Logo
Bright from Within
Vipassana, Ecology & Inner Wisdom
พุทธศาสนสุภาษิต พระไตรปิฎก (SQLite Powered)

พุทธศาสนสุภาษิตสอนใจ

คลังพุทธพจน์ภาษาบาลีพร้อมคำแปล ถอดรหัสธรรมะสู่การเจริญสติ วิปัสสนากรรมฐาน และการดำเนินชีวิตอย่างสันโดษและผาสุก

ทั้งหมด 445 สันตุฏฐิวรรค (หมวดความสันโดษ & วิเวก) 17 สัทธาวรรค (หมวดศรัทธา & ความเชื่อมั่น) 10 จิตตวรรค (หมวดจิต & ความคิด) 8 ธัมมวรรค (หมวดธรรมะ & ความจริง) 5 ปัญญาวรรค (หมวดปัญญา) 5 ลาภวรรค (หมวดลาภ & การได้มา) 5 สีลวรรค (หมวดศีล) 5 ทานวรรค (หมวดทาน) 8 อัตตวรรค (หมวดตน) 13 กัมมวรรค (หมวดกรรม) 148 ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) 48 วายามวรรค (หมวดความเพียร) 5 อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท) 30 โกธวรรค (หมวดความโกรธ) 66 เสวนาวรรค (หมวดการคบหา) 33 มิตตวรรค (หมวดมิตร) 5 วาจาวรรค (หมวดวาจา) 5 ปุญญวรรค (หมวดบุญ) 5 ปาปวรรค (หมวดบาป) 5 สุขวรรค (หมวดความสุข) 5 ทุกขวรรค (หมวดทุกข์) 9 ปกิณณกวรรค (หมวดเบ็ดเตล็ด) 5
แสดง 13 จากทั้งหมด 13 บท (คัดกรองตามเงื่อนไข) ล้างตัวกรอง
กดไอคอนลำโพงเพื่อฟังเสียงอ่าน
อัตตวรรค (หมวดตน) (ที.มหา. 10/279)

สทฺธมฺโม สพฺภิ รกฺขิโต

Roman: Sadadhamamo sababhi rakakhito
“[คำอ่าน : สัด-ทำ-โม, สับ-พิ, รัก-ขิ-โต]”
EN: “Reflecting upon Sadadhamamo sababhi rakakhito: "[คำอ่าน : สัด-ทำ-โม, สับ-พิ, รัก-ขิ-โต]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “สทฺธมฺโม สพฺภิ รกฺขิโต” (แปลความว่า: [คำอ่าน : สัด-ทำ-โม, สับ-พิ, รัก-ขิ-โต]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ที.มหา. 10/279)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

อัตตวรรค (หมวดตน) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

ปญฺจกฺขนฺธา ปริญฺญาตา     ติฏฺฐนฺติ ฉินฺนมูลกาทุกฺขกฺขโย อนุปฺปตฺโต     นตฺถิทานิ ปุนพฺภโว

Roman: Pañacakakhanadhā pariñañātā     tiṭaṭhanati chinanamūlakādukakhakakhayo anupapatato     natathidāni punababhavo
“[คำอ่าน]”
EN: “Reflecting upon Pañacakakhanadhā pariñañātā     tiṭaṭhanati chinanamūlakādukakhakakhayo anupapatato     natathidāni punababhavo: "[คำอ่าน]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “ปญฺจกฺขนฺธา ปริญฺญาตา     ติฏฺฐนฺติ ฉินฺนมูลกาทุกฺขกฺขโย อนุปฺปตฺโต     นตฺถิทานิ ปุนพฺภโว” (แปลความว่า: [คำอ่าน]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

อัตตวรรค (หมวดตน) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

ยมฺหิ สจฺจญฺจ ธมฺโม จ     อหึสา สญฺญโม ทโมเอตทริยา เสวนฺติ     เอตํ โลเก อนามตํ

Roman: Yamahi sacacañac dhamamo c     ahึsā sañañamo damoetadariyā sevanati     etṃ loke anāmatṃ
“[คำอ่าน]”
EN: “Reflecting upon Yamahi sacacañac dhamamo c     ahึsā sañañamo damoetadariyā sevanati     etṃ loke anāmatṃ: "[คำอ่าน]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “ยมฺหิ สจฺจญฺจ ธมฺโม จ     อหึสา สญฺญโม ทโมเอตทริยา เสวนฺติ     เอตํ โลเก อนามตํ” (แปลความว่า: [คำอ่าน]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

อัตตวรรค (หมวดตน) (สํ.ส. 15/122, ขุ.ธ. 25/42)

ชยํ เวรํ ปสวติ

Roman: Jayṃ verṃ pasavati
“ผู้ชนะย่อมก่อเวร”
EN: “Reflecting upon Jayṃ verṃ pasavati: "ผู้ชนะย่อมก่อเวร"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “ชยํ เวรํ ปสวติ” (แปลความว่า: ผู้ชนะย่อมก่อเวร) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((สํ.ส. 15/122, ขุ.ธ. 25/42)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

อัตตวรรค (หมวดตน) (ขุ.ธ. 25/63)

สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ

Roman: Sababadānṃ dhamamadānṃ jināti
“การให้ธรรมะ ชนะการให้ทั้งปวง”
EN: “Reflecting upon Sababadānṃ dhamamadānṃ jināti: "การให้ธรรมะ ชนะการให้ทั้งปวง"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ” (แปลความว่า: การให้ธรรมะ ชนะการให้ทั้งปวง) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/63)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

อัตตวรรค (หมวดตน) (ขุ.ธ. 25/19)

จิตฺตสฺส ทมโถ สาธุ

Roman: Citatasas damatho sādhu
“การฝึกจิต เป็นความดี”
EN: “Reflecting upon Citatasas damatho sādhu: "การฝึกจิต เป็นความดี"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “จิตฺตสฺส ทมโถ สาธุ” (แปลความว่า: การฝึกจิต เป็นความดี) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/19)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

Advertisement / สนับสนุนโดย
อัตตวรรค (หมวดตน) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

อนวฏฺฐิตจิตฺตสฺส     สทฺธมฺมํ อวิชานโตปริปฺลวปสาทสฺส      ปญฺญา น ปริปูรติ

Roman: Anavaṭaṭhitacitatasas     sadadhamamṃ avijānatoparipalavapasādasas      pañañā n paripūrati
“เมื่อมีจิตไม่มั่นคง ไม่รู้พระสัทธรรม มีความเลื่อมใสเลื่อนลอย ปัญญาย่อมไม่บริบูรณ์.”
EN: “Reflecting upon Anavaṭaṭhitacitatasas     sadadhamamṃ avijānatoparipalavapasādasas      pañañā n paripūrati: "เมื่อมีจิตไม่มั่นคง ไม่รู้พระสัทธรรม มีความเลื่อมใสเลื่อนลอย ปัญญาย่อมไม่บริบูรณ์"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อนวฏฺฐิตจิตฺตสฺส     สทฺธมฺมํ อวิชานโตปริปฺลวปสาทสฺส      ปญฺญา น ปริปูรติ” (แปลความว่า: เมื่อมีจิตไม่มั่นคง ไม่รู้พระสัทธรรม มีความเลื่อมใสเลื่อนลอย ปัญญาย่อมไม่บริบูรณ์.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

อัตตวรรค (หมวดตน) (สํ.ส. 15/31)

น สนฺติ กามา มนุเชสุ นิจฺจา

Roman: N sanati kāmā manujesu nicacā
“กามทั้งหลายที่เที่ยง ไม่มีในมนุษย์”
EN: “Reflecting upon N sanati kāmā manujesu nicacā: "กามทั้งหลายที่เที่ยง ไม่มีในมนุษย์"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “น สนฺติ กามา มนุเชสุ นิจฺจา” (แปลความว่า: กามทั้งหลายที่เที่ยง ไม่มีในมนุษย์) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((สํ.ส. 15/31)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

อัตตวรรค (หมวดตน) (ม.ม. 13/411, ขุ.เถร. 26/377)

ภิยฺโย จ กาเม อภิปตฺถยนฺติ

Roman: Bhiyayo c kāme abhipatathayanati
“ผู้บริโภคกาม ย่อมปรารถนากามยิ่งขึ้นไป”
EN: “Reflecting upon Bhiyayo c kāme abhipatathayanati: "ผู้บริโภคกาม ย่อมปรารถนากามยิ่งขึ้นไป"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “ภิยฺโย จ กาเม อภิปตฺถยนฺติ” (แปลความว่า: ผู้บริโภคกาม ย่อมปรารถนากามยิ่งขึ้นไป) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ม.ม. 13/411, ขุ.เถร. 26/377)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

อัตตวรรค (หมวดตน) (ม.ม. 13/411, ขุ.เถร. 26/377)

อูนา ว หุตฺวาน ชหนฺติ เทหํ

Roman: ūnā v hutavān jahanati dehṃ
“ผู้บริโภคกาม เป็นผู้พร่อง ละร่างกายไป”
EN: “Reflecting upon ūnā v hutavān jahanati dehṃ: "ผู้บริโภคกาม เป็นผู้พร่อง ละร่างกายไป"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อูนา ว หุตฺวาน ชหนฺติ เทหํ” (แปลความว่า: ผู้บริโภคกาม เป็นผู้พร่อง ละร่างกายไป) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ม.ม. 13/411, ขุ.เถร. 26/377)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

อัตตวรรค (หมวดตน) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

อนิจฺจา อทฺธุวา กามา     พหุทุกฺขา มหาวิสาอโยคุโฬว สนฺตตฺโต       อฆมูลา ทุกฺขปฺผลา

Roman: Anicacā adadhuvā kāmā     bahudukakhā mahāvisāayoguḷov sanatatato       aghamūlā dukakhapaphalā
“กามทั้งหลาย ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน มีทุกข์มาก มีพิษมาก ดังก้อนเหล็กที่ร้อนจัด เป็นต้นเค้าแห่งความคับแค้น มีทุกข์เป็นผล.”
EN: “Reflecting upon Anicacā adadhuvā kāmā     bahudukakhā mahāvisāayoguḷov sanatatato       aghamūlā dukakhapaphalā: "กามทั้งหลาย ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน มีทุกข์มาก มีพิษมาก ดังก้อนเหล็กที่ร้อนจัด เป็นต้นเค้าแห่งความคับแค้น มีทุกข์เป็นผล"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อนิจฺจา อทฺธุวา กามา     พหุทุกฺขา มหาวิสาอโยคุโฬว สนฺตตฺโต       อฆมูลา ทุกฺขปฺผลา” (แปลความว่า: กามทั้งหลาย ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน มีทุกข์มาก มีพิษมาก ดังก้อนเหล็กที่ร้อนจัด เป็นต้นเค้าแห่งความคับแค้น มีทุกข์เป็นผล.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

อัตตวรรค (หมวดตน) (ขุ.ธ. 25/58)

ทุคฺคา อุทฺธรถตฺตานํ ปงฺเก สนฺโน ว กุญฺชโร

Roman: Dugagā udadharathatatānṃ paṅake sanano v kuñajaro
“[คำอ่าน : ทุก-คา, อุด-ทะ-ระ-ถัด-ตา-นัง, ปัง-เก, สัน-โน, วะ, กุน-ชะ-โร]”
EN: “Reflecting upon Dugagā udadharathatatānṃ paṅake sanano v kuñajaro: "[คำอ่าน : ทุก-คา, อุด-ทะ-ระ-ถัด-ตา-นัง, ปัง-เก, สัน-โน, วะ, กุน-ชะ-โร]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “ทุคฺคา อุทฺธรถตฺตานํ ปงฺเก สนฺโน ว กุญฺชโร” (แปลความว่า: [คำอ่าน : ทุก-คา, อุด-ทะ-ระ-ถัด-ตา-นัง, ปัง-เก, สัน-โน, วะ, กุน-ชะ-โร]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/58)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

Advertisement / สนับสนุนโดย
อัตตวรรค (หมวดตน) (ขุ.ธ. 25/29)

อตฺตา หเว ชิตํ เสยฺโย

Roman: Atatā have jitṃ seyayo
“[คำอ่าน : อัด-ตา, หะ-เว, ชิ-ตัง, ไส-โย]”
EN: “Reflecting upon Atatā have jitṃ seyayo: "[คำอ่าน : อัด-ตา, หะ-เว, ชิ-ตัง, ไส-โย]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อตฺตา หเว ชิตํ เสยฺโย” (แปลความว่า: [คำอ่าน : อัด-ตา, หะ-เว, ชิ-ตัง, ไส-โย]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/29)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

Advertisement / สนับสนุนโดย
สัมผัสความสงบภายในผ่านการเจริญสติและวิปัสสนากรรมฐาน

พุทธศาสนสุภาษิตมิใช่เพียงบทกวีทางปรัชญาโบราณ แต่คือ "แผนที่นำทางสู่การตื่นรู้" ทุกถ้อยคำสามารถนำมาเป็นอารมณ์ในการพิจารณากรรมฐาน เชื่อมโยงจิตใจที่บริสุทธิ์เข้ากับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัว

คัดลอกพุทธสุภาษิตเรียบร้อยแล้ว