ปรากฏในพระไตรปิฎก พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)
| คำบาลี | คำอ่าน | ความหมายภาษาไทย | ความหมายภาษาอังกฤษ |
|---|---|---|---|
|
อปฺปมาณํ
Apapamāṇṃ
|
อปฺปมาณํ | จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น. | Reflecting upon Apapamāṇṃ hitṃ citatṃ paripuṇaṇṃ subhāvitṃyṃ pamāṇṃ katṃ kamamṃ n tṃ tatarāvasisasati: "จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น" |
|
หิตํ
Hitṃ
|
หิตํ | จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น. | Reflecting upon Apapamāṇṃ hitṃ citatṃ paripuṇaṇṃ subhāvitṃyṃ pamāṇṃ katṃ kamamṃ n tṃ tatarāvasisasati: "จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น" |
|
จิตฺตํ ปริปุณฺณํ
Citatṃ paripuṇaṇṃ
|
จิตฺตํ ปริปุณฺณํ | จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น. | Reflecting upon Apapamāṇṃ hitṃ citatṃ paripuṇaṇṃ subhāvitṃyṃ pamāṇṃ katṃ kamamṃ n tṃ tatarāvasisasati: "จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น" |
|
สุภาวิตํยํ
Subhāvitṃyṃ
|
สุภาวิตํยํ | จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น. | Reflecting upon Apapamāṇṃ hitṃ citatṃ paripuṇaṇṃ subhāvitṃyṃ pamāṇṃ katṃ kamamṃ n tṃ tatarāvasisasati: "จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น" |
|
ปมาณํ
Pamāṇṃ
|
ปมาณํ | จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น. | Reflecting upon Apapamāṇṃ hitṃ citatṃ paripuṇaṇṃ subhāvitṃyṃ pamāṇṃ katṃ kamamṃ n tṃ tatarāvasisasati: "จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น" |
|
กตํ
Katṃ
|
กตํ | จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น. | Reflecting upon Apapamāṇṃ hitṃ citatṃ paripuṇaṇṃ subhāvitṃyṃ pamāṇṃ katṃ kamamṃ n tṃ tatarāvasisasati: "จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น" |
|
กมฺมํ น
Kamamṃ n
|
กมฺมํ น | จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น. | Reflecting upon Apapamāṇṃ hitṃ citatṃ paripuṇaṇṃ subhāvitṃyṃ pamāṇṃ katṃ kamamṃ n tṃ tatarāvasisasati: "จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น" |
|
ตํ
Tṃ
|
ตํ | จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น. | Reflecting upon Apapamāṇṃ hitṃ citatṃ paripuṇaṇṃ subhāvitṃyṃ pamāṇṃ katṃ kamamṃ n tṃ tatarāvasisasati: "จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น" |
|
ตตฺราวสิสฺสติ
Tatarāvasisasati
|
ตตฺราวสิสฺสติ | จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น. | Reflecting upon Apapamāṇṃ hitṃ citatṃ paripuṇaṇṃ subhāvitṃyṃ pamāṇṃ katṃ kamamṃ n tṃ tatarāvasisasati: "จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น" |
ในเชิงวิปัสสนากรรมฐาน พุทธสุภาษิตบทนี้เป็นบาทฐานแห่งการเจริญสติปัฏฐาน เมื่อกำหนดรู้รูปนามที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริง จิตจะปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่น นำไปสู่ความสงบเย็นอันแท้จริง
อ่านบทความวิชาการ การบูรณาการวิปัสสนา และการฟื้นฟูระบบนิเวศ เพื่อสร้างความตระหนักรู้สู่สังคม
เข้าสู่คลังบทความ