Logo
Bright from Within
Vipassana, Ecology & Inner Wisdom
พุทธศาสนสุภาษิต พระไตรปิฎก (SQLite Powered)

พุทธศาสนสุภาษิตสอนใจ

คลังพุทธพจน์ภาษาบาลีพร้อมคำแปล ถอดรหัสธรรมะสู่การเจริญสติ วิปัสสนากรรมฐาน และการดำเนินชีวิตอย่างสันโดษและผาสุก

ทั้งหมด 445 สันตุฏฐิวรรค (หมวดความสันโดษ & วิเวก) 17 สัทธาวรรค (หมวดศรัทธา & ความเชื่อมั่น) 10 จิตตวรรค (หมวดจิต & ความคิด) 8 ธัมมวรรค (หมวดธรรมะ & ความจริง) 5 ปัญญาวรรค (หมวดปัญญา) 5 ลาภวรรค (หมวดลาภ & การได้มา) 5 สีลวรรค (หมวดศีล) 5 ทานวรรค (หมวดทาน) 8 อัตตวรรค (หมวดตน) 13 กัมมวรรค (หมวดกรรม) 148 ขันตีวรรค (หมวดความอดทน) 48 วายามวรรค (หมวดความเพียร) 5 อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท) 30 โกธวรรค (หมวดความโกรธ) 66 เสวนาวรรค (หมวดการคบหา) 33 มิตตวรรค (หมวดมิตร) 5 วาจาวรรค (หมวดวาจา) 5 ปุญญวรรค (หมวดบุญ) 5 ปาปวรรค (หมวดบาป) 5 สุขวรรค (หมวดความสุข) 5 ทุกขวรรค (หมวดทุกข์) 9 ปกิณณกวรรค (หมวดเบ็ดเตล็ด) 5
แสดง 16 จากทั้งหมด 148 บท (คัดกรองตามเงื่อนไข) ล้างตัวกรอง
กดไอคอนลำโพงเพื่อฟังเสียงอ่าน
กัมมวรรค (หมวดกรรม) (องฺ.ปญฺจก. 22/45)

สุขสฺส ทาตา เมธาวี สุขํ โส อธิคจฺฉติ

Roman: Sukhasas dātā medhāvī sukhṃ so adhigacachati
“ปราชญ์ผู้ให้ความสุข ย่อมได้รับความสุข”
EN: “Reflecting upon Sukhasas dātā medhāvī sukhṃ so adhigacachati: "ปราชญ์ผู้ให้ความสุข ย่อมได้รับความสุข"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “สุขสฺส ทาตา เมธาวี สุขํ โส อธิคจฺฉติ” (แปลความว่า: ปราชญ์ผู้ให้ความสุข ย่อมได้รับความสุข) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((องฺ.ปญฺจก. 22/45)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

กัมมวรรค (หมวดกรรม) (องฺ.ปญฺจก. 22/55)

มนาปทายี ลภเต มนาปํ

Roman: Manāpadāyī labhate manāpṃ
“ผู้ให้สิ่งที่ชอบใจ ย่อมได้สิ่งที่ชอบใจ”
EN: “Reflecting upon Manāpadāyī labhate manāpṃ: "ผู้ให้สิ่งที่ชอบใจ ย่อมได้สิ่งที่ชอบใจ"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “มนาปทายี ลภเต มนาปํ” (แปลความว่า: ผู้ให้สิ่งที่ชอบใจ ย่อมได้สิ่งที่ชอบใจ) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((องฺ.ปญฺจก. 22/55)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

กัมมวรรค (หมวดกรรม) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

อคฺคสฺมึ ทานํ ททตํ     อคฺคํ ปุญฺญํ ปวฑฺฒติอคฺคํ อายุ จ วณฺโณ จ     ยโส กิตฺติ สุขํ พลํ

Roman: Agagasamึ dānṃ dadatṃ     agagṃ puñañṃ pavaḍaḍhatiagagṃ āyu c vaṇaṇo c     yaso kitati sukhṃ balṃ
“[คำอ่าน]”
EN: “Reflecting upon Agagasamึ dānṃ dadatṃ     agagṃ puñañṃ pavaḍaḍhatiagagṃ āyu c vaṇaṇo c     yaso kitati sukhṃ balṃ: "[คำอ่าน]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อคฺคสฺมึ ทานํ ททตํ     อคฺคํ ปุญฺญํ ปวฑฺฒติอคฺคํ อายุ จ วณฺโณ จ     ยโส กิตฺติ สุขํ พลํ” (แปลความว่า: [คำอ่าน]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

กัมมวรรค (หมวดกรรม) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

นีหเรเถว ทาเนน     ทินฺนํ โหติ สุนิพฺพุตํทินฺนํ สุขผลํ โหติ     นาทินฺนํ โหติ ตํ ตถา

Roman: Nīharethev dānen     dinanṃ hoti sunibabutṃdinanṃ sukhaphalṃ hoti     nādinanṃ hoti tṃ tathā
“[คำอ่าน]”
EN: “Reflecting upon Nīharethev dānen     dinanṃ hoti sunibabutṃdinanṃ sukhaphalṃ hoti     nādinanṃ hoti tṃ tathā: "[คำอ่าน]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “นีหเรเถว ทาเนน     ทินฺนํ โหติ สุนิพฺพุตํทินฺนํ สุขผลํ โหติ     นาทินฺนํ โหติ ตํ ตถา” (แปลความว่า: [คำอ่าน]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

กัมมวรรค (หมวดกรรม) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

ปุพฺเพ ทานาทิกํ ทตฺวา     อิทานิ ลภตี สุขํมูเลว สิญฺจิตํ โหติ     อคฺเค จ ผลทายกํ

Roman: Pubabe dānādikṃ datavā     idāni labhatī sukhṃmūlev siñacitṃ hoti     agage c phaladāyakṃ
“[คำอ่าน]”
EN: “Reflecting upon Pubabe dānādikṃ datavā     idāni labhatī sukhṃmūlev siñacitṃ hoti     agage c phaladāyakṃ: "[คำอ่าน]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “ปุพฺเพ ทานาทิกํ ทตฺวา     อิทานิ ลภตี สุขํมูเลว สิญฺจิตํ โหติ     อคฺเค จ ผลทายกํ” (แปลความว่า: [คำอ่าน]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

กัมมวรรค (หมวดกรรม) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

อเทยฺเยสุ ททํ ทานํ     เทยฺเยสุ นปฺปเวจฺฉติอาปาสุ พฺยสนํ ปตฺโต     สหายํ นาธิคจฺฉติ

Roman: Adeyayesu dadṃ dānṃ     deyayesu napapavecachatiāpāsu bayasanṃ patato     sahāyṃ nādhigacachati
“[คำอ่าน]”
EN: “Reflecting upon Adeyayesu dadṃ dānṃ     deyayesu napapavecachatiāpāsu bayasanṃ patato     sahāyṃ nādhigacachati: "[คำอ่าน]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อเทยฺเยสุ ททํ ทานํ     เทยฺเยสุ นปฺปเวจฺฉติอาปาสุ พฺยสนํ ปตฺโต     สหายํ นาธิคจฺฉติ” (แปลความว่า: [คำอ่าน]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

Advertisement / สนับสนุนโดย
กัมมวรรค (หมวดกรรม) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

อนฺนโท พลโท โหติ     วตฺถโท โหติ วณฺณโทยานโท สุขโท โหติ     ทีปโท โหติ จกฺขุโท

Roman: Ananado balado hoti     vatathado hoti vaṇaṇadoyānado sukhado hoti     dīpado hoti cakakhudo
“[คำอ่าน]”
EN: “Reflecting upon Ananado balado hoti     vatathado hoti vaṇaṇadoyānado sukhado hoti     dīpado hoti cakakhudo: "[คำอ่าน]"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อนฺนโท พลโท โหติ     วตฺถโท โหติ วณฺณโทยานโท สุขโท โหติ     ทีปโท โหติ จกฺขุโท” (แปลความว่า: [คำอ่าน]) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

กัมมวรรค (หมวดกรรม) (ขุ.ชา.เอก. 27/22)

ตํ โข ชิตํ สาธุ ชิตํ ยํ ชิตํ นาวชิยฺยติ

Roman: Tṃ kho jitṃ sādhu jitṃ yṃ jitṃ nāvajiyayati
“ความชนะใดเล่า ชนะแล้วไม่กลับแพ้ ความชนะนั้นดี”
EN: “Reflecting upon Tṃ kho jitṃ sādhu jitṃ yṃ jitṃ nāvajiyayati: "ความชนะใดเล่า ชนะแล้วไม่กลับแพ้ ความชนะนั้นดี"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “ตํ โข ชิตํ สาธุ ชิตํ ยํ ชิตํ นาวชิยฺยติ” (แปลความว่า: ความชนะใดเล่า ชนะแล้วไม่กลับแพ้ ความชนะนั้นดี) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ชา.เอก. 27/22)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

กัมมวรรค (หมวดกรรม) (ขุ.ธ. 25/44, ขุ.ชา.ทุก. 27/50)

ชิเน กทริยํ ทาเนน

Roman: Jine kadariyṃ dānen
“พึงชนะคนตระหนี่ ด้วยการให้”
EN: “Reflecting upon Jine kadariyṃ dānen: "พึงชนะคนตระหนี่ ด้วยการให้"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “ชิเน กทริยํ ทาเนน” (แปลความว่า: พึงชนะคนตระหนี่ ด้วยการให้) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/44, ขุ.ชา.ทุก. 27/50)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

กัมมวรรค (หมวดกรรม) (ม.มู. 12/64)

จิตฺเต สงฺกิลิฏฺเฐ ทุคฺคติ ปาฏิกงฺขา

Roman: Citate saṅakiliṭaṭhe dugagati pāṭikaṅakhā
“เมื่อจิตเศร้าหมองแล้ว ทุคติเป็นอันต้องหวัง”
EN: “Reflecting upon Citate saṅakiliṭaṭhe dugagati pāṭikaṅakhā: "เมื่อจิตเศร้าหมองแล้ว ทุคติเป็นอันต้องหวัง"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “จิตฺเต สงฺกิลิฏฺเฐ ทุคฺคติ ปาฏิกงฺขา” (แปลความว่า: เมื่อจิตเศร้าหมองแล้ว ทุคติเป็นอันต้องหวัง) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ม.มู. 12/64)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

กัมมวรรค (หมวดกรรม) (สํ.ส. 15/54)

จิตฺเตน นียตี โลโก

Roman: Citaten nīyatī loko
“โลกอันจิตย่อมนำไป”
EN: “Reflecting upon Citaten nīyatī loko: "โลกอันจิตย่อมนำไป"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “จิตฺเตน นียตี โลโก” (แปลความว่า: โลกอันจิตย่อมนำไป) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((สํ.ส. 15/54)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

กัมมวรรค (หมวดกรรม) (ขุ.ธ. 25/19)

จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ

Roman: Citatṃ danatṃ sukhāvahṃ
“จิตที่ฝึกดีแล้ว นำสุขมาให้”
EN: “Reflecting upon Citatṃ danatṃ sukhāvahṃ: "จิตที่ฝึกดีแล้ว นำสุขมาให้"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ” (แปลความว่า: จิตที่ฝึกดีแล้ว นำสุขมาให้) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/19)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

Advertisement / สนับสนุนโดย
กัมมวรรค (หมวดกรรม) (ขุ.ธ. 25/58)

สจิตฺตมนุรกฺขถ

Roman: Sacitatamanurakakhath
“จงตามรักษาจิตของตนไว้”
EN: “Reflecting upon Sacitatamanurakakhath: "จงตามรักษาจิตของตนไว้"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “สจิตฺตมนุรกฺขถ” (แปลความว่า: จงตามรักษาจิตของตนไว้) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/58)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

กัมมวรรค (หมวดกรรม) (ขุ.ธ. 25/19)

จิตฺตํ รกฺเขถ เมธาวี

Roman: Citatṃ rakakheth medhāvī
“ผู้มีปัญญาพึงรักษาจิต”
EN: “Reflecting upon Citatṃ rakakheth medhāvī: "ผู้มีปัญญาพึงรักษาจิต"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “จิตฺตํ รกฺเขถ เมธาวี” (แปลความว่า: ผู้มีปัญญาพึงรักษาจิต) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก ((ขุ.ธ. 25/19)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

กัมมวรรค (หมวดกรรม) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

อปฺปมาณํ หิตํ จิตฺตํ     ปริปุณฺณํ สุภาวิตํยํ ปมาณํ กตํ กมฺมํ       น ตํ ตตฺราวสิสฺสติ

Roman: Apapamāṇṃ hitṃ citatṃ     paripuṇaṇṃ subhāvitṃyṃ pamāṇṃ katṃ kamamṃ       n tṃ tatarāvasisasati
“จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น.”
EN: “Reflecting upon Apapamāṇṃ hitṃ citatṃ     paripuṇaṇṃ subhāvitṃyṃ pamāṇṃ katṃ kamamṃ       n tṃ tatarāvasisasati: "จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อปฺปมาณํ หิตํ จิตฺตํ     ปริปุณฺณํ สุภาวิตํยํ ปมาณํ กตํ กมฺมํ       น ตํ ตตฺราวสิสฺสติ” (แปลความว่า: จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

กัมมวรรค (หมวดกรรม) พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)

อานาปานสฺสติ ยสฺส       อปริปุณฺณา อภาวิตากาโยปิ อิญฺชิโต โหติ     จิตฺตมฺปิ โหติ อิญฺชิตํ

Roman: ānāpānasasati yasas       aparipuṇaṇā abhāvitākāyopi iñajito hoti     citatamapi hoti iñajitṃ
“สติกำหนดลมหายใจเข้าออก อันผู้ใดไม่อบรมให้บริบูรณ์ ทั้งกายทั้งจิตของผู้นั้นก็หวั่นไหว.”
EN: “Reflecting upon ānāpānasasati yasas       aparipuṇaṇā abhāvitākāyopi iñajito hoti     citatamapi hoti iñajitṃ: "สติกำหนดลมหายใจเข้าออก อันผู้ใดไม่อบรมให้บริบูรณ์ ทั้งกายทั้งจิตของผู้นั้นก็หวั่นไหว"”

พุทธศาสนสุภาษิตบทว่า “อานาปานสฺสติ ยสฺส       อปริปุณฺณา อภาวิตากาโยปิ อิญฺชิโต โหติ     จิตฺตมฺปิ โหติ อิญฺชิตํ” (แปลความว่า: สติกำหนดลมหายใจเข้าออก อันผู้ใดไม่อบรมให้บริบูรณ์ ทั้งกายทั้งจิตของผู้นั้นก็หวั่นไหว.) เป็นหลักธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าในพระไตรปิฎก (พระไตรปิฎก (พุทธศาสนสุภาษิต)) ที่มุ่งชี้ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต จิตใจ และการกระทำ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราตระหนักรู้ในสภาวะปัจจุบัน ไม่ตกเป็นทาสของความหลงผิดหรือความว้าวุ่นทางอารมณ์ เมื่อจิตมีความสงบ ย่อมเกิดปัญญาในการมองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ทำให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง สันโดษ และเปี่ยมด้วยความสุขที่แท้จริงจากภายใน

หน้า 3 จาก 10 (ทั้งหมด 148 บท)
Advertisement / สนับสนุนโดย
สัมผัสความสงบภายในผ่านการเจริญสติและวิปัสสนากรรมฐาน

พุทธศาสนสุภาษิตมิใช่เพียงบทกวีทางปรัชญาโบราณ แต่คือ "แผนที่นำทางสู่การตื่นรู้" ทุกถ้อยคำสามารถนำมาเป็นอารมณ์ในการพิจารณากรรมฐาน เชื่อมโยงจิตใจที่บริสุทธิ์เข้ากับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัว

คัดลอกพุทธสุภาษิตเรียบร้อยแล้ว