Recorded in the Tipitaka scripture: พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)
| Pali Word | Phonetic | Thai Meaning | English Meaning |
|---|---|---|---|
|
Evṃvihārī
เอวํวิหารี
|
เอวํวิหารี | ภิกษุผู้มีธรรมเป็นเครื่องอยู่อย่างนี้ มีสติ ไม่ประมาท ละความถือมั่นว่าของเราได้แล้วเที่ยวไป เป็นผู้รู้ พึงละชาติ ชรา โสกะ ปริเทวะ และทุกข์ ในโลกนี้ได้. | Reflecting upon Evṃvihārī sato apapamatatobhikakhu carṃ hitavā mamāyitānijātijarṃ sokaparidevañacaidhev vidavā pajaheyay dukakhṃ: "ภิกษุผู้มีธรรมเป็นเครื่องอยู่อย่างนี้ มีสติ ไม่ประมาท ละความถือมั่นว่าของเราได้แล้วเที่ยวไป เป็นผู้รู้ พึงละชาติ ชรา โสกะ ปริเทวะ และทุกข์ ในโลกนี้ได้" |
|
Sato
สโต
|
สโต | ภิกษุผู้มีธรรมเป็นเครื่องอยู่อย่างนี้ มีสติ ไม่ประมาท ละความถือมั่นว่าของเราได้แล้วเที่ยวไป เป็นผู้รู้ พึงละชาติ ชรา โสกะ ปริเทวะ และทุกข์ ในโลกนี้ได้. | Reflecting upon Evṃvihārī sato apapamatatobhikakhu carṃ hitavā mamāyitānijātijarṃ sokaparidevañacaidhev vidavā pajaheyay dukakhṃ: "ภิกษุผู้มีธรรมเป็นเครื่องอยู่อย่างนี้ มีสติ ไม่ประมาท ละความถือมั่นว่าของเราได้แล้วเที่ยวไป เป็นผู้รู้ พึงละชาติ ชรา โสกะ ปริเทวะ และทุกข์ ในโลกนี้ได้" |
|
Apapamatatobhikakhu
อปฺปมตฺโตภิกฺขุ
|
อปฺปมตฺโตภิกฺขุ | ภิกษุผู้มีธรรมเป็นเครื่องอยู่อย่างนี้ มีสติ ไม่ประมาท ละความถือมั่นว่าของเราได้แล้วเที่ยวไป เป็นผู้รู้ พึงละชาติ ชรา โสกะ ปริเทวะ และทุกข์ ในโลกนี้ได้. | Reflecting upon Evṃvihārī sato apapamatatobhikakhu carṃ hitavā mamāyitānijātijarṃ sokaparidevañacaidhev vidavā pajaheyay dukakhṃ: "ภิกษุผู้มีธรรมเป็นเครื่องอยู่อย่างนี้ มีสติ ไม่ประมาท ละความถือมั่นว่าของเราได้แล้วเที่ยวไป เป็นผู้รู้ พึงละชาติ ชรา โสกะ ปริเทวะ และทุกข์ ในโลกนี้ได้" |
|
Carṃ
จรํ
|
จรํ | ภิกษุผู้มีธรรมเป็นเครื่องอยู่อย่างนี้ มีสติ ไม่ประมาท ละความถือมั่นว่าของเราได้แล้วเที่ยวไป เป็นผู้รู้ พึงละชาติ ชรา โสกะ ปริเทวะ และทุกข์ ในโลกนี้ได้. | Reflecting upon Evṃvihārī sato apapamatatobhikakhu carṃ hitavā mamāyitānijātijarṃ sokaparidevañacaidhev vidavā pajaheyay dukakhṃ: "ภิกษุผู้มีธรรมเป็นเครื่องอยู่อย่างนี้ มีสติ ไม่ประมาท ละความถือมั่นว่าของเราได้แล้วเที่ยวไป เป็นผู้รู้ พึงละชาติ ชรา โสกะ ปริเทวะ และทุกข์ ในโลกนี้ได้" |
|
Hitavā
หิตฺวา
|
หิตฺวา | ภิกษุผู้มีธรรมเป็นเครื่องอยู่อย่างนี้ มีสติ ไม่ประมาท ละความถือมั่นว่าของเราได้แล้วเที่ยวไป เป็นผู้รู้ พึงละชาติ ชรา โสกะ ปริเทวะ และทุกข์ ในโลกนี้ได้. | Reflecting upon Evṃvihārī sato apapamatatobhikakhu carṃ hitavā mamāyitānijātijarṃ sokaparidevañacaidhev vidavā pajaheyay dukakhṃ: "ภิกษุผู้มีธรรมเป็นเครื่องอยู่อย่างนี้ มีสติ ไม่ประมาท ละความถือมั่นว่าของเราได้แล้วเที่ยวไป เป็นผู้รู้ พึงละชาติ ชรา โสกะ ปริเทวะ และทุกข์ ในโลกนี้ได้" |
|
Mamāyitānijātijarṃ
มมายิตานิชาติชรํ
|
มมายิตานิชาติชรํ | ภิกษุผู้มีธรรมเป็นเครื่องอยู่อย่างนี้ มีสติ ไม่ประมาท ละความถือมั่นว่าของเราได้แล้วเที่ยวไป เป็นผู้รู้ พึงละชาติ ชรา โสกะ ปริเทวะ และทุกข์ ในโลกนี้ได้. | Reflecting upon Evṃvihārī sato apapamatatobhikakhu carṃ hitavā mamāyitānijātijarṃ sokaparidevañacaidhev vidavā pajaheyay dukakhṃ: "ภิกษุผู้มีธรรมเป็นเครื่องอยู่อย่างนี้ มีสติ ไม่ประมาท ละความถือมั่นว่าของเราได้แล้วเที่ยวไป เป็นผู้รู้ พึงละชาติ ชรา โสกะ ปริเทวะ และทุกข์ ในโลกนี้ได้" |
|
Sokaparidevañacaidhev
โสกปริเทวญฺจอิเธว
|
โสกปริเทวญฺจอิเธว | ภิกษุผู้มีธรรมเป็นเครื่องอยู่อย่างนี้ มีสติ ไม่ประมาท ละความถือมั่นว่าของเราได้แล้วเที่ยวไป เป็นผู้รู้ พึงละชาติ ชรา โสกะ ปริเทวะ และทุกข์ ในโลกนี้ได้. | Reflecting upon Evṃvihārī sato apapamatatobhikakhu carṃ hitavā mamāyitānijātijarṃ sokaparidevañacaidhev vidavā pajaheyay dukakhṃ: "ภิกษุผู้มีธรรมเป็นเครื่องอยู่อย่างนี้ มีสติ ไม่ประมาท ละความถือมั่นว่าของเราได้แล้วเที่ยวไป เป็นผู้รู้ พึงละชาติ ชรา โสกะ ปริเทวะ และทุกข์ ในโลกนี้ได้" |
|
Vidavā
วิทฺวา
|
วิทฺวา | ภิกษุผู้มีธรรมเป็นเครื่องอยู่อย่างนี้ มีสติ ไม่ประมาท ละความถือมั่นว่าของเราได้แล้วเที่ยวไป เป็นผู้รู้ พึงละชาติ ชรา โสกะ ปริเทวะ และทุกข์ ในโลกนี้ได้. | Reflecting upon Evṃvihārī sato apapamatatobhikakhu carṃ hitavā mamāyitānijātijarṃ sokaparidevañacaidhev vidavā pajaheyay dukakhṃ: "ภิกษุผู้มีธรรมเป็นเครื่องอยู่อย่างนี้ มีสติ ไม่ประมาท ละความถือมั่นว่าของเราได้แล้วเที่ยวไป เป็นผู้รู้ พึงละชาติ ชรา โสกะ ปริเทวะ และทุกข์ ในโลกนี้ได้" |
|
Pajaheyay
ปชเหยฺย
|
ปชเหยฺย | ภิกษุผู้มีธรรมเป็นเครื่องอยู่อย่างนี้ มีสติ ไม่ประมาท ละความถือมั่นว่าของเราได้แล้วเที่ยวไป เป็นผู้รู้ พึงละชาติ ชรา โสกะ ปริเทวะ และทุกข์ ในโลกนี้ได้. | Reflecting upon Evṃvihārī sato apapamatatobhikakhu carṃ hitavā mamāyitānijātijarṃ sokaparidevañacaidhev vidavā pajaheyay dukakhṃ: "ภิกษุผู้มีธรรมเป็นเครื่องอยู่อย่างนี้ มีสติ ไม่ประมาท ละความถือมั่นว่าของเราได้แล้วเที่ยวไป เป็นผู้รู้ พึงละชาติ ชรา โสกะ ปริเทวะ และทุกข์ ในโลกนี้ได้" |
|
Dukakhṃ
ทุกฺขํ
|
ทุกฺขํ | ภิกษุผู้มีธรรมเป็นเครื่องอยู่อย่างนี้ มีสติ ไม่ประมาท ละความถือมั่นว่าของเราได้แล้วเที่ยวไป เป็นผู้รู้ พึงละชาติ ชรา โสกะ ปริเทวะ และทุกข์ ในโลกนี้ได้. | Reflecting upon Evṃvihārī sato apapamatatobhikakhu carṃ hitavā mamāyitānijātijarṃ sokaparidevañacaidhev vidavā pajaheyay dukakhṃ: "ภิกษุผู้มีธรรมเป็นเครื่องอยู่อย่างนี้ มีสติ ไม่ประมาท ละความถือมั่นว่าของเราได้แล้วเที่ยวไป เป็นผู้รู้ พึงละชาติ ชรา โสกะ ปริเทวะ และทุกข์ ในโลกนี้ได้" |
From the perspective of Vipassana meditation, this verse serves as a contemplative anchor for Satipatthana (foundations of mindfulness), guiding the mind to transcend dualistic grasping into pristine awareness.
Explore academic research, Vipassana integration, and ecological conservation for holistic spiritual living.
Explore Articles