Logo
Bright from Within
Vipassana, Ecology & Inner Wisdom
กัมมวรรค (หมวดกรรม)

โกธํ ชเห วิปฺปชเหยฺย มานํสญฺโญชนํ สพฺพมติกฺกเมยฺยตนฺนามรูปสฺมึ อสชฺชมานํอกิญฺจนํ นานุปตนฺติ ทุกฺขา

Roman script: Kodhṃ jahe vipapajaheyay mānṃsañañojanṃ sababamatikakameyayatananāmarūpasamึ asajajamānṃakiñacanṃ nānupatanati dukakhā
คำอ่าน: โกธํ ชเห วิปฺปชเหยฺย มานํสญฺโญชนํ สพฺพมติกฺกเมยฺยตนฺนามรูปสฺมึ อสชฺชมานํอกิญฺจนํ นานุปตนฺติ ทุกฺขา
“บุคคลพึงละความโกรธ พึงเลิกถือตัว พึงก้าวล่วงสังโยชน์ทั้งปวง (เพราะ) ทุกข์ทั้งหลาย ย่อมไม่ติดตามผู้ไม่ข้องอยู่ในนามรูป ไม่มีความกังวลนั้น.”
EN: “Reflecting upon Kodhṃ jahe vipapajaheyay mānṃsañañojanṃ sababamatikakameyayatananāmarūpasamึ asajajamānṃakiñacanṃ nānupatanati dukakhā: "บุคคลพึงละความโกรธ พึงเลิกถือตัว พึงก้าวล่วงสังโยชน์ทั้งปวง (เพราะ) ทุกข์ทั้งหลาย ย่อมไม่ติดตามผู้ไม่ข้องอยู่ในนามรูป ไม่มีความกังวลนั้น"”
แชร์ Facebook แชร์ Line
เข้าชม 284 ครั้ง
Advertisement / สนับสนุนโดย

ที่มาในพระไตรปิฎก & พุทธประวัติ

พระไตรปิฎกอ้างอิง:
พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

ปรากฏในพระไตรปิฎก พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

จำแนกคำศัพท์ภาษาบาลีทีละคำ

คำบาลี คำอ่าน ความหมายภาษาไทย ความหมายภาษาอังกฤษ
โกธํ
Kodhṃ
โกธํ บุคคลพึงละความโกรธ พึงเลิกถือตัว พึงก้าวล่วงสังโยชน์ทั้งปวง (เพราะ) ทุกข์ทั้งหลาย ย่อมไม่ติดตามผู้ไม่ข้องอยู่ในนามรูป ไม่มีความกังวลนั้น. Reflecting upon Kodhṃ jahe vipapajaheyay mānṃsañañojanṃ sababamatikakameyayatananāmarūpasamึ asajajamānṃakiñacanṃ nānupatanati dukakhā: "บุคคลพึงละความโกรธ พึงเลิกถือตัว พึงก้าวล่วงสังโยชน์ทั้งปวง (เพราะ) ทุกข์ทั้งหลาย ย่อมไม่ติดตามผู้ไม่ข้องอยู่ในนามรูป ไม่มีความกังวลนั้น"
ชเห
Jahe
ชเห บุคคลพึงละความโกรธ พึงเลิกถือตัว พึงก้าวล่วงสังโยชน์ทั้งปวง (เพราะ) ทุกข์ทั้งหลาย ย่อมไม่ติดตามผู้ไม่ข้องอยู่ในนามรูป ไม่มีความกังวลนั้น. Reflecting upon Kodhṃ jahe vipapajaheyay mānṃsañañojanṃ sababamatikakameyayatananāmarūpasamึ asajajamānṃakiñacanṃ nānupatanati dukakhā: "บุคคลพึงละความโกรธ พึงเลิกถือตัว พึงก้าวล่วงสังโยชน์ทั้งปวง (เพราะ) ทุกข์ทั้งหลาย ย่อมไม่ติดตามผู้ไม่ข้องอยู่ในนามรูป ไม่มีความกังวลนั้น"
วิปฺปชเหยฺย
Vipapajaheyay
วิปฺปชเหยฺย บุคคลพึงละความโกรธ พึงเลิกถือตัว พึงก้าวล่วงสังโยชน์ทั้งปวง (เพราะ) ทุกข์ทั้งหลาย ย่อมไม่ติดตามผู้ไม่ข้องอยู่ในนามรูป ไม่มีความกังวลนั้น. Reflecting upon Kodhṃ jahe vipapajaheyay mānṃsañañojanṃ sababamatikakameyayatananāmarūpasamึ asajajamānṃakiñacanṃ nānupatanati dukakhā: "บุคคลพึงละความโกรธ พึงเลิกถือตัว พึงก้าวล่วงสังโยชน์ทั้งปวง (เพราะ) ทุกข์ทั้งหลาย ย่อมไม่ติดตามผู้ไม่ข้องอยู่ในนามรูป ไม่มีความกังวลนั้น"
มานํสญฺโญชนํ
Mānṃsañañojanṃ
มานํสญฺโญชนํ บุคคลพึงละความโกรธ พึงเลิกถือตัว พึงก้าวล่วงสังโยชน์ทั้งปวง (เพราะ) ทุกข์ทั้งหลาย ย่อมไม่ติดตามผู้ไม่ข้องอยู่ในนามรูป ไม่มีความกังวลนั้น. Reflecting upon Kodhṃ jahe vipapajaheyay mānṃsañañojanṃ sababamatikakameyayatananāmarūpasamึ asajajamānṃakiñacanṃ nānupatanati dukakhā: "บุคคลพึงละความโกรธ พึงเลิกถือตัว พึงก้าวล่วงสังโยชน์ทั้งปวง (เพราะ) ทุกข์ทั้งหลาย ย่อมไม่ติดตามผู้ไม่ข้องอยู่ในนามรูป ไม่มีความกังวลนั้น"
สพฺพมติกฺกเมยฺยตนฺนามรูปสฺมึ
Sababamatikakameyayatananāmarūpasamึ
สพฺพมติกฺกเมยฺยตนฺนามรูปสฺมึ บุคคลพึงละความโกรธ พึงเลิกถือตัว พึงก้าวล่วงสังโยชน์ทั้งปวง (เพราะ) ทุกข์ทั้งหลาย ย่อมไม่ติดตามผู้ไม่ข้องอยู่ในนามรูป ไม่มีความกังวลนั้น. Reflecting upon Kodhṃ jahe vipapajaheyay mānṃsañañojanṃ sababamatikakameyayatananāmarūpasamึ asajajamānṃakiñacanṃ nānupatanati dukakhā: "บุคคลพึงละความโกรธ พึงเลิกถือตัว พึงก้าวล่วงสังโยชน์ทั้งปวง (เพราะ) ทุกข์ทั้งหลาย ย่อมไม่ติดตามผู้ไม่ข้องอยู่ในนามรูป ไม่มีความกังวลนั้น"
อสชฺชมานํอกิญฺจนํ
Asajajamānṃakiñacanṃ
อสชฺชมานํอกิญฺจนํ บุคคลพึงละความโกรธ พึงเลิกถือตัว พึงก้าวล่วงสังโยชน์ทั้งปวง (เพราะ) ทุกข์ทั้งหลาย ย่อมไม่ติดตามผู้ไม่ข้องอยู่ในนามรูป ไม่มีความกังวลนั้น. Reflecting upon Kodhṃ jahe vipapajaheyay mānṃsañañojanṃ sababamatikakameyayatananāmarūpasamึ asajajamānṃakiñacanṃ nānupatanati dukakhā: "บุคคลพึงละความโกรธ พึงเลิกถือตัว พึงก้าวล่วงสังโยชน์ทั้งปวง (เพราะ) ทุกข์ทั้งหลาย ย่อมไม่ติดตามผู้ไม่ข้องอยู่ในนามรูป ไม่มีความกังวลนั้น"
นานุปตนฺติ
Nānupatanati
นานุปตนฺติ บุคคลพึงละความโกรธ พึงเลิกถือตัว พึงก้าวล่วงสังโยชน์ทั้งปวง (เพราะ) ทุกข์ทั้งหลาย ย่อมไม่ติดตามผู้ไม่ข้องอยู่ในนามรูป ไม่มีความกังวลนั้น. Reflecting upon Kodhṃ jahe vipapajaheyay mānṃsañañojanṃ sababamatikakameyayatananāmarūpasamึ asajajamānṃakiñacanṃ nānupatanati dukakhā: "บุคคลพึงละความโกรธ พึงเลิกถือตัว พึงก้าวล่วงสังโยชน์ทั้งปวง (เพราะ) ทุกข์ทั้งหลาย ย่อมไม่ติดตามผู้ไม่ข้องอยู่ในนามรูป ไม่มีความกังวลนั้น"
ทุกฺขา
Dukakhā
ทุกฺขา บุคคลพึงละความโกรธ พึงเลิกถือตัว พึงก้าวล่วงสังโยชน์ทั้งปวง (เพราะ) ทุกข์ทั้งหลาย ย่อมไม่ติดตามผู้ไม่ข้องอยู่ในนามรูป ไม่มีความกังวลนั้น. Reflecting upon Kodhṃ jahe vipapajaheyay mānṃsañañojanṃ sababamatikakameyayatananāmarūpasamึ asajajamānṃakiñacanṃ nānupatanati dukakhā: "บุคคลพึงละความโกรธ พึงเลิกถือตัว พึงก้าวล่วงสังโยชน์ทั้งปวง (เพราะ) ทุกข์ทั้งหลาย ย่อมไม่ติดตามผู้ไม่ข้องอยู่ในนามรูป ไม่มีความกังวลนั้น"
Advertisement / สนับสนุนโดย

คำอธิบายและบทวิเคราะห์ธรรมะ

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “โกธํ ชเห วิปฺปชเหยฺย มานํสญฺโญชนํ สพฺพมติกฺกเมยฺยตนฺนามรูปสฺมึ อสชฺชมานํอกิญฺจนํ นานุปตนฺติ ทุกฺขา” (แปลความว่า: บุคคลพึงละความโกรธ พึงเลิกถือตัว พึงก้าวล่วงสังโยชน์ทั้งปวง (เพราะ) ทุกข์ทั้งหลาย ย่อมไม่ติดตามผู้ไม่ข้องอยู่ในนามรูป ไม่มีความกังวลนั้น.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ

พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

ข้อคิดและการนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

  • �� น้อมนำข้อคิดจาก “บุคคลพึงละความโกรธ พึงเลิกถือตัว พึงก้าวล่วงสังโยชน์ทั้งปวง (เพราะ) ทุกข์ทั้งหลาย ย่อมไม่ติดตามผู้ไม่ข้องอยู่ในนามรูป ไม่มีความกังวลนั้น.” มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตประจำวัน
  • �� ฝึกสังเกตอารมณ์และความคิดของตนเองอย่างมีสติ เพื่อไม่ให้ตกเป็นทาสของกิเลส
  • �� พัฒนาจิตใจให้เข้มแข็ง มีความเมตตาและเกื้อกูลต่อเพื่อนมนุษย์และสิ่งแวดล้อมรอบตัว

มิติแห่งการเจริญสติ & วิปัสสนากรรมฐาน

ในเชิงวิปัสสนากรรมฐาน พุทธสุภาษิตบทนี้เป็นบาทฐานแห่งการเจริญสติปัฏฐาน เมื่อกำหนดรู้รูปนามที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริง จิตจะปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่น นำไปสู่ความสงบเย็นอันแท้จริง

Advertisement / สนับสนุนโดย
เรียนรู้ธรรมะร่วมสมัย

อ่านบทความวิชาการ การบูรณาการวิปัสสนา และการฟื้นฟูระบบนิเวศ เพื่อสร้างความตระหนักรู้สู่สังคม

เข้าสู่คลังบทความ
Advertisement / สนับสนุนโดย
คัดลอกพุทธสุภาษิตเรียบร้อยแล้ว