น. Reflecting upon Apapamāṇṃ hitṃ citatṃ     paripuṇaṇṃ subhāvitṃyṃ pamāṇṃ katṃ kamamṃ       n tṃ tatarāvasisasati: "จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น"
จิตฺตํ     ปริปุณฺณํ
Citatṃ     paripuṇaṇṃ
จิตฺตํ     ปริปุณฺณํ จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น. Reflecting upon Apapamāṇṃ hitṃ citatṃ     paripuṇaṇṃ subhāvitṃyṃ pamāṇṃ katṃ kamamṃ       n tṃ tatarāvasisasati: "จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น"
สุภาวิตํยํ
Subhāvitṃyṃ
สุภาวิตํยํ จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น. Reflecting upon Apapamāṇṃ hitṃ citatṃ     paripuṇaṇṃ subhāvitṃyṃ pamāṇṃ katṃ kamamṃ       n tṃ tatarāvasisasati: "จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น"
ปมาณํ
Pamāṇṃ
ปมาณํ จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น. Reflecting upon Apapamāṇṃ hitṃ citatṃ     paripuṇaṇṃ subhāvitṃyṃ pamāṇṃ katṃ kamamṃ       n tṃ tatarāvasisasati: "จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น"
กตํ
Katṃ
กตํ จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น. Reflecting upon Apapamāṇṃ hitṃ citatṃ     paripuṇaṇṃ subhāvitṃyṃ pamāṇṃ katṃ kamamṃ       n tṃ tatarāvasisasati: "จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น"
กมฺมํ       น
Kamamṃ       n
กมฺมํ       น จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น. Reflecting upon Apapamāṇṃ hitṃ citatṃ     paripuṇaṇṃ subhāvitṃyṃ pamāṇṃ katṃ kamamṃ       n tṃ tatarāvasisasati: "จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น"
ตํ
Tṃ
ตํ จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น. Reflecting upon Apapamāṇṃ hitṃ citatṃ     paripuṇaṇṃ subhāvitṃyṃ pamāṇṃ katṃ kamamṃ       n tṃ tatarāvasisasati: "จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น"
ตตฺราวสิสฺสติ
Tatarāvasisasati
ตตฺราวสิสฺสติ จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น. Reflecting upon Apapamāṇṃ hitṃ citatṃ     paripuṇaṇṃ subhāvitṃyṃ pamāṇṃ katṃ kamamṃ       n tṃ tatarāvasisasati: "จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น"
Advertisement / สนับสนุนโดย

คำอธิบายและบทวิเคราะห์ธรรมะ

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อปฺปมาณํ หิตํ จิตฺตํ     ปริปุณฺณํ สุภาวิตํยํ ปมาณํ กตํ กมฺมํ       น ตํ ตตฺราวสิสฺสติ” (แปลความว่า: จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ

พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

ข้อคิดและการนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

  • �� น้อมนำข้อคิดจาก “จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น.” มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตประจำวัน
  • �� ฝึกสังเกตอารมณ์และความคิดของตนเองอย่างมีสติ เพื่อไม่ให้ตกเป็นทาสของกิเลส
  • �� พัฒนาจิตใจให้เข้มแข็ง มีความเมตตาและเกื้อกูลต่อเพื่อนมนุษย์และสิ่งแวดล้อมรอบตัว

มิติแห่งการเจริญสติ & วิปัสสนากรรมฐาน

ในเชิงวิปัสสนากรรมฐาน พุทธสุภาษิตบทนี้เป็นบาทฐานแห่งการเจริญสติปัฏฐาน เมื่อกำหนดรู้รูปนามที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริง จิตจะปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่น นำไปสู่ความสงบเย็นอันแท้จริง

Advertisement / สนับสนุนโดย
เรียนรู้ธรรมะร่วมสมัย

อ่านบทความวิชาการ การบูรณาการวิปัสสนา และการฟื้นฟูระบบนิเวศ เพื่อสร้างความตระหนักรู้สู่สังคม

เข้าสู่คลังบทความ
Advertisement / สนับสนุนโดย
คัดลอกพุทธสุภาษิตเรียบร้อยแล้ว