Logo
Bright from Within
Vipassana, Ecology & Inner Wisdom
อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท)

กุมฺภูปมํ กายมิมํ วิทิตฺวานครูปมํ จิตฺตมิทํ ถเกตฺวาโยเธถ มารํ ปญฺญาวุเธนชิตญฺจ รกฺเข อนิเวสโน สิยา

Roman script: Kumabhūpamṃ kāyamimṃ viditavānagarūpamṃ citatamidṃ thaketavāyodheth mārṃ pañañāvudhenajitañac rakakhe anivesano siyā
คำอ่าน: กุมฺภูปมํ กายมิมํ วิทิตฺวานครูปมํ จิตฺตมิทํ ถเกตฺวาโยเธถ มารํ ปญฺญาวุเธนชิตญฺจ รกฺเข อนิเวสโน สิยา
“บุคคลรู้กายนี้ที่เปรียบด้วยหม้อ กั้นจิตที่เปรียบด้วยเมืองนี้แล้ว พึงรบมารด้วยอาวุธคือปัญญา และพึงรักษาแนวที่ชนะไว้ ไม่พึงยับยั้งอยู่.”
EN: “Reflecting upon Kumabhūpamṃ kāyamimṃ viditavānagarūpamṃ citatamidṃ thaketavāyodheth mārṃ pañañāvudhenajitañac rakakhe anivesano siyā: "บุคคลรู้กายนี้ที่เปรียบด้วยหม้อ กั้นจิตที่เปรียบด้วยเมืองนี้แล้ว พึงรบมารด้วยอาวุธคือปัญญา และพึงรักษาแนวที่ชนะไว้ ไม่พึงยับยั้งอยู่"”
แชร์ Facebook แชร์ Line
เข้าชม 285 ครั้ง
Advertisement / สนับสนุนโดย

ที่มาในพระไตรปิฎก & พุทธประวัติ

พระไตรปิฎกอ้างอิง:
พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

ปรากฏในพระไตรปิฎก พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

จำแนกคำศัพท์ภาษาบาลีทีละคำ

คำบาลี คำอ่าน ความหมายภาษาไทย ความหมายภาษาอังกฤษ
กุมฺภูปมํ
Kumabhūpamṃ
กุมฺภูปมํ บุคคลรู้กายนี้ที่เปรียบด้วยหม้อ กั้นจิตที่เปรียบด้วยเมืองนี้แล้ว พึงรบมารด้วยอาวุธคือปัญญา และพึงรักษาแนวที่ชนะไว้ ไม่พึงยับยั้งอยู่. Reflecting upon Kumabhūpamṃ kāyamimṃ viditavānagarūpamṃ citatamidṃ thaketavāyodheth mārṃ pañañāvudhenajitañac rakakhe anivesano siyā: "บุคคลรู้กายนี้ที่เปรียบด้วยหม้อ กั้นจิตที่เปรียบด้วยเมืองนี้แล้ว พึงรบมารด้วยอาวุธคือปัญญา และพึงรักษาแนวที่ชนะไว้ ไม่พึงยับยั้งอยู่"
กายมิมํ
Kāyamimṃ
กายมิมํ บุคคลรู้กายนี้ที่เปรียบด้วยหม้อ กั้นจิตที่เปรียบด้วยเมืองนี้แล้ว พึงรบมารด้วยอาวุธคือปัญญา และพึงรักษาแนวที่ชนะไว้ ไม่พึงยับยั้งอยู่. Reflecting upon Kumabhūpamṃ kāyamimṃ viditavānagarūpamṃ citatamidṃ thaketavāyodheth mārṃ pañañāvudhenajitañac rakakhe anivesano siyā: "บุคคลรู้กายนี้ที่เปรียบด้วยหม้อ กั้นจิตที่เปรียบด้วยเมืองนี้แล้ว พึงรบมารด้วยอาวุธคือปัญญา และพึงรักษาแนวที่ชนะไว้ ไม่พึงยับยั้งอยู่"
วิทิตฺวานครูปมํ
Viditavānagarūpamṃ
วิทิตฺวานครูปมํ บุคคลรู้กายนี้ที่เปรียบด้วยหม้อ กั้นจิตที่เปรียบด้วยเมืองนี้แล้ว พึงรบมารด้วยอาวุธคือปัญญา และพึงรักษาแนวที่ชนะไว้ ไม่พึงยับยั้งอยู่. Reflecting upon Kumabhūpamṃ kāyamimṃ viditavānagarūpamṃ citatamidṃ thaketavāyodheth mārṃ pañañāvudhenajitañac rakakhe anivesano siyā: "บุคคลรู้กายนี้ที่เปรียบด้วยหม้อ กั้นจิตที่เปรียบด้วยเมืองนี้แล้ว พึงรบมารด้วยอาวุธคือปัญญา และพึงรักษาแนวที่ชนะไว้ ไม่พึงยับยั้งอยู่"
จิตฺตมิทํ
Citatamidṃ
จิตฺตมิทํ บุคคลรู้กายนี้ที่เปรียบด้วยหม้อ กั้นจิตที่เปรียบด้วยเมืองนี้แล้ว พึงรบมารด้วยอาวุธคือปัญญา และพึงรักษาแนวที่ชนะไว้ ไม่พึงยับยั้งอยู่. Reflecting upon Kumabhūpamṃ kāyamimṃ viditavānagarūpamṃ citatamidṃ thaketavāyodheth mārṃ pañañāvudhenajitañac rakakhe anivesano siyā: "บุคคลรู้กายนี้ที่เปรียบด้วยหม้อ กั้นจิตที่เปรียบด้วยเมืองนี้แล้ว พึงรบมารด้วยอาวุธคือปัญญา และพึงรักษาแนวที่ชนะไว้ ไม่พึงยับยั้งอยู่"
ถเกตฺวาโยเธถ
Thaketavāyodheth
ถเกตฺวาโยเธถ บุคคลรู้กายนี้ที่เปรียบด้วยหม้อ กั้นจิตที่เปรียบด้วยเมืองนี้แล้ว พึงรบมารด้วยอาวุธคือปัญญา และพึงรักษาแนวที่ชนะไว้ ไม่พึงยับยั้งอยู่. Reflecting upon Kumabhūpamṃ kāyamimṃ viditavānagarūpamṃ citatamidṃ thaketavāyodheth mārṃ pañañāvudhenajitañac rakakhe anivesano siyā: "บุคคลรู้กายนี้ที่เปรียบด้วยหม้อ กั้นจิตที่เปรียบด้วยเมืองนี้แล้ว พึงรบมารด้วยอาวุธคือปัญญา และพึงรักษาแนวที่ชนะไว้ ไม่พึงยับยั้งอยู่"
มารํ
Mārṃ
มารํ บุคคลรู้กายนี้ที่เปรียบด้วยหม้อ กั้นจิตที่เปรียบด้วยเมืองนี้แล้ว พึงรบมารด้วยอาวุธคือปัญญา และพึงรักษาแนวที่ชนะไว้ ไม่พึงยับยั้งอยู่. Reflecting upon Kumabhūpamṃ kāyamimṃ viditavānagarūpamṃ citatamidṃ thaketavāyodheth mārṃ pañañāvudhenajitañac rakakhe anivesano siyā: "บุคคลรู้กายนี้ที่เปรียบด้วยหม้อ กั้นจิตที่เปรียบด้วยเมืองนี้แล้ว พึงรบมารด้วยอาวุธคือปัญญา และพึงรักษาแนวที่ชนะไว้ ไม่พึงยับยั้งอยู่"
ปญฺญาวุเธนชิตญฺจ
Pañañāvudhenajitañac
ปญฺญาวุเธนชิตญฺจ บุคคลรู้กายนี้ที่เปรียบด้วยหม้อ กั้นจิตที่เปรียบด้วยเมืองนี้แล้ว พึงรบมารด้วยอาวุธคือปัญญา และพึงรักษาแนวที่ชนะไว้ ไม่พึงยับยั้งอยู่. Reflecting upon Kumabhūpamṃ kāyamimṃ viditavānagarūpamṃ citatamidṃ thaketavāyodheth mārṃ pañañāvudhenajitañac rakakhe anivesano siyā: "บุคคลรู้กายนี้ที่เปรียบด้วยหม้อ กั้นจิตที่เปรียบด้วยเมืองนี้แล้ว พึงรบมารด้วยอาวุธคือปัญญา และพึงรักษาแนวที่ชนะไว้ ไม่พึงยับยั้งอยู่"
รกฺเข
Rakakhe
รกฺเข บุคคลรู้กายนี้ที่เปรียบด้วยหม้อ กั้นจิตที่เปรียบด้วยเมืองนี้แล้ว พึงรบมารด้วยอาวุธคือปัญญา และพึงรักษาแนวที่ชนะไว้ ไม่พึงยับยั้งอยู่. Reflecting upon Kumabhūpamṃ kāyamimṃ viditavānagarūpamṃ citatamidṃ thaketavāyodheth mārṃ pañañāvudhenajitañac rakakhe anivesano siyā: "บุคคลรู้กายนี้ที่เปรียบด้วยหม้อ กั้นจิตที่เปรียบด้วยเมืองนี้แล้ว พึงรบมารด้วยอาวุธคือปัญญา และพึงรักษาแนวที่ชนะไว้ ไม่พึงยับยั้งอยู่"
อนิเวสโน
Anivesano
อนิเวสโน บุคคลรู้กายนี้ที่เปรียบด้วยหม้อ กั้นจิตที่เปรียบด้วยเมืองนี้แล้ว พึงรบมารด้วยอาวุธคือปัญญา และพึงรักษาแนวที่ชนะไว้ ไม่พึงยับยั้งอยู่. Reflecting upon Kumabhūpamṃ kāyamimṃ viditavānagarūpamṃ citatamidṃ thaketavāyodheth mārṃ pañañāvudhenajitañac rakakhe anivesano siyā: "บุคคลรู้กายนี้ที่เปรียบด้วยหม้อ กั้นจิตที่เปรียบด้วยเมืองนี้แล้ว พึงรบมารด้วยอาวุธคือปัญญา และพึงรักษาแนวที่ชนะไว้ ไม่พึงยับยั้งอยู่"
สิยา
Siyā
สิยา บุคคลรู้กายนี้ที่เปรียบด้วยหม้อ กั้นจิตที่เปรียบด้วยเมืองนี้แล้ว พึงรบมารด้วยอาวุธคือปัญญา และพึงรักษาแนวที่ชนะไว้ ไม่พึงยับยั้งอยู่. Reflecting upon Kumabhūpamṃ kāyamimṃ viditavānagarūpamṃ citatamidṃ thaketavāyodheth mārṃ pañañāvudhenajitañac rakakhe anivesano siyā: "บุคคลรู้กายนี้ที่เปรียบด้วยหม้อ กั้นจิตที่เปรียบด้วยเมืองนี้แล้ว พึงรบมารด้วยอาวุธคือปัญญา และพึงรักษาแนวที่ชนะไว้ ไม่พึงยับยั้งอยู่"
Advertisement / สนับสนุนโดย

คำอธิบายและบทวิเคราะห์ธรรมะ

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “กุมฺภูปมํ กายมิมํ วิทิตฺวานครูปมํ จิตฺตมิทํ ถเกตฺวาโยเธถ มารํ ปญฺญาวุเธนชิตญฺจ รกฺเข อนิเวสโน สิยา” (แปลความว่า: บุคคลรู้กายนี้ที่เปรียบด้วยหม้อ กั้นจิตที่เปรียบด้วยเมืองนี้แล้ว พึงรบมารด้วยอาวุธคือปัญญา และพึงรักษาแนวที่ชนะไว้ ไม่พึงยับยั้งอยู่.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ

พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

ข้อคิดและการนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

  • �� น้อมนำข้อคิดจาก “บุคคลรู้กายนี้ที่เปรียบด้วยหม้อ กั้นจิตที่เปรียบด้วยเมืองนี้แล้ว พึงรบมารด้วยอาวุธคือปัญญา และพึงรักษาแนวที่ชนะไว้ ไม่พึงยับยั้งอยู่.” มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตประจำวัน
  • �� ฝึกสังเกตอารมณ์และความคิดของตนเองอย่างมีสติ เพื่อไม่ให้ตกเป็นทาสของกิเลส
  • �� พัฒนาจิตใจให้เข้มแข็ง มีความเมตตาและเกื้อกูลต่อเพื่อนมนุษย์และสิ่งแวดล้อมรอบตัว

มิติแห่งการเจริญสติ & วิปัสสนากรรมฐาน

ในเชิงวิปัสสนากรรมฐาน พุทธสุภาษิตบทนี้เป็นบาทฐานแห่งการเจริญสติปัฏฐาน เมื่อกำหนดรู้รูปนามที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริง จิตจะปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่น นำไปสู่ความสงบเย็นอันแท้จริง

Advertisement / สนับสนุนโดย
คัดลอกพุทธสุภาษิตเรียบร้อยแล้ว