Logo
Bright from Within
Vipassana, Ecology & Inner Wisdom
พุทธศาสนสุภาษิต พระไตรปิฎก (SQLite Powered)

พุทธศาสนสุภาษิตสอนใจ

คลังพุทธพจน์ภาษาบาลีพร้อมคำแปล ถอดรหัสธรรมะสู่การเจริญสติ วิปัสสนากรรมฐาน และการดำเนินชีวิตอย่างสันโดษและผาสุก

ทั้งหมด 445 สันตุฏฐิวรรค (หมวดความสันโดษ & วิเวก) 17 สัทธาวรรค (หมวดศรัทธา & ความเชื่อมั่น) 10 จิตตวรรค (หมวดจิต & ความคิด) 8 ธัมมวรรค (หมวดธรรมะ & ความจริง) 5 ปัญญาวรรค (หมวดปัญญา) 5 ลาภวรรค (หมวดลาภ & การได้มา) 5 สีลวรรค (หมวดศีล) 5 ทานวรรค (หมวดทาน) 8 อัตตวรรค (หมวดตน) 13 กัมมวรรค (หมวดกรรม) 148 ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) 48 วายามวรรค (หมวดความเพียร) 5 อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท) 30 โกธวรรค (หมวดความโกรธ) 66 เสวนาวรรค (หมวดการคบหา) 33 มิตตวรรค (หมวดมิตร) 5 วาจาวรรค (หมวดวาจา) 5 ปุญญวรรค (หมวดบุญ) 5 ปาปวรรค (หมวดบาป) 5 สุขวรรค (หมวดความสุข) 5 ทุกขวรรค (หมวดทุกข์) 9 ปกิณณกวรรค (หมวดเบ็ดเตล็ด) 5
แสดง 16 จากทั้งหมด 17 บท (คัดกรองตามเงื่อนไข) ล้างตัวกรอง
กดไอคอนลำโพงเพื่อฟังเสียงอ่าน
สันตุฏฐิวรรค (หมวดความสันโดษ & วิเวก) วินัยปิฎก มหาวรรค เล่ม ๔ หน้า ๖ (วิ.มหา. ๔/๖), ขุททกนิกาย อุทาน เล่ม ๒๕ หน้า ๘๖ (ขุ.อุ. ๒๕/๘๖)

สุโข วิเวโก ตุฏฺฐสฺส สุตธมฺมสฺส ปสฺสโต

Roman: Sukho viveko tuṭṭhassa sutadhammassa passato
“ความสงัดของผู้สันโดษ มีธรรมปรากฏเห็นอยู่ นำสุขมาให้”
EN: “Solitude brings true happiness to the contented one who has heard and seen the Truth.”

ความสุขในโลกียวิสัยมักผูกติดอยู่กับการครอบครอง สิ่งเร้าภายนอก และการตอบสนองความปรารถนาที่ไม่สิ้นสุด ทว่าพุทธพจน์บทนี้ได้เปิดเผยสัจธรรมอันลึกซึ้งว่า “ความสุขขั้นสูงสุดไม่ได้เริ่มต้นจากการไขว่คว้าหาเพิ่ม หากแต่กำเนิดขึ้นจากความสงบสงัดภายในจิตใจ (วิเวก)” ของผู้ที่มีความอิ่มเอมในตนเอง (สันโดษ) และมองเห็นความเป็นไปของธรรมชาติรอบกายตามความจริง หัวใจของ “วิเวก” ในทางพุทธศาสนามี ๓ มิติสำคัญ: ๑. กายวิเวก — การปลีกตนออกจากสิ่งแวดล้อมที่สับสนวุ่นวาย เพื่อให้ร่างกายและประสาทสัมผัสได้พักผ่อน ๒. จิตวิเวก — สภาวะที่จิตสงบนิ่ง ตั้งมั่น ปราศจากนิวรณ์และความฟุ้งซ่านรบกวน เปี่ยมด้วยสติสัมปชัญญะ ๓. อุปธิวิเวก — ความสงัดขั้นสูงสุดคือจิตที่สลัดหลุดจากความยึดมั่นถือมั่นและกิเลสอาสวะทั้งปวง เมื่อบุคคลใดเป็นผู้ “ได้ยินได้ฟังธรรม” (สุตธัมมะ) และนำความรู้นั้นมา “เพ่งพินิจจนเห็นแจ้งด้วยปัญญาตนเอง” (ปัสสโต) บุคคลนั้นย่อมค้นพบวิหารธรรมแห่งความสงบเย็นที่ไม่ต้องพึ่งพาปัจจัยภายนอกเลย

สันตุฏฐิวรรค (หมวดความสันโดษ & วิเวก) ขุททกนิกาย ธรรมบท เล่ม ๒๕ หน้า ๔๒ (ขุ.ธ. ๒๕/๔๒), มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ เล่ม ๑๓ หน้า ๒๘๔ (ม.ม. ๑๓/๒๘๔)

สนฺตุฏฺฐี ปรมํ ธนํ

Roman: Santuṭṭhī paramaṃ dhanaṃ
“ความสันโดษเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง”
EN: “Contentment is the greatest wealth of all.”

ในโลกยุคบริโภคนิยม ผู้คนมักนิยามความมั่งคั่งด้วยตัวเลขในบัญชี อสังหาริมทรัพย์ หรือวัตถุสิ่งของหรูหรา ทว่าหากจิตใจยังคงหิวกระหายและรู้สึกว่า “ยังไม่พอ” ต่อให้ครอบครองโลกทั้งใบ ผู้นั้นก็ยังคงมีสภาพไม่ต่างจากคนยากจนทางจิตวิญญาณ พระพุทธองค์จึงทรงชี้ว่า “ความสันโดษ” (Santutthi) คือขุมทรัพย์ที่ทรงคุณค่าที่สุด เพราะเป็นทรัพย์ที่ไม่มีใครสามารถแย่งชิงไปได้ และไม่เสื่อมสลายตามกาลเวลา ความสันโดษไม่ได้หมายถึงความเฉื่อยชา เกียจคร้าน หรือการหยุดพัฒนา หากแต่คือศิลปะแห่งการ “พอใจในผลที่ตนพยายามอย่างเต็มกำลังด้วยวิถีสุจริต” การมีจิตใจที่อิ่มเต็มทำให้เราเป็นอิสระจากความโลภ ความอิจฉาริษยา และแรงกดดันทางสังคม

สันตุฏฐิวรรค (หมวดความสันโดษ & วิเวก) ขุททกนิกาย ธรรมบท เล่ม ๒๕ หน้า ๕๙ (ขุ.ธ. ๒๕/๕๙), ขุททกนิกาย สุตตนิบาต เล่ม ๒๕ หน้า ๓๐๕ (ขุ.สุ. ๒๕/๓๐๕)

ตุฏฺฐี สุขา ยา อิตรีตเรน

Roman: Tuṭṭhī sukhā yā itarītarena
“ความสันโดษด้วยปัจจัยตามมีตามได้ นำสุขมาให้”
EN: “Delight in whatever is available brings true happiness.”

ความทุกข์ระทมของมนุษย์จำนวนมากไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนปัจจัยยังชีพขั้นพื้นฐาน หากแต่เกิดจาก “ช่องว่างระหว่างสิ่งที่ตนมี กับสิ่งที่ตนอยากให้มี” เมื่อไม่ได้ดั่งใจหวัง จิตใจจึงเกิดความคับแค้นและกระวนกระวาย “ตุฏฺฐี สุขา ยา อิตรีตเรน” สะท้อนถึงภูมิปัญญาในการปรับสายตาและหัวใจให้กลมกลืนกับสถานการณ์จริง การยินดีในสิ่งที่มีตามสภาพแวดล้อมเฉพาะหน้า ช่วยลดทอนความอยากเอาชนะ และแปรเปลี่ยนความเรียบง่ายให้กลายเป็นความรื่นรมย์ ไม่ว่าอาหารจะประณีตหรือธรรมดา เสื้อผ้าจะใหม่หรือเก่า หากใจมีความโปร่งเบา ทุกจังหวะของชีวิตย่อมเป็นสุขได้เสมอ

สันตุฏฐิวรรค (หมวดความสันโดษ & วิเวก) มังคลัตถทีปนี ภาค ๒ (มงคลข้อที่ ๒๔ สันตุฏฐี)

ยํ ลทฺธํ เตน ตุฏฺฐพฺพํ

Roman: Yaṃ laddhaṃ tena tuṭṭhabbaṃ
“ได้สิ่งใด พึงพอใจด้วยสิ่งนั้น”
EN: “Whatever one has obtained, with that one should be content.”

ธรรมชาติของตัณหานั้นเปรียบเสมือนน้ำทะเล ยิ่งดื่มยิ่งกระหาย เมื่อเราได้สิ่งหนึ่งมา ชั่วครู่เดียวใจก็วิ่งไปแสวงหาสิ่งใหม่ที่เชื่อว่าจะทำให้มีความสุขยิ่งกว่าเดิม วัฏจักรแห่งความอยากนี้ทำให้จิตใจเหน็ดเหนื่อยไร้จุดสิ้นสุด การฝึกฝน “ได้สิ่งใด พึงพอใจด้วยสิ่งนั้น” คือเกราะป้องกันใจไม่ให้ถูกความริษยาและความทะยานอยากครอบงำ มันคือการยอมรับความจริงตรงหน้าว่าผลลัพธ์ที่ได้ย่อมสอดคล้องกับเหตุปัจจัยและการกระทำ เมื่อเราชื่นชมในสิ่งที่ปรากฏอย่างจริงใจ จิตจะสงบลง มีพลังสมาธิในการต่อยอดสิ่งที่มีอยู่ให้งอกงาม แทนที่จะมัวเสียดายสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

สันตุฏฐิวรรค (หมวดความสันโดษ & วิเวก) (ขุ.ธ. 25/42)

สนฺตุฏฺฐี ปรมํ ธนํ

Roman: Santuṭṭhī paramaṃ dhanaṃ
“ความสันโดษเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง”
EN: “Reflecting upon Santuṭṭhī paramaṃ dhanaṃ: "ความสันโดษเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “สนฺตุฏฺฐี ปรมํ ธนํ” (แปลความว่า: ความสันโดษเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/42)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

สันตุฏฐิวรรค (หมวดความสันโดษ & วิเวก) (ขุ.ธ. 25/59)

ตุฏฺฐี สุขา ยา อิตรีตเรน

Roman: Tuṭṭhī sukhā yā itarītarena
“ความสันโดษด้วยปัจจัยตามมีตามได้ นำสุขมาให้”
EN: “Reflecting upon Tuṭṭhī sukhā yā itarītarena: "ความสันโดษด้วยปัจจัยตามมีตามได้ นำสุขมาให้"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “ตุฏฺฐี สุขา ยา อิตรีตเรน” (แปลความว่า: ความสันโดษด้วยปัจจัยตามมีตามได้ นำสุขมาให้) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/59)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

Advertisement / สนับสนุนโดย
สันตุฏฐิวรรค (หมวดความสันโดษ & วิเวก) (วิ.มหา. 4/6, ขุ.อุ. 25/86)

สุโข วิเวโก ตุฏฺฐสฺส สุตธมฺมสฺส ปสฺสโต

Roman: Sukho viveko tuṭṭhassa sutadhammassa passato
“ความสงัดของผู้สันโดษ มีธรรมปรากฏเห็นอยู่ นำสุขมาให้”
EN: “Reflecting upon Sukho viveko tuṭṭhassa sutadhammassa passato: "ความสงัดของผู้สันโดษ มีธรรมปรากฏเห็นอยู่ นำสุขมาให้"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “สุโข วิเวโก ตุฏฺฐสฺส สุตธมฺมสฺส ปสฺสโต” (แปลความว่า: ความสงัดของผู้สันโดษ มีธรรมปรากฏเห็นอยู่ นำสุขมาให้) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((วิ.มหา. 4/6, ขุ.อุ. 25/86)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

สันตุฏฐิวรรค (หมวดความสันโดษ & วิเวก) (วิ.ภิ. 3/96, ขุ.ชา.เอก. 27/44)

ยํ ลทฺธํ เตน ตุฏฺฐพฺพํ

Roman: Yaṃ laddhaṃ tena tuṭṭhabbaṃ
“ได้สิ่งใด พึงพอใจด้วยสิ่งนั้น”
EN: “Reflecting upon Yaṃ laddhaṃ tena tuṭṭhabbaṃ: "ได้สิ่งใด พึงพอใจด้วยสิ่งนั้น"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “ยํ ลทฺธํ เตน ตุฏฺฐพฺพํ” (แปลความว่า: ได้สิ่งใด พึงพอใจด้วยสิ่งนั้น) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((วิ.ภิ. 3/96, ขุ.ชา.เอก. 27/44)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

สันตุฏฐิวรรค (หมวดความสันโดษ & วิเวก) (ขุ.ธ. 25/65)

สลาภํ นาติมญฺเญยฺย

Roman: Salābhaṃ nātimaññeyya
“ไม่ควรดูหมิ่นลาภของตน”
EN: “Reflecting upon Salābhaṃ nātimaññeyya: "ไม่ควรดูหมิ่นลาภของตน"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “สลาภํ นาติมญฺเญยฺย” (แปลความว่า: ไม่ควรดูหมิ่นลาภของตน) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/65)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

สันตุฏฐิวรรค (หมวดความสันโดษ & วิเวก) (ขุ.ธ. 25/42)

นตฺถิ ขนฺธสมา ทุกฺขา

Roman: Natathi khanadhasamā dukakhā
“[คำอ่าน : นัด-ถิ, ขัน-ทะ-สะ-มา, ทุก-ขา]”
EN: “Reflecting upon Natathi khanadhasamā dukakhā: "[คำอ่าน : นัด-ถิ, ขัน-ทะ-สะ-มา, ทุก-ขา]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “นตฺถิ ขนฺธสมา ทุกฺขา” (แปลความว่า: [คำอ่าน : นัด-ถิ, ขัน-ทะ-สะ-มา, ทุก-ขา]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/42)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

สันตุฏฐิวรรค (หมวดความสันโดษ & วิเวก) (สํ.ส. 15/316)

ททํ มิตฺตานิ คนฺถติ

Roman: Dadṃ mitatāni ganathati
“ผู้ให้ ย่อมจะผูกไมตรีไว้ได้”
EN: “Reflecting upon Dadṃ mitatāni ganathati: "ผู้ให้ ย่อมจะผูกไมตรีไว้ได้"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “ททํ มิตฺตานิ คนฺถติ” (แปลความว่า: ผู้ให้ ย่อมจะผูกไมตรีไว้ได้) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((สํ.ส. 15/316)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

สันตุฏฐิวรรค (หมวดความสันโดษ & วิเวก) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

วาริโชว ถเล ขิตฺโต     โอกโมกตอุพฺพโตปริผนฺทติทํ จิตฺตํ         มารเธยฺยํ ปหาตเว

Roman: Vārijov thale khitato     okamokataubabatopariphanadatidṃ citatṃ         māradheyayṃ pahātave
“จิตนี้ถูกยกขึ้นจากอาลัยคือกามคุณ เพื่อละที่ตั้งแห่งมาร ย่อมดิ้นรนเหมือนปลาถูกจับขึ้นจากน้ำโยนไปบนบกฉะนั้น.”
EN: “Reflecting upon Vārijov thale khitato     okamokataubabatopariphanadatidṃ citatṃ         māradheyayṃ pahātave: "จิตนี้ถูกยกขึ้นจากอาลัยคือกามคุณ เพื่อละที่ตั้งแห่งมาร ย่อมดิ้นรนเหมือนปลาถูกจับขึ้นจากน้ำโยนไปบนบกฉะนั้น"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “วาริโชว ถเล ขิตฺโต     โอกโมกตอุพฺพโตปริผนฺทติทํ จิตฺตํ         มารเธยฺยํ ปหาตเว” (แปลความว่า: จิตนี้ถูกยกขึ้นจากอาลัยคือกามคุณ เพื่อละที่ตั้งแห่งมาร ย่อมดิ้นรนเหมือนปลาถูกจับขึ้นจากน้ำโยนไปบนบกฉะนั้น.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

Advertisement / สนับสนุนโดย
สันตุฏฐิวรรค (หมวดความสันโดษ & วิเวก) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

สุขกามานิ ภูตานิ        โย ทณฺเฑน น หึสติอตฺตโน สุขเมสาโน     เปจฺจ โส ลภเต สุขํ

Roman: Sukhakāmāni bhūtāni        yo daṇaḍen n hึsatiatatano sukhamesāno     pecac so labhate sukhṃ
“สัตว์ทั้งหลาย ย่อมต้องการความสุข ผู้ใด แสวงหาความสุขเพื่อตน ไม่เบียดเบียนเขาด้วยอาชญา ผู้นั้นละไปแล้ว ย่อมได้สุข.”
EN: “Reflecting upon Sukhakāmāni bhūtāni        yo daṇaḍen n hึsatiatatano sukhamesāno     pecac so labhate sukhṃ: "สัตว์ทั้งหลาย ย่อมต้องการความสุข ผู้ใด แสวงหาความสุขเพื่อตน ไม่เบียดเบียนเขาด้วยอาชญา ผู้นั้นละไปแล้ว ย่อมได้สุข"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “สุขกามานิ ภูตานิ        โย ทณฺเฑน น หึสติอตฺตโน สุขเมสาโน     เปจฺจ โส ลภเต สุขํ” (แปลความว่า: สัตว์ทั้งหลาย ย่อมต้องการความสุข ผู้ใด แสวงหาความสุขเพื่อตน ไม่เบียดเบียนเขาด้วยอาชญา ผู้นั้นละไปแล้ว ย่อมได้สุข.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

สันตุฏฐิวรรค (หมวดความสันโดษ & วิเวก) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

อปฺปมาทรโต ภิกฺขุ     ปมาเท ภยทสฺสิ วาสญฺโญชนํ อณุํ ถูลํ     ฑหํ อคฺคีว คจฺฉติ

Roman: Apapamādarato bhikakhu     pamāde bhayadasasi vāsañañojanṃ aṇuํ thūlṃ     ḍahṃ agagīv gacachati
“ภิกษุยินดีในความไม่ประมาท หรือเห็นภัยในความประมาท ย่อมเผาสังโยชน์น้อยใหญ่ไป เหมือนไฟไหม้เชื้อน้อยใหญ่ไปฉะนั้น.”
EN: “Reflecting upon Apapamādarato bhikakhu     pamāde bhayadasasi vāsañañojanṃ aṇuํ thūlṃ     ḍahṃ agagīv gacachati: "ภิกษุยินดีในความไม่ประมาท หรือเห็นภัยในความประมาท ย่อมเผาสังโยชน์น้อยใหญ่ไป เหมือนไฟไหม้เชื้อน้อยใหญ่ไปฉะนั้น"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อปฺปมาทรโต ภิกฺขุ     ปมาเท ภยทสฺสิ วาสญฺโญชนํ อณุํ ถูลํ     ฑหํ อคฺคีว คจฺฉติ” (แปลความว่า: ภิกษุยินดีในความไม่ประมาท หรือเห็นภัยในความประมาท ย่อมเผาสังโยชน์น้อยใหญ่ไป เหมือนไฟไหม้เชื้อน้อยใหญ่ไปฉะนั้น.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

สันตุฏฐิวรรค (หมวดความสันโดษ & วิเวก) (ขุ.ชา.ทสก. 27/290)

นาสฺมเส อลิกวาทิเน

Roman: Nāsamase alikavādine
“[คำอ่าน : นาด-สะ-มะ-เส, อะ-ลิ-กะ-วา-ทิ-เน]”
EN: “Reflecting upon Nāsamase alikavādine: "[คำอ่าน : นาด-สะ-มะ-เส, อะ-ลิ-กะ-วา-ทิ-เน]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “นาสฺมเส อลิกวาทิเน” (แปลความว่า: [คำอ่าน : นาด-สะ-มะ-เส, อะ-ลิ-กะ-วา-ทิ-เน]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ชา.ทสก. 27/290)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

สันตุฏฐิวรรค (หมวดความสันโดษ & วิเวก) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

ปสนฺนเมว เสเวยฺย     อปฺปสนฺนํ วิวชฺชเยปสนฺนํ ปยิรุปาเสยฺย     รหทํวุทกตฺถิโก

Roman: Pasananamev seveyay     apapasananṃ vivajajayepasananṃ payirupāseyay     rahadṃvudakatathiko
“[คำอ่าน]”
EN: “Reflecting upon Pasananamev seveyay     apapasananṃ vivajajayepasananṃ payirupāseyay     rahadṃvudakatathiko: "[คำอ่าน]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “ปสนฺนเมว เสเวยฺย     อปฺปสนฺนํ วิวชฺชเยปสนฺนํ ปยิรุปาเสยฺย     รหทํวุทกตฺถิโก” (แปลความว่า: [คำอ่าน]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

หน้า 1 จาก 2 (ทั้งหมด 17 บท)
Advertisement / สนับสนุนโดย
สัมผัสความสงบภายในผ่านการเจริญสติและวิปัสสนากรรมฐาน

พุทธศาสนสุภาษิตมิใช่เพียงบทกวีทางปรัชญาโบราณ แต่คือ "แผนที่นำทางสู่การตื่นรู้" ทุกถ้อยคำสามารถนำมาเป็นอารมณ์ในการพิจารณากรรมฐาน เชื่อมโยงจิตใจที่บริสุทธิ์เข้ากับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัว

คัดลอกพุทธสุภาษิตเรียบร้อยแล้ว