Logo
Bright from Within
Vipassana, Ecology & Inner Wisdom
พุทธศาสนสุภาษิต พระไตรปิฎก (SQLite Powered)

พุทธศาสนสุภาษิตสอนใจ

คลังพุทธพจน์ภาษาบาลีพร้อมคำแปล ถอดรหัสธรรมะสู่การเจริญสติ วิปัสสนากรรมฐาน และการดำเนินชีวิตอย่างสันโดษและผาสุก

ทั้งหมด 445 สันตุฏฐิวรรค (หมวดความสันโดษ & วิเวก) 17 สัทธาวรรค (หมวดศรัทธา & ความเชื่อมั่น) 10 จิตตวรรค (หมวดจิต & ความคิด) 8 ธัมมวรรค (หมวดธรรมะ & ความจริง) 5 ปัญญาวรรค (หมวดปัญญา) 5 ลาภวรรค (หมวดลาภ & การได้มา) 5 สีลวรรค (หมวดศีล) 5 ทานวรรค (หมวดทาน) 8 อัตตวรรค (หมวดตน) 13 กัมมวรรค (หมวดกรรม) 148 ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) 48 วายามวรรค (หมวดความเพียร) 5 อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท) 30 โกธวรรค (หมวดความโกรธ) 66 เสวนาวรรค (หมวดการคบหา) 33 มิตตวรรค (หมวดมิตร) 5 วาจาวรรค (หมวดวาจา) 5 ปุญญวรรค (หมวดบุญ) 5 ปาปวรรค (หมวดบาป) 5 สุขวรรค (หมวดความสุข) 5 ทุกขวรรค (หมวดทุกข์) 9 ปกิณณกวรรค (หมวดเบ็ดเตล็ด) 5
แสดง 10 จากทั้งหมด 10 บท (คัดกรองตามเงื่อนไข) ล้างตัวกรอง
กดไอคอนลำโพงเพื่อฟังเสียงอ่าน
สัทธาวรรค (หมวดศรัทธา & ความเชื่อมั่น) สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เล่ม ๑๕ หน้า ๓๑ (สํ.ส. ๑๕/๓๑)

สทฺธา สาธุ ปติฏฺฐิตา

Roman: Saddhā sādhu patiṭṭhitā
“ศรัทธาตั้งมั่นแล้ว ยังประโยชน์ให้สำเร็จ”
EN: “Faith, when firmly established, brings true benefit and success.”

ศรัทธาในพุทธปรัชญาไม่ใช่ความเชื่องมงายไร้เหตุผล (อธิโมกข์หรือโมหะ) หากแต่คือ “ความเชื่อมั่นที่วางอยู่บนฐานของปัญญาและการไตร่ตรอง” ดุจดังรากแก้วของต้นไม้ใหญ่ที่หยั่งลึกลงสู่ผืนดิน ย่อมทนทานต่อพายุลมแรงได้โดยไม่โค่นล้ม เมื่อศรัทธาได้รับการปลูกฝังอย่างถูกต้องในคุณความดี ในกฎแห่งกรรม และในศักยภาพการตื่นรู้ของตนเอง ศรัทธานั้นจะกลายสภาพเป็น “พลังขับเคลื่อนชีวิต (อินทรีย์และพละ)” ที่ผลักดันให้มนุษย์ก้าวข้ามอุปสรรค กล้าลงมือทำความดีแม้ไม่มีใครเห็น และไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อความยากลำบาก ประโยชน์สุขทั้งระดับโลกียะและโลกุตตระจึงสำเร็จได้ด้วยศรัทธาอันมั่นคงนี้

สัทธาวรรค (หมวดศรัทธา & ความเชื่อมั่น) สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เล่ม ๑๕ หน้า ๔๗ (สํ.ส. ๑๕/๔๗), ขุททกนิกาย สุตตนิบาต เล่ม ๒๕ หน้า ๓๓๙ (ขุ.สุ. ๒๕/๓๓๙)

สทฺธีธ วิตฺตํ ปุริสสฺส เสฏฺฐํ

Roman: Saddhīdha vittaṃ purisassa seṭṭhaṃ
“ศรัทธาเป็นทรัพย์ประเสริฐของคนในโลกนี้”
EN: “Faith is indeed the most precious wealth of a person in this world.”

ทรัพย์ภายนอกเช่นแก้วแหวนเงินทอง มีประโยชน์เพียงในโลกปัจจุบัน และอาจถูกไฟไหม้ น้ำท่วม โจรปล้น หรือหมดสิ้นไปตามสภาวะเศรษฐกิจ อีกทั้งเมื่อถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ก็ไม่อาจนำติดตัวข้ามภพชาติไปได้แม้แต่สตางค์เดียว ตรงกันข้าม “ศรัทธา” จัดเป็นหนึ่งใน “อริยทรัพย์ ๗ ประการ” เป็นสมบัติภายในที่ติดตามจิตวิญญาณไปทุกหนทุกแห่ง ศรัทธาเป็นต้นทุนชีวิตที่ดึงดูดกัลยาณมิตร หล่อหลอมให้เกิดศีล สมาธิ และปัญญา ผู้ที่เปี่ยมด้วยศรัทธาในความดีงาม แม้จะยากจนเงินตรา แต่กลับมั่งคั่งด้วยเกียรติยศและความสงบใจอย่างหาที่เปรียบมิได้

สัทธาวรรค (หมวดศรัทธา & ความเชื่อมั่น) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

เย นํ ททนฺติ สทฺธาย     วิปฺปสนฺเนน เจตสาตเมว อนฺนํ ภชติ           อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ

Roman: Ye nṃ dadanati sadadhāy     vipapasananen cetasātamev ananṃ bhajati           asamึ loke paramahi c
“คนใดมีใจผ่องใส ให้ข้าวด้วยศรัทธา คนนั้นย่อมได้ข้าว ทั้งในโลกนี้ทั้งในโลกหน้าเหมือนกัน.”
EN: “Reflecting upon Ye nṃ dadanati sadadhāy     vipapasananen cetasātamev ananṃ bhajati           asamึ loke paramahi c: "คนใดมีใจผ่องใส ให้ข้าวด้วยศรัทธา คนนั้นย่อมได้ข้าว ทั้งในโลกนี้ทั้งในโลกหน้าเหมือนกัน"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “เย นํ ททนฺติ สทฺธาย     วิปฺปสนฺเนน เจตสาตเมว อนฺนํ ภชติ           อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ” (แปลความว่า: คนใดมีใจผ่องใส ให้ข้าวด้วยศรัทธา คนนั้นย่อมได้ข้าว ทั้งในโลกนี้ทั้งในโลกหน้าเหมือนกัน.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

สัทธาวรรค (หมวดศรัทธา & ความเชื่อมั่น) (สํ.ส. 15/35, 52)

สทฺธา ทุติยา ปุริสสฺส โหติ

Roman: Saddhā dutiyā purisassa hoti
“ศรัทธา เป็นเพื่อนสองของคน”
EN: “Reflecting upon Saddhā dutiyā purisassa hoti: "ศรัทธา เป็นเพื่อนสองของคน"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “สทฺธา ทุติยา ปุริสสฺส โหติ” (แปลความว่า: ศรัทธา เป็นเพื่อนสองของคน) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((สํ.ส. 15/35, 52)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

สัทธาวรรค (หมวดศรัทธา & ความเชื่อมั่น) (ขุ.ชา.เอก. 27/22)

น ตํ ชิตํ สาธุ ชิตํ ยํ ชิตํ อวชิยฺยติ

Roman: N tṃ jitṃ sādhu jitṃ yṃ jitṃ avajiyayati
“ความชนะใดที่ชนะแล้วกลับแพ้ได้ ความชนะนั้นไม่ดี”
EN: “Reflecting upon N tṃ jitṃ sādhu jitṃ yṃ jitṃ avajiyayati: "ความชนะใดที่ชนะแล้วกลับแพ้ได้ ความชนะนั้นไม่ดี"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “น ตํ ชิตํ สาธุ ชิตํ ยํ ชิตํ อวชิยฺยติ” (แปลความว่า: ความชนะใดที่ชนะแล้วกลับแพ้ได้ ความชนะนั้นไม่ดี) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ชา.เอก. 27/22)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

สัทธาวรรค (หมวดศรัทธา & ความเชื่อมั่น) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

ทุนฺนิคฺคหสฺส ลหุโน     ยตฺถ กามนิปาติโนจิตฺตสฺส ทมโถ สาธุ     จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ

Roman: Dunanigagahasas lahuno     yatath kāmanipātinocitatasas damatho sādhu     citatṃ danatṃ sukhāvahṃ
“การฝึกจิตที่ข่มยาก ที่เบา มักตกไปในอารมณ์ที่น่าใคร่ เป็นความดี (เพราะว่า) จิตที่ฝึกดีแล้ว นำสุขมาให้.”
EN: “Reflecting upon Dunanigagahasas lahuno     yatath kāmanipātinocitatasas damatho sādhu     citatṃ danatṃ sukhāvahṃ: "การฝึกจิตที่ข่มยาก ที่เบา มักตกไปในอารมณ์ที่น่าใคร่ เป็นความดี (เพราะว่า) จิตที่ฝึกดีแล้ว นำสุขมาให้"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “ทุนฺนิคฺคหสฺส ลหุโน     ยตฺถ กามนิปาติโนจิตฺตสฺส ทมโถ สาธุ     จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ” (แปลความว่า: การฝึกจิตที่ข่มยาก ที่เบา มักตกไปในอารมณ์ที่น่าใคร่ เป็นความดี (เพราะว่า) จิตที่ฝึกดีแล้ว นำสุขมาให้.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

Advertisement / สนับสนุนโดย
สัทธาวรรค (หมวดศรัทธา & ความเชื่อมั่น) (วิ.ภิ. 3/96, ขุ.ชา.เอก. 27/44)

อติโลโภ หิ ปาปโก

Roman: Atilobho hi pāpako
“ความละโมบ เป็นบาปแท้”
EN: “Reflecting upon Atilobho hi pāpako: "ความละโมบ เป็นบาปแท้"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อติโลโภ หิ ปาปโก” (แปลความว่า: ความละโมบ เป็นบาปแท้) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((วิ.ภิ. 3/96, ขุ.ชา.เอก. 27/44)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

สัทธาวรรค (หมวดศรัทธา & ความเชื่อมั่น) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

โกธสฺส วิสมูลสฺส     มธุรคฺคสฺส พฺราหฺมณวธํ อริยา ปสํสนฺติ     ตญฺหิ เฉตฺวา น โสจติ

Roman: Kodhasas visamūlasas     madhuragagasas barāhamaṇavadhṃ ariyā pasṃsanati     tañahi chetavā n socati
“ดูก่อนพราหมณ์ พระอริยเจ้าย่อมสรรเสริญผู้ฆ่าความโกรธ ซึ่งมีโคนเป็นพิษ ปลายหวาน เพราะคนตัดความโกรธนั้นได้แล้ว ย่อมไม่เศร้าโศก.”
EN: “Reflecting upon Kodhasas visamūlasas     madhuragagasas barāhamaṇavadhṃ ariyā pasṃsanati     tañahi chetavā n socati: "ดูก่อนพราหมณ์ พระอริยเจ้าย่อมสรรเสริญผู้ฆ่าความโกรธ ซึ่งมีโคนเป็นพิษ ปลายหวาน เพราะคนตัดความโกรธนั้นได้แล้ว ย่อมไม่เศร้าโศก"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “โกธสฺส วิสมูลสฺส     มธุรคฺคสฺส พฺราหฺมณวธํ อริยา ปสํสนฺติ     ตญฺหิ เฉตฺวา น โสจติ” (แปลความว่า: ดูก่อนพราหมณ์ พระอริยเจ้าย่อมสรรเสริญผู้ฆ่าความโกรธ ซึ่งมีโคนเป็นพิษ ปลายหวาน เพราะคนตัดความโกรธนั้นได้แล้ว ย่อมไม่เศร้าโศก.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

สัทธาวรรค (หมวดศรัทธา & ความเชื่อมั่น) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

มูฬฺโห อตฺถํ น ชานาติ     มูฬฺโห ธมฺมํ น ปสฺสติอนฺธตมํ ตทา โหติ           ยํ โมโห สหเต นรํ

Roman: Mūḷaho atathṃ n jānāti     mūḷaho dhamamṃ n pasasatianadhatamṃ tadā hoti           yṃ moho sahate narṃ
“ผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม ความหลงครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น.”
EN: “Reflecting upon Mūḷaho atathṃ n jānāti     mūḷaho dhamamṃ n pasasatianadhatamṃ tadā hoti           yṃ moho sahate narṃ: "ผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม ความหลงครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “มูฬฺโห อตฺถํ น ชานาติ     มูฬฺโห ธมฺมํ น ปสฺสติอนฺธตมํ ตทา โหติ           ยํ โมโห สหเต นรํ” (แปลความว่า: ผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม ความหลงครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

สัทธาวรรค (หมวดศรัทธา & ความเชื่อมั่น) (ขุ.สุ. 25/339)

อตฺตตฺถปญฺญา อสุจี มนุสฺสา

Roman: Atatatathapañañā asucī manusasā
“[คำอ่าน : อัด-ตัด-ถะ-ปัน-ยา, อะ-สุ-จี, มะ-นุด-สา]”
EN: “Reflecting upon Atatatathapañañā asucī manusasā: "[คำอ่าน : อัด-ตัด-ถะ-ปัน-ยา, อะ-สุ-จี, มะ-นุด-สา]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อตฺตตฺถปญฺญา อสุจี มนุสฺสา” (แปลความว่า: [คำอ่าน : อัด-ตัด-ถะ-ปัน-ยา, อะ-สุ-จี, มะ-นุด-สา]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.สุ. 25/339)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

Advertisement / สนับสนุนโดย
สัมผัสความสงบภายในผ่านการเจริญสติและวิปัสสนากรรมฐาน

พุทธศาสนสุภาษิตมิใช่เพียงบทกวีทางปรัชญาโบราณ แต่คือ "แผนที่นำทางสู่การตื่นรู้" ทุกถ้อยคำสามารถนำมาเป็นอารมณ์ในการพิจารณากรรมฐาน เชื่อมโยงจิตใจที่บริสุทธิ์เข้ากับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัว

คัดลอกพุทธสุภาษิตเรียบร้อยแล้ว