Logo
Bright from Within
Vipassana, Ecology & Inner Wisdom
พุทธศาสนสุภาษิต พระไตรปิฎก (SQLite Powered)

พุทธศาสนสุภาษิตสอนใจ

คลังพุทธพจน์ภาษาบาลีพร้อมคำแปล ถอดรหัสธรรมะสู่การเจริญสติ วิปัสสนากรรมฐาน และการดำเนินชีวิตอย่างสันโดษและผาสุก

ทั้งหมด 445 สันตุฏฐิวรรค (หมวดความสันโดษ & วิเวก) 17 สัทธาวรรค (หมวดศรัทธา & ความเชื่อมั่น) 10 จิตตวรรค (หมวดจิต & ความคิด) 8 ธัมมวรรค (หมวดธรรมะ & ความจริง) 5 ปัญญาวรรค (หมวดปัญญา) 5 ลาภวรรค (หมวดลาภ & การได้มา) 5 สีลวรรค (หมวดศีล) 5 ทานวรรค (หมวดทาน) 8 อัตตวรรค (หมวดตน) 13 กัมมวรรค (หมวดกรรม) 148 ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) 48 วายามวรรค (หมวดความเพียร) 5 อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท) 30 โกธวรรค (หมวดความโกรธ) 66 เสวนาวรรค (หมวดการคบหา) 33 มิตตวรรค (หมวดมิตร) 5 วาจาวรรค (หมวดวาจา) 5 ปุญญวรรค (หมวดบุญ) 5 ปาปวรรค (หมวดบาป) 5 สุขวรรค (หมวดความสุข) 5 ทุกขวรรค (หมวดทุกข์) 9 ปกิณณกวรรค (หมวดเบ็ดเตล็ด) 5
แสดง 16 จากทั้งหมด 48 บท (คัดกรองตามเงื่อนไข) ล้างตัวกรอง
กดไอคอนลำโพงเพื่อฟังเสียงอ่าน
ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

ขนฺติพลา สมณพฺราหฺมณา

Roman: Khanatibalā samaṇabarāhamaṇā
“สมณพราหมณ์ มีความอดทนเป็นกำลัง”
EN: “Reflecting upon Khanatibalā samaṇabarāhamaṇā: "สมณพราหมณ์ มีความอดทนเป็นกำลัง"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “ขนฺติพลา สมณพฺราหฺมณา” (แปลความว่า: สมณพราหมณ์ มีความอดทนเป็นกำลัง) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

มนาโป โหติ ขนฺติโก

Roman: Manāpo hoti khanatiko
“ผู้มีความอดทน ย่อมเป็นที่ชอบใจ (ของคนอื่น)”
EN: “Reflecting upon Manāpo hoti khanatiko: "ผู้มีความอดทน ย่อมเป็นที่ชอบใจ (ของคนอื่น)"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “มนาโป โหติ ขนฺติโก” (แปลความว่า: ผู้มีความอดทน ย่อมเป็นที่ชอบใจ (ของคนอื่น)) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

เกวลานํปิ ปาปานํ     ขนฺติ มูลํ นิกนฺตติครหกลหาทีนํ           มูลํ ขนติ ขนฺติโก

Roman: Kevalānṃpi pāpānṃ     khanati mūlṃ nikanatatigarahakalahādīnṃ           mūlṃ khanati khanatiko
“ขันติ ย่อมตัดรากแห่งบาปทั้งสิ้น ผู้มีขันติชื่อว่าย่อมขุดรากแห่งความติเตียน และการทะเลาะกันเป็นต้นได้.”
EN: “Reflecting upon Kevalānṃpi pāpānṃ     khanati mūlṃ nikanatatigarahakalahādīnṃ           mūlṃ khanati khanatiko: "ขันติ ย่อมตัดรากแห่งบาปทั้งสิ้น ผู้มีขันติชื่อว่าย่อมขุดรากแห่งความติเตียน และการทะเลาะกันเป็นต้นได้"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “เกวลานํปิ ปาปานํ     ขนฺติ มูลํ นิกนฺตติครหกลหาทีนํ           มูลํ ขนติ ขนฺติโก” (แปลความว่า: ขันติ ย่อมตัดรากแห่งบาปทั้งสิ้น ผู้มีขันติชื่อว่าย่อมขุดรากแห่งความติเตียน และการทะเลาะกันเป็นต้นได้.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

สีลสมาธิคุณานํ             ขนฺติ ปธานการณํสพฺเพปิ กุสลา ธมฺมา     ขนฺตฺยาเยว วฑฺฒนฺติ เต

Roman: Sīlasamādhiguṇānṃ             khanati padhānakāraṇṃsababepi kusalā dhamamā     khanatฺyāyev vaḍaḍhanati te
“ขันติ เป็นประธาน เป็นเหตุ แห่งคุณคือศีลและสมาธิ กุศลธรรมทั้งปวง ย่อมเจริญเพราะขันติเท่านั้น.”
EN: “Reflecting upon Sīlasamādhiguṇānṃ             khanati padhānakāraṇṃsababepi kusalā dhamamā     khanatฺyāyev vaḍaḍhanati te: "ขันติ เป็นประธาน เป็นเหตุ แห่งคุณคือศีลและสมาธิ กุศลธรรมทั้งปวง ย่อมเจริญเพราะขันติเท่านั้น"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “สีลสมาธิคุณานํ             ขนฺติ ปธานการณํสพฺเพปิ กุสลา ธมฺมา     ขนฺตฺยาเยว วฑฺฒนฺติ เต” (แปลความว่า: ขันติ เป็นประธาน เป็นเหตุ แห่งคุณคือศีลและสมาธิ กุศลธรรมทั้งปวง ย่อมเจริญเพราะขันติเท่านั้น.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

ขนฺติ ธีรสฺส ลงฺกาโร     ขนฺติ ตโป ตปสฺสิโนขนฺติ พลํ ว ยตีนํ           ขนฺติ หิตสุขาวหา

Roman: Khanati dhīrasas laṅakāro     khanati tapo tapasasinokhanati balṃ v yatīnṃ           khanati hitasukhāvahā
“ขันติ เป็นเครื่องประดับของนักปราชญ์ ขันติ เป็นตบะของผู้พากเพียร ขันติ เป็นกำลังของนักพรต ขันติ นำประโยชน์สุขมาให้.”
EN: “Reflecting upon Khanati dhīrasas laṅakāro     khanati tapo tapasasinokhanati balṃ v yatīnṃ           khanati hitasukhāvahā: "ขันติ เป็นเครื่องประดับของนักปราชญ์ ขันติ เป็นตบะของผู้พากเพียร ขันติ เป็นกำลังของนักพรต ขันติ นำประโยชน์สุขมาให้"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “ขนฺติ ธีรสฺส ลงฺกาโร     ขนฺติ ตโป ตปสฺสิโนขนฺติ พลํ ว ยตีนํ           ขนฺติ หิตสุขาวหา” (แปลความว่า: ขันติ เป็นเครื่องประดับของนักปราชญ์ ขันติ เป็นตบะของผู้พากเพียร ขันติ เป็นกำลังของนักพรต ขันติ นำประโยชน์สุขมาให้.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

น สุทฺธิ เสจเนน อตฺถิ     นปิ เกวลี พฺราหฺมโณน เจว ขนฺติ โสรจฺจํ        นปิ โส ปรินิพฺพุโต

Roman: N sudadhi secanen atathi     napi kevalī barāhamaṇon cev khanati soracacṃ        napi so parinibabuto
“ความบริสุทธิ์ก็ดี ผู้ที่จะประเสริฐล้วนก็ดี ขันติและโสรัจจะก็ดี จะเป็นผู้เย็นสนิทก็ดี ย่อมไม่มี เพราะการชำระล้าง (ด้วยน้ำ).”
EN: “Reflecting upon N sudadhi secanen atathi     napi kevalī barāhamaṇon cev khanati soracacṃ        napi so parinibabuto: "ความบริสุทธิ์ก็ดี ผู้ที่จะประเสริฐล้วนก็ดี ขันติและโสรัจจะก็ดี จะเป็นผู้เย็นสนิทก็ดี ย่อมไม่มี เพราะการชำระล้าง (ด้วยน้ำ)"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “น สุทฺธิ เสจเนน อตฺถิ     นปิ เกวลี พฺราหฺมโณน เจว ขนฺติ โสรจฺจํ        นปิ โส ปรินิพฺพุโต” (แปลความว่า: ความบริสุทธิ์ก็ดี ผู้ที่จะประเสริฐล้วนก็ดี ขันติและโสรัจจะก็ดี จะเป็นผู้เย็นสนิทก็ดี ย่อมไม่มี เพราะการชำระล้าง (ด้วยน้ำ).) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

Advertisement / สนับสนุนโดย
ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) (สํ.ส. 15/60)

โกโธ สตฺถมลํ โลเก

Roman: Kodho satathamalṃ loke
“ความโกรธ เป็นดังสนิมศัสตราในโลก”
EN: “Reflecting upon Kodho satathamalṃ loke: "ความโกรธ เป็นดังสนิมศัสตราในโลก"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “โกโธ สตฺถมลํ โลเก” (แปลความว่า: ความโกรธ เป็นดังสนิมศัสตราในโลก) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((สํ.ส. 15/60)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) (องฺ.สตฺตก. 23/99)

อนตฺถชนโน โกโธ

Roman: Anatathajanano kodho
“ความโกรธ ก่อความพินาศ”
EN: “Reflecting upon Anatathajanano kodho: "ความโกรธ ก่อความพินาศ"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อนตฺถชนโน โกโธ” (แปลความว่า: ความโกรธ ก่อความพินาศ) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((องฺ.สตฺตก. 23/99)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) (ขุ.ธ. 25/48)

นตฺถิ โทสสโม คโห

Roman: Natathi dosasamo gaho
“ผู้จับ เสมอด้วยโทสะ ไม่มีเลย”
EN: “Reflecting upon Natathi dosasamo gaho: "ผู้จับ เสมอด้วยโทสะ ไม่มีเลย"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “นตฺถิ โทสสโม คโห” (แปลความว่า: ผู้จับ เสมอด้วยโทสะ ไม่มีเลย) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/48)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) (สํ.ส. 15/57, 64)

โกธํ ฆตฺวา น โสจติ

Roman: Kodhṃ ghatavā n socati
“ฆ่าความโกรธได้ ย่อมไม่เศร้าโศก”
EN: “Reflecting upon Kodhṃ ghatavā n socati: "ฆ่าความโกรธได้ ย่อมไม่เศร้าโศก"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “โกธํ ฆตฺวา น โสจติ” (แปลความว่า: ฆ่าความโกรธได้ ย่อมไม่เศร้าโศก) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((สํ.ส. 15/57, 64)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) (องฺ.สตฺตก. 23/99)

โกเธน อภิภูตสฺส น ทีปํ โหติ กิญฺจนํ

Roman: Kodhen abhibhūtasas n dīpṃ hoti kiñacanṃ
“ผู้ถูกความโกรธครอบงำ ย่อมไม่มีที่พำนักสักนิดเดียว”
EN: “Reflecting upon Kodhen abhibhūtasas n dīpṃ hoti kiñacanṃ: "ผู้ถูกความโกรธครอบงำ ย่อมไม่มีที่พำนักสักนิดเดียว"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “โกเธน อภิภูตสฺส น ทีปํ โหติ กิญฺจนํ” (แปลความว่า: ผู้ถูกความโกรธครอบงำ ย่อมไม่มีที่พำนักสักนิดเดียว) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((องฺ.สตฺตก. 23/99)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) (นัย- องฺ.สตฺตก. 23/100)

โกธํ ทเมน อุจฺฉินฺเท

Roman: Kodhṃ damen ucachinade
“พึงตัดความโกรธ ด้วยความข่มใจ”
EN: “Reflecting upon Kodhṃ damen ucachinade: "พึงตัดความโกรธ ด้วยความข่มใจ"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “โกธํ ทเมน อุจฺฉินฺเท” (แปลความว่า: พึงตัดความโกรธ ด้วยความข่มใจ) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((นัย- องฺ.สตฺตก. 23/100)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

Advertisement / สนับสนุนโดย
ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) (ขุ.ชา.ทุก. 27/69)

มา โกธสฺส วสํ คมิ

Roman: Mā kodhasas vasṃ gami
“อย่าลุอำนาจความโกรธ”
EN: “Reflecting upon Mā kodhasas vasṃ gami: "อย่าลุอำนาจความโกรธ"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “มา โกธสฺส วสํ คมิ” (แปลความว่า: อย่าลุอำนาจความโกรธ) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ชา.ทุก. 27/69)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) (ขุ.ธ. 25/48)

นตฺถิ ตณฺหาสมา นที

Roman: Natathi taṇahāsamā nadī
“แม่น้ำเสมอด้วยตัณหา ไม่มี”
EN: “Reflecting upon Natathi taṇahāsamā nadī: "แม่น้ำเสมอด้วยตัณหา ไม่มี"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “นตฺถิ ตณฺหาสมา นที” (แปลความว่า: แม่น้ำเสมอด้วยตัณหา ไม่มี) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/48)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

กุหา ถทฺธา ลปา สิงฺคี     อุนฺนฬา จาสมาหิตาน เต ธมฺเม วิรูหนฺติ         สมฺมาสมฺพุทฺธเทสิเต

Roman: Kuhā thadadhā lapā siṅagī     unanaḷā cāsamāhitān te dhamame virūhanati         samamāsamabudadhadesite
“คนหลอกลวง เย่อหยิ่ง เพ้อเจ้อ ขี้โอ่ อวดดี และไม่ตั้งมั่น ย่อมไม่งอกงามในธรรม ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว.”
EN: “Reflecting upon Kuhā thadadhā lapā siṅagī     unanaḷā cāsamāhitān te dhamame virūhanati         samamāsamabudadhadesite: "คนหลอกลวง เย่อหยิ่ง เพ้อเจ้อ ขี้โอ่ อวดดี และไม่ตั้งมั่น ย่อมไม่งอกงามในธรรม ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “กุหา ถทฺธา ลปา สิงฺคี     อุนฺนฬา จาสมาหิตาน เต ธมฺเม วิรูหนฺติ         สมฺมาสมฺพุทฺธเทสิเต” (แปลความว่า: คนหลอกลวง เย่อหยิ่ง เพ้อเจ้อ ขี้โอ่ อวดดี และไม่ตั้งมั่น ย่อมไม่งอกงามในธรรม ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

ยทา ทฺวเยสุ ธมฺเมสุ      ปารคู โหติ พฺราหฺมโณอถสฺส สพฺเพ สํโยคา     อตฺถํ คจฺฉนฺติ ชานโต

Roman: Yadā davayesu dhamamesu      pāragū hoti barāhamaṇoathasas sababe sṃyogā     atathṃ gacachanati jānato
“เมื่อใด พราหมณ์เป็นผู้ถึงฝั่งในธรรม 2 อย่าง เมื่อนั้น กิเลสเครื่องตรึงทั้งปวงของพราหมณ์ผู้รู้นั้น ย่อมถึงความตั้งอยู่ไม่ได้.”
EN: “Reflecting upon Yadā davayesu dhamamesu      pāragū hoti barāhamaṇoathasas sababe sṃyogā     atathṃ gacachanati jānato: "เมื่อใด พราหมณ์เป็นผู้ถึงฝั่งในธรรม 2 อย่าง เมื่อนั้น กิเลสเครื่องตรึงทั้งปวงของพราหมณ์ผู้รู้นั้น ย่อมถึงความตั้งอยู่ไม่ได้"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “ยทา ทฺวเยสุ ธมฺเมสุ      ปารคู โหติ พฺราหฺมโณอถสฺส สพฺเพ สํโยคา     อตฺถํ คจฺฉนฺติ ชานโต” (แปลความว่า: เมื่อใด พราหมณ์เป็นผู้ถึงฝั่งในธรรม 2 อย่าง เมื่อนั้น กิเลสเครื่องตรึงทั้งปวงของพราหมณ์ผู้รู้นั้น ย่อมถึงความตั้งอยู่ไม่ได้.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

หน้า 2 จาก 3 (ทั้งหมด 48 บท)
Advertisement / สนับสนุนโดย
สัมผัสความสงบภายในผ่านการเจริญสติและวิปัสสนากรรมฐาน

พุทธศาสนสุภาษิตมิใช่เพียงบทกวีทางปรัชญาโบราณ แต่คือ "แผนที่นำทางสู่การตื่นรู้" ทุกถ้อยคำสามารถนำมาเป็นอารมณ์ในการพิจารณากรรมฐาน เชื่อมโยงจิตใจที่บริสุทธิ์เข้ากับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัว

คัดลอกพุทธสุภาษิตเรียบร้อยแล้ว